กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายสุธรรม สุวรรณนภาศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์วัน เฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวบ้านใหม่ชื่อ "แกรนด์ บลู ไดมอนด์" เป็นบ้านหรูโซนริมทะเลสาบขนาดเนื้อที่ 138-264 ตร.ว. ขนาดพื้นที่ใช้สอย 552-790 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขกขนาดใหญ่, 2 ห้องพักผ่อน, 1 ห้องรับประทานอาหาร เป็นต้น
ราคาขายตั้งแต่ 25-37 ล้านบาท รวมจำนวน 9 ยูนิต รวมมูลค่า 360 ล้านบาท โดยจับกลุ่มลูกค้าระดับระดับบน เจ้าของธุรกิจ หรือผุ้บริหารระดับสูง ที่ต้องการซื้อเพราะต้องการขยายครอบครัว หรือ ซื้อเพราะต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มองว่าคุ้มค่ากว่าการการเก็บเงินไว้ ที่นับวันมูลค่าของเงินจะลดลงตามภาวะเงินเฟ้อ
การเปิดโซนใหม่ดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกค้ามีความสนใจที่จะซื้อที่ขณะนี้มีรายชื่ออยู่ประมาณ 20-30 ราย
ด้านความคืบหน้าด้านการขายโครงการ บลู ลากูน ย่านวงแหวนรอบนอกบางประอิน - บางนา ขณะนี้ในส่วนของเฟสแรกมียอดขายไปแล้วประมาณ 80 % หรือ 120 ยูนิต จากทั้งหมด 160 ยูนิตมูลค่า 1,800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือประมาณ 40 ยูนิตมูลค่า 400 ล้านบาทนั้นเป็นสินค้าที่สร้างใกล้เสร็จและพร้อมอยู่ ซึ่งขณะนี้บริษัทได้จัดแคมเปญการขาย" ราคาเดี่ยว" ทุกโซน พร้อมกับแถมแอร์-เฟอร์นิเจอร์
ประกอบด้วย 1.บ้านเดี่ยวในโซน ZIRON เนื้อที่ตั้งแต่ 88-93 ตร.ว. ขายราคา 8.3 ล้านบาท หรือลดราคาลงเฉลี่ย 9.7% จากเดิมราคา 9.2 ล้านบาท
2. บ้านเดี่ยวโซน SAPPHIRE เนื้อที่ตั้งแต่ 88-97 ตร.ว. ราคา 8.99 ล้านบาท หรือลดราคาลง 18% จากเดิม 11 ล้านบาท
และ 3.บ้านเดี่ยวในโซน TOPAZ เนื้อที่ตั้งแต่ 59-61 ตร.ว. ขายราคา 5.9 ล้านบาทเฉลี่ยลดลงกว่า 6% จากเดิม 6.3 ล้านบาท
บ้านที่นำออกมาขายและร่วมแคมเปญนั้นจะเป็นบ้านที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2550 และจากการนำเอากลยุทธ์ด้านราคามาใช้จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ซึ่งยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาลุกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ โครงการบลู ลากูน ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 100 ไร่ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส จำนวน 260 ยูนิตมูลค่าโครงการรวม 2,700 ล้านบาท โดยในส่วนของเฟส 2 ที่เหลืออีก 100 ยูนิตนั้น ได้เริ่มวางแผนงานด้านการตลาดและการขายแล้ว
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มในช่วงครึ่งหลังของปีจนถึงปี 2552 อีก 2-3 โครงการ ซึ่งมีทั้งทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว รวมมูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาท ขระเดียวกันก็มีแผนจะแตกทำเลการพัฒนาไปยังโซนพุทธมณฑล สาย 2 ที่ขณะนี้บริษัทมีที่ดินร่วม 40 ไร่ ตามแผนคาดพัฒนาในปี 2552
ส่วนยอดขายปีนี้บริษัทตั้งเป้าไว้ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่าเท่าตัว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตามเป้าเพราะมียอดขายในช่วงครึ่งแรกของปีประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนยอดรับรู้รายได้นั้นตั้งเป้าไว้ที่ 850 ล้านบาท บางส่วนเป็นยอดรับรู้จากการขายในปีก่อนที่ยกมาโอนในปีนี้ประมาณ 200 ล้านบาท และในช่วงที่ผ่านมามียอดโอนบ้านให้ลูกค้าแล้ว 300 กว่าล้านบาท |