|  |
|
ธปท.ชี้ทางรอดอสังหาฯยุคเงินเฟ้อ
|
นายทิตนันท์ มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานเสวนา "การสร้างบ้านคุณภาพในยุคน้ำมันแพง" ว่า โดยพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง แต่ในครึ่งหลังของปีนี้ในส่วนของผู้ประกอบการอาจต้องดำเนินธุรกิจอย่างยากลำบากขึ้น เพราะมีหลายปัจจัยรุมเร้า ซึ่งที่น่าจับตาและถือเป็นความเสี่ยงของภาคเศรษฐกิจ และธุรกิจเอกชนคือ ราคาน้ำมันที่ยังไม่มีใครรู้ว่าราคาจะหยุดที่ระดับใด รวมถึง ปัญหาวิกฤตอาหาร ซึ่งเมื่อเกิดสองเหตุการณ์นี้พร้อมกันจะส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจส่งออกมากน้อยแค่ไหน ทำให้กระทบความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผู้บริโภค
นายทิตนันท์กล่าวว่า จากภาวะเงินเฟ้อในประเทศไทยขณะนี้ เป็นปัจจัยที่เกิดจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะขยับขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.7% โดยที่แนวทางการแก้ปัญหาเงินเฟ้อนอกเหนือจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว อาจเลือกทำโดยการควบคุมทั้งอุปสงค์และอุปทาน เช่น ดำเนินการในเรื่องของการใช้พลังงานทางเลือก และการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ โดยในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ให้เลือกลงทุนขยายตัวในทิศทางเดียวกับนโยบายเศรษฐกิจมหภาค
ส่วนผู้ซื้อบ้าน หากมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยอมรับว่าต้องได้รับผลกระทบ และยิ่งในภาวะที่เกิดปัจจัยเสี่ยงมากมาย ธนาคารจะเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้ซื้อบ้านมากขึ้น รวมถึงอาจปรับลดวงเงินกู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยอาจไปขยายเวลาการผ่อนชำระวงเงินกู้ให้ยาวขึ้นแทน
นายทิตนันท์กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น คงต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 16 ก.ค.นี้ก่อน ซึ่งในการกำหนดนโยบายทางการเงินนั้น จะต้องสร้างความสมดุลทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก ซึ่งในปัจจุบันผลตอบแทนของผู้ฝากเงินที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นติดลบ และหากปล่อยให้มีการติดลบมากๆ จะทำให้กลุ่มผู้มีเงินฝากนำเงินไปลงทุนอย่างอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างของเศรษฐกิจและ การเงิน |
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน |
ที่มา :
ข่าวสด
11-07-2551 09:49:47 |
|
 |
|
 |
| |
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
- หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
- ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
- สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|