กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมของงานก่อสร้างภาครัฐในปี 2551 ที่ลดลงส่งผลให้สัดส่วนของงานภาครัฐของบริษัท เหลือ 70% จากเดิมอยู่ที่ 80% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก และราคาวัสดุก่อสร้าง เหล็กยังเข้ามาเป็นปัจจัยลบสำคัญ ซึ่งรัฐบาลพยายามให้ความช่วยเหลือเพื่อประคองให้ธุรกิจรับเหมาเดินหน้าต่อไปได้
ด้วยหลากหลายปัจจัยลบที่กระทบต่อธุรกิจรับเหมา ทำให้อิตาเลียนไทยฯ ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจพลังงานและเหมืองแร่ เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยได้ลงทุนในบริษัทสินแร่เมืองไทย ซึ่งประกอบธุรกิจลงทุนสำรวจ พัฒนาและดำเนินการเหมืองแร่เหมืองแร่โปแตซ, บริษัท ซิโนลาว อาลูมิเนียม คอร์ปอเรชั่น (SLACO) ดำเนินธุรกิจลงทุนสำรวจ ขุดค้นปรุงแต่งแร่ Bauxite และถลุงแร่อะลูมิเนียม,
รวมถึง บริษัท อุตสาหกรรมหลอมเหล็กลาว (LMI) ประกอบธุรกิจลงทุนสำรวจ พัฒนาและดำเนินการเหมืองแร่เหล็ก และถลุงเหล็กที่ประเทศลาว และบริษัท อิตาเลียนไทย พาวเวอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตกระแสไฟฟ้า และจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาโรงไฟฟ้าที่ประเทศต่างๆ ทั้งความร้อนและพลังงานน้ำ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน เกาะกง ประเทศกัมพูชา ที่สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้ประมาณ 7 พันเมกะวัตต์ เขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ บ้านกุ่ม ประเทศลาว, โรงงานผลิตพลังงานนิวเคลียร์ ที่ประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเปรมชัย ได้ลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ เป็นการส่วนตัวในรูปแบบธุรกิจของครอบครัวอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนในโครงการก่อสร้างในอีกหลายประเทศแถบเอเชีย เช่น โครงการทางยกระดับ (Elevated Ring Road) ระยะทางประมาณ 41 กิโลเมตร ที่เมืองกัลกาตาร์ ประเทศอินเดีย มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร สนามบินกัลกาตาร์ มูลค่าประมาณ 15,357 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ที่เมือง Hyderabad ประเทศอินเดีย มูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นต้น
กินรวบประมูลไฟฟ้า 6 สายในไทย
ขณะที่งานรับเหมาในประเทศยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้า 6 สาย ที่คาดว่าจะประมูลได้ และมีผลให้สัดส่วนงานภาครัฐของบริษัทในปีนี้ขยับขึ้นมาเป็น 80% เช่นเดิม ซึ่งโครงการดังกล่าวรัฐบาลประกาศว่าจะประมูลในปีนี้ รวมมูลค่างานประมาณ 259,100 ล้านบาท รวมถึง จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าทุกสายที่ได้รับเงินกู้จากเจบิค ประเทศญี่ปุ่น และเป็นการรับเหมาร่วมกับผู้รับเหมาจากญี่ปุ่น
สำหรับงานโครงการก่อสร้างที่มีอยู่ในมือปัจจุบัน มีมูลค่าประมาณ 70,987 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างที่บริษัทฯ เป็นผู้ประมูลต่ำสุด หรืออยู่ระหว่างการเจรจา มีมูลค่าอีกประมาณ 92,719 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่างานทั้งสิ้นประมาณ 163,706 ล้านบาท
และมีโครงการที่บริษัทฯ เป็นผู้ประมูลต่ำสุด หรืออยู่ระหว่างการเจรจานั้น มีโครงการสำคัญ เช่น โครงการก่อสร้างโรงงานอะลูมิเนียม มูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท, โครงการขุด และขนถ่านหินเหมืองแม่เมาะ เฟส 7 ในส่วนของบริษัท มีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านบาท, โครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำเงียบ 1 มูลค่าประมาณ 12,250 ล้านบาท
ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ถือว่าไม่ดีนัก มูลค่างานลดลงสูงถึง 10-20% มีรายได้รวมในไตรมาสแรกที่ 11,547 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นที่ 6.9% แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขรายได้รวมในปี 2550 มีมูลค่า 46,512 ล้านบาท
|