ผู้ประกอบการอสังหาฯ ปรับตัวรับวิกฤติต้นทุน แถมกำลังซื้อลูกค้าถดถอย ยอมรับรายกลางและรายใหญ่ได้เปรียบ หากมีการปรับตัวที่ดี มองครึ่งปีหลังยังประเมินสถานการณ์ยาก ผู้ประกอบการต้องระมัดระวัง ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้กำลังซื้อตกเหลือแค่ 70%
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเป็นธุรกิจที่ต้นทุนสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งจากราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมัน ซึ่งภายใต้แรงบีบดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างหนัก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ จัดเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง "อสังหาฯ-ก่อสร้าง...ภายใต้แรงบีบต้นทุน" สะท้อนความคิดเห็นจากผู้ประกอบการและศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการยืนยันว่า หากปรับตัวได้ถือว่ายังมีโอกาส โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและใหญ่ยังคงได้เปรียบ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกเหนือจากเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นของธุรกิจแล้ว ยอดขายในโครงการใหม่โดยภาพรวมก็ลดลง เนื่องจากกำลังซื้อลูกค้าถดถอย จากผลกระทบเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจ และแม้ตลาดติดลบบางส่วน แต่หากผู้ประกอบการปรับตัวได้ การเติบโตก็ยังคงมีต่อเนื่อง โดยเริ่มจากเมื่อ 2 ปีก่อน พฤกษาฯ ได้จ้างบริษัทไอบีเอ็ม เข้ามาช่วยจัดระบบงานไอทีควบคุมกระบวนการทำงานใหม่ ทำให้ลดต้นทุนได้มาก นอกจากนี้ ยังได้ปรับกระบวนการผลิต การบริหารจัดการทั้งระบบ เริ่มจากการสั่งซื้อวัสดุหลักแบบล่วงหน้าเป็นลอตใหญ่ ทำให้ล็อกราคาวัสดุเดิมได้ยาวไปถึงสิ้นปี
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ทุกคนเสี่ยงเหมือนกัน ภาวะต้นทุนขณะนี้เรียกว่าวิกฤติ ราคาน้ำมันสูงเกินคาด ดันต้นทุนวิ่งตามอย่างรวดเร็ว ซ้ำราคาเหล็กสูงผิดปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นโจทย์หลักที่ผู้บริหารต้องฝ่าไปให้ได้ เพราะหากผู้รับเหมาเจ็บหรือตาย โครงการสร้างไม่เสร็จ ผู้ประกอบการก็ตายลูกค้าก็เสียหายด้วย ปัญหานี้ต้องประคองให้รอดไปด้วยกัน การเจรจาผ่อนปรนใดๆ ก็ต้องทำเพื่อให้งานไม่สะดุด
ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตัวเลขที่ผ่านมายังไม่สะท้อนตลาดมากนัก แต่ถ้าดูปัจจัยเรื่องต้นทุน ผลกระทบน้ำมันเวลานี้ยังไม่อาจคาดเดาได้ ประเมินสถานการณ์ไม่ออกว่าครึ่งปีหลังต้นทุนจะไปสิ้นสุดตรงไหน ผู้ประกอบการยังต้องระมัดระวัง ส่วนผู้บริโภคผลกระทบคือ ความสามารถในการซื้อต่ำลงจาก 100% จะมีผู้บริโภคกระทบราว 70% |