คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
ล้มประมูลโปรเจ็กต์ยักษ์ทั่วกรุง! + กรุงเทพมหานครแบะท่า 80% รับเหมาเลิกสัญญา/โปรเจ็กต์ยักษ์หมื่นล้าน ถนน-สะพาน-อุโมงค์ทั่วกรุงเดี้ยงมีสิทธิ์พับโครงการ
กทม.แบะท่าส่อล้มประมูลโปรเจ็กต์ยักษ์ทั่วกรุง10 โครงการ ค่ากว่า 10,000 ล้านบาท รับเหมา 80 % บอกปัดยืนราคาเดิม ชี้ต้องนับหนึ่งใหม่ บางโครงการมีสิทธิ์พับแผน เหตุต้องเพิ่มงบประมาณปรับราคากลาง 15-20 % รับต้นทุนค่าก่อสร้างพุ่งเฉพาะรายที่จำเป็น ด้านกรมทางหลวง-ทางหลวงชนบทรวม100 โครงการส่อประมูลใหม่
ตามที่มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือผู้รับเหมาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น ด้วยการเปิดช่องให้ทิ้งงานได้ ขยายเวลาก่อสร้าง 180 วัน การบอกเลิกเซ็นสัญญาแม้ชนะประมูล รวมถึงการปรับขึ้นค่าเค (ดัชนีต้นทุนก่อสร้าง) 4 % 
กรณีดังกล่าว แหล่งข่าวระดับสูงจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงท่าทีผู้รับเหมาที่ชนะประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ถนน สะพาน ทางลอด ของกทม. ที่รอเซ็นสัญญาประมาณ 9-10 โครงการว่า มีแนวโน้ม 80 % จะบอกเลิกการเซ็นสัญญา และต้องการประมูลใหม่ 
ทั้งนี้มองว่าหากยืนราคาเดิมและรับงานไปท่ามกลางราคาวัสดุก่อสร้างยังคงปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ขาดทุนและทิ้งงานในที่สุด เพราะ ผู้รับเหมาหลายรายไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะเหล็กเส้น ที่ปรับราคาไป100 % จากราคา ไม่เกิน 20 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 44 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับช่วงที่ประมูลงานเมื่อปลายปี2550-ต้นปี 2551 กับ ณ เวลานี้ และยังไม่รวมต้นทุนค่าก่อสร้างรายการอื่น ที่สำคัญมีหลายโครงการที่ผู้รับเหมาฟันราคาต่ำกว่าราคากลางค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่มักเป็นรับเหมารายเล็กที่มีสภาพคล่องไม่ดีพอ 
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า จากการสอบถามผู้รับเหมาหลายรายต่างบอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างคำนวณค่าเค ที่รัฐบาลอนุมัติให้ปรับขึ้น 4 % ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ว่า จะคุ้มหรือไม่ เมื่อเทียบกับราคาวัสดุก่อสร้างในท้องตลาดปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี พวกเขายืนยันว่า แม้มีการปรับค่าเคเพิ่มขึ้นตามความผันผวนของต้นทุนค่าก่อสร้าง แต่ ก็ยังต่ำกว่ากลไกของตลาดอยู่มากทำให้เสี่ยงต่อการรับงานในอนาคต 
จากปัญหาผู้รับเหมา ยกเลิกเซ็นสัญญา ผลที่ตามมาก็คือ ทุกโครงการต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เสียทั้งเวลา งบประมาณ จากเดิมที่ดำเนินการมาจนได้ตัวผู้รับเหมา 7เดือน-เกือบ 2 ปีก็มี จะต้องเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์รับฟังเสียงของประชาชน ตาม ข้อบังคับข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 หากประชาชนไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิ์ยกเลิกโครงการได้เช่นกัน ลงประกาศในเว็บไซต์ กำหนดทีโออาร์ (คุณสมบัติเบื้องต้น) นอกจากนี้ ยังต้องคำนวณราคากลางใหม่ ซึ่งต้องตั้งคณะกรรมการคำนวณราคากลางของแต่ละโครงการขึ้นมา
หากโครงการมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องเสนอกระทรวงมหาดไทย และครม.เพื่อเห็นชอบ ที่สำคัญหากพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง 15-20 % ต่อโครงการ อาจส่งผลกระทบให้บางโครงการต้องชะลอออกไปก่อน หรือ บางโครงการอาจยกเลิกไปเลยก็มีเพราะงบประมาณมีจำกัด โดยจะพิจารณาปรับเพิ่มและดำเนินการเฉพาะโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อนเท่านั้น เพราะโครงการขนาดใหญ่ของกทม.ส่วนใหญ่จะขออนุมัติงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาล 40 % ที่เหลือจะใช้งบของกทม.เอง ปัญหาดังกล่าว รัฐบาล อาจยกยอดไปเน้นโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่สำคัญกว่าเช่นรถไฟฟ้า 9สาย ซึ่งเป็นโครงการหาเสียงของรัฐบาล และ ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างถนน สะพาน อุโมงค์ทางลอด ของกทม.ที่จะแก้ปัญหาจราจรในอนาคตตามมา
สำหรับโครงการก่อสร้างถนน สะพาน และทางลอด (อุโมงค์) ที่ได้ผู้รับเหมาแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาประมาณ 10 โครงการ ได้แก่ 1. ทางลอดจรัญสนิทวงศ์ -พรานนก มูลค่า 800-900 ล้านบาท บริษัท กำแพงเพชรวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) ชนะประมูลที่ราคา 780 ล้านบาท 2. ทางลอดจรัญสนิทวงศ์- บรมราชชนนี 800-900 ล้านบาท บมจ.ช.การช่าง ชนะประมูลราคา 750 ล้านบาท 3.ทางลอดศรีนครินทร์-อุดมสุข 800-900 ล้านบาท 4.ทางยกระดับสุวินทวงศ์ 1,000 ล้านบาท บจ.ทิพากร ชนะประมูล 830 ล้านบาท 5. ถนนพหลโยธิน-รัตนโกสินทร์สมโภช มูลค่า 1,048 ล้านบาท บจ.สหวิศวก่อสร้าง ชนะประมูลที่ 1,047 ล้านบาท 6. ถนนพัฒนาการ-สวนหลวงร.9 300 กว่าล้านบาท บจ.เอ็ม .ซี. คอนสตรัคชั่น ชนะประมูลที่ 262ล้านบาท 7. ขยายถนนศรีนครินทร์ช่วงพัฒนาการ-อุดมสุข (สุขุมวิท 103) 700กว่าล้านบาท บจ.วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง ชนะประมูล 400 ล้านบาท 8. ขยายถนนหทัยราษฎร์ กว่า1,000 ล้านบาท บจ.บัญชากิจชนะประมูล 929 ล้านบาท 9.ขยายถนนสะแกงาม 200-300 ล้านบาท ไทยวิวัฒน์ชนะประมูล 191 ล้านบาท 10. ทางยกระดับข้ามแยกบริเวณพัฒนาการ มูลค่า กว่า 1,000 ล้านบาท บจ.ยูนิคคอนสตรัคชั่น ชนะประมูลที่ 900 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ไม่เพียงแต่เฉพาะโครงการของกทม.ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ทราบว่าโครงการของทุกหน่วยงานมีผลกระทบหมด ไม่ว่ากรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

โดยแหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบท(ทช.) กล่าวว่า มีโครงการที่ประมูลแล้วแต่ยังไม่เซ็นสัญญาจำนวนมากเช่นกัน แต่จะเป็นโครงการขนาดเล็กเปลี่ยนจากถนนลูกรังเป็นยางมะตอยและคอนกรีต โดยสะพานมีประมาณ 50 กว่าโครงการ และถนนเกือบ100 โครงการขนาด 2ช่องจราจร มูลค่าเฉลี่ย 10-20 ล้านบาท และโครงการขนาดใหญ่คืออุโมงค์แคราย ที่ได้ผู้รับเหมาแล้วคือบริษัททิพากร ฯแต่มีปัญหาชาวบ้านไม่เห็นด้วยประกอบกับ บริษัท ไม่ตอบรับการยืนราคาในจังหวะที่ต้นทุนค่าก่อสร้างสูงขึ้น ดังนั้นโครงการนี้คงต้องยกเลิกไป 
สอดรับกับแหล่งข่าวกรมทางหลวง กล่าวว่า มีผลกระทบมากเช่นกันหากผู้รับเหมาไม่เซ็นสัญญาเพราะ ค่าเคที่รัฐบาลปรับตามราคาของกระทรวงพาณิชย์ยังต่ำกว่าราคาตลาด และ มีแนวโน้มที่หลายโครงการทั่วประเทศของกรมทางหลวงไม่ต่ำกว่า 100 โครงการต้องประมูลใหม่
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 05-07-2551 11:23:40
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com