รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ทั้งการสร้างถนน สะพาน และอุโมงค์ 16 โครงการ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ที่เคยสั่งชะลอเพราะถูกตรวจสอบทุจริตเมื่อปี 2549 โดยขณะนี้ส่วนใหญ่ประกวดราคาได้ผู้รับเหมาแล้ว มีทั้งลงนามในสัญญาแล้ว เช่น โครงการทางลอดถนนศรีนครินทร์- ถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) กับกิจการร่วมค้าศรีนครินทร์ วงเงิน 538 ล้านบาท เตรียมลงนามในสัญญา เช่น โครงการปรับปรุงถนนศรีนครินทร์ จาก 6 เป็น 8 ช่องทาง งบ 725 ล้านบาท และยังไม่ได้เซ็นสัญญาเช่น บริษัททิพากร จำกัด ที่ชนะประมูลงานก่อสร้างโครงการทางยกระดับสุวิทวงศ์ วงเงิน 834 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบ ต่อการก่อสร้างดังกล่าว เพราะผู้รับเหมาหลายโครงการเตรียมขอความช่วยเหลือจาก กทม. ทั้งการขอขยายเวลาก่อสร้างบางโครง การถึงขั้นขอยกเลิกเซ็นสัญญาเพราะราคากลางต่ำไม่คุ้มทุน ทำให้การก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ชะงักงัน
นายชาตินัย เนาวภูต ผู้อำนวยสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้รับเหมา 2-3 ราย ที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับกทม. ขอยกเลิกการเซ็นสัญญาเพราะไม่คุ้มกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งสำนักการโยธาอยู่ระหว่างรอมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่มีมติช่วยเหลือผู้รับเหมาโดยออกมาตรการต่าง ๆ เช่น การขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไป 180 วัน เปิดช่องให้ทิ้งงานได้ หรือยกเลิกเซ็นสัญญาได้แม้ชนะประมูล โดยไม่ถือว่าทิ้งงานหรือ ถูกเบี้ยปรับ ริบเงินค้ำประกัน การปรับขึ้นค่าเค (ค่าดัชนีชี้ความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง) การทบทวนราคากลาง ให้เป็นไปตามกลไก ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม ดังนั้นโครงการที่ยกเลิกการเซ็นสัญญาก็ต้องเริ่มกระบวนการประกวดราคาใหม่ จะมีการทบทวนราคากลางด้วย ทั้งนี้รวมถึงโครงการอุโมงค์ลอดทางแยกมไหศวรรย์ด้วย เข้าข่ายต้องช่วยเหลือตามมติครม. จะทำให้งานก่อสร้างล่าช้าออกไป
|