คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
กลุ่มทุนแห่ขายที่ดินทำเลทอง + 'อนันดา' เสนอที่ดินสุขุมวิท 103 ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า/' ตัน โออิชิ' ขายที่ดินทองหล่อ 12 ไร่
กลุ่มทุนนักพัฒนาที่ดิน ทยอยออกขายทิ้งที่ดินทำเลทอง เหตุเสริมสภาพคล่อง และขายทำกำไรหลังราคาถีบตัวสูง ล่าสุด "อนันดา" ขายที่ดินบริเวณสุขุมวิท 103 กินส่วนต่าง ส่วนวงเผย "ตัน โฮอิชิ" ขายที่ดินซอยทองหล่อ 12 ไร่ ขณะที่ปริญสิริขายที่ดิน 2 แปลงเสริมสภาพคล่อง หลังจากด้านค่ายเมโทรสตาร์ นำร่องประกาศขายที่ดินสาทรไปก่อนหน้า
แหล่งข่าวระดับสูงในวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมามีตัวแทน/นายหน้าขายอสังหาฯรายหนึ่งได้นำที่ดินมาเสนอขายจำนวน 2 แปลงด้วยกัน หนึ่งในนั้นเป็นที่ดินย่านถนนสุขุมวิท ประมาณซอย 101-103 โดยเป็นที่ดินของ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ "ไอดีโอ" ซึ่งบริเวณส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงจากผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย นอกจากนี้ยังมีการเสนอขายอีกแปลงหนึ่งเป็นที่ดินบริเวณเส้นทางแอร์พอร์ต เรียลลิงค์ ซึ่งเป็นกลุ่มนักพัฒนาที่ดินไทยเสนอขายออกมาสู่ตลาด

สอดคล้องกับแหล่งข่าวในวงการพัฒนาที่ดินรายหนึ่ง กล่าวเช่นเดียวกันว่า ปัจจุบันมีดีเวลอปเปอร์ ได้เสนอขายที่ดินทำเลดี ๆ ออกสู่ตลาดมากขึ้นสวนหนึ่งบางรายเป็นการขายเพิ่มเสริมสภาพคล่องของบริษัท เพราะสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ประสบปัญหาในเรื่องการจัดการด้านต้นทุนการก่อสร้าง ความผันผวนของราคาน้ำมัน สถานการณ์การเมืองเองภายในประเทศ ทำให้สินค้าบางประเภทบางทำเลเท่านั้นไม่สามารถขายได้ แต่ก็มีหลายทำเลที่ไม่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า ที่มีตลาดรองรับ อย่างไรก็ดีบางรายมีการเสนอข่ายที่ดินออกมาเพราะมีส่วนต่างของกำไรที่มากขึ้น ถือว่าลดความเสี่ยงในการพัฒนาสินค้าออกขาย

ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้รับคำยืนยันจากนายชัยยุทธ์ ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อวาเรียส เอสเตท จำกัด ที่ปรึกษาทางด้านการลงทุนและบริหารการขายของอนันดาว่า บริษัท อนันดาฯ มีที่ดินอยู่บริเวณดังกล่าวหลายแปลง เมื่อเห็นว่ามีกำไรก็อาจขายออกไปแต่ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องสภาพคล่องอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ขายที่ดินที่เก็บไว้รอการพัฒนาออกไป 2 แปลงให้กับบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยที่ดินบริเวณถนนตากสินใกล้กับสถานีขึ้น-ลงรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ และที่ดินบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑาอีกหนึ่งแปลง เนื้อที่ 47 ไร่ มูลค่ารวม 150 ล้านบาท อันเนื่องมาจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ทั้งนี้เพื่อนำเงินสดที่ได้จากการขายที่ดินเข้ามาหมุนเวียนและลดค่าใช้จ่ายเพราะขณะนี้สภาพคล่องทางการเงินอยู่ในภาวะตึงตัวโดยมีหนี้สินต่อทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า จากการที่ต้องหยุดขายและทำการตลาดโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่เปิดตัวไปแล้ว 3 โครงการ คือโครงการสมาร์ท ย่านพระราม 2 โครงการเดอะพลัซ และโครงการเดอะคอมพลีท เนื่องจากมีปัญหาเรื่องใบอนุญาตและยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การขาดสภาพคล่องทางการเงินได้เริ่มเห็นตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจากผู้ประกอบการที่พัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาและทำเลที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เช่น บริษัท เมโทร สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ต้องตัดขายที่ดินเปล่า จำนวน 3 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 1,750 ตารางวาในย่านถนนสาทร ซึ่งเดิมมีแผนที่จะพัฒนาเป็นโครงการเมโทร ทาวเวอร์ คิดเป็นจำนวนเงินที่จะได้รับจากการขายก่อนหักค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 962 ล้านบาท โดยแต่งตั้งให้บริษัทซีบีริชารด์ เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนขายที่ดินแปลงดังกล่าว

นอกจากนี้แล้ว ตระกูล "ลีนะบรรจง" ที่ประกาศตัวรุกธุรกิจอสังหาฯเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้ขายที่ดินเยื้องกับซอยสุขุมวิท 101/1 ที่ก่อนหน้านั้นได้ล้อมรั้วเอาไว้และปิดป้ายโฆษณาว่าจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อโครงการพรีมา ศรีนครินทร์ จำนวน 451 ยูนิต ให้กับบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ฯ เช่นกัน

ด้านนายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกสมาร์ท จำกัด ดำเนินธุรกิจนายหน้าขายอสังหาฯใจกลางเมือง ได้กล่าวถึงกรณีการที่ผู้ประกอบการตัดขายที่ดินว่า ส่วนหนึ่งอาจขายที่ดินที่ซื้อไว้เพื่อทำกำไรเนื่องจากราคาที่ดินมีการถีบตัวขึ้นไปสูงมาก ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเป็นการตัดขายเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของธุรกิจมีอยู่ด้วยกัน 3 แนวทาง อย่างแรกคือหาแหล่งเงินกู้แต่ในปัจจุบันที่สถาบันการเงินต่างๆ ต่างเข้มงวดในการให้สินเชื่อ ผู้ประกอบการอาจจะต้องหาทางออกด้วยการหาพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมทุน และแนวทางที่สามคือขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น การขายที่ดินเป็นต้น

 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ 01-07-2551 11:26:09
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com