คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
"บ้านเอื้ออาทร" ร้อยแปดปัญหาจากผู้ซื้อ

บ้านเอื้ออาทรโครงการบ้านเอื้ออาทร บ้านในฝันของผู้มีรายได้น้อย กลายเป็นฝันร้ายของผู้เป็นเจ้าของอย่างไม่คาดคิด ปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการบ้านเอื้ออาทร ตลอดระยะเวลา 6 ปี สร้างคำถามมากมาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการบ้านเพื่อคนจน...แห่งนี้ 

และวันนี้โครงการบ้านเอื้ออาทร คือหนึ่งในกรณีศึกษาโครงการของรัฐบาลที่สะท้อนถึงจุดบกพร่องหลายอย่าง ความโปร่งใสและเจตนารมณ์ของผู้คิดค้นโครงการ นำไปสู่กรณีพิพาทและปัญหาใหญ่จนเกินที่จะเยียวยา 

หลากหลายประเด็นบนโครงการเอื้ออาทร ทั้ง “ดีมานด์เทียม” สร้างเสร็จก่อนซื้อแต่กลับไม่มีผู้ซื้อ ผู้รับเหมาทิ้งงาน เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ นำไปสู่การลดปริมาณให้สอดรับกับดีมานด์จริง    

ความไม่ชอบมาพากลที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดลง ล่าสุด ชาวบ้านที่จองซื้อบ้านในโครงการต้องออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ ตั้งกระทู้ (ด่า) ผ่านเวบไซต์ หอบหลักฐานร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจและนายอำเภอ  ระบุว่าปัญหามากมายของทั้งการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในทำนองที่ว่าไม่เกิดความชัดเจน ส่อเค้าเอาเปรียบผู้เช่าซื้อ จ่ายค่างวดกับธนาคารแล้วกลับโบ้ยให้ไปติดต่อกับการเคหะฯ และอ้างว่าบ้านถูกยึดแล้ว


ลูกบ้านหมู่บ้านเอื้ออาทร จังหวัดศรีสะเกษ กว่า 60 หลังคาเรือน และ ลูกบ้านโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทรสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 200 ราย รวมตัวกันเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังองค์กรเอกชน และนายอำเภอสันกำแพงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือประนอมหนี้ โดยกล่าวอ้างว่าโดนพิษเศรษฐกิจ ส่งผลให้ไม่มีเงินพอที่จะนำไปผ่อนจ่ายค่างวดบ้านเอื้ออาทรได้ทันตามกำหนด


ทุกประเด็นของปัญหา เสมือนเป็นเผือกร้อนที่ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบ ต้องออกมาแก้ไขปัญหา...แบบไม่รู้จบ..!!


“มีปัญหาเกิดขึ้น เราก็คงต้องแก้กันไปเรื่อยๆ” สุชาติ  ศิริโยธิพันธุ์  ผู้ว่าการ การเคหะฯ ยอมรับว่า ปัญหาพวกนี้เพิ่มมากขึ้นจากภาวะค่าครองชีพ  ปัญหาลูกโซ่นี้คงจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตนและเจ้าหน้าที่การเคหะฯ พร้อมชี้แจง อธิบาย เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน  เพราะเชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่เข้าใจของประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านที่เช่าซื้อบ้านเดี่ยวและคอนโดไปแล้ว อยู่ระหว่างการผ่อนกับทางธนาคารไม่เข้าใจในระบบของธนาคาร


กรณีตัวอย่างที่เห็นในขณะนี้ คือ กรณีที่ลูกค้าค้างค่างวดชำระ 3 เดือน  การเคหะฯ ก็ต้องนำกลับมาขายใหม่ เพราะถือว่าเป็นผู้ค้ำประกันการซื้อคืนจาก ธอส. บ้านพวกนี้มีเป็นพันหน่วย  ขณะเดียวกัน การเคหะฯ ต้องแก้ไขปัญหาเพื่อลดความสูญเสียทางการเงิน หรือแก้ไขปัญหาขาดทุนไปพร้อมๆกัน


กรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ ไม่ว่าจะงวดใดงวดหนึ่ง ต้องชำระเงินกู้ให้ครบตามงวด โดยไม่ให้มีหนี้ค้าง และทุกครั้งที่การเคหะฯ เห็นว่าส่อแววที่จะเกิดปัญหา เจ้าหน้าที่ของการเคหะฯ ที่รับผิดชอบอยู่แต่ละแห่ง ก็จะส่งสัญญาณหรือแจ้งเตือนประชาชนหรือลูกค้ารายนั้นๆ ทันที หากพ้นกำหนดที่เตือนแล้วยังไม่ดำเนินการ การเคหะแห่งชาติในฐานะผู้ค้ำประกัน จะชำระหนี้แทน และใช้สิทธิยกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเอื้ออาทรกับลูกค้ารายนั้นต่อไป


“หากไม่ยึดกลับคืน แล้วไม่นำมาขายต่อ ปัญหาก็จะรุนแรงขึ้นมาก และที่สำคัญ ธอส.ก็จะหยุดการให้สินเชื่อกู้ซื้อบ้านในรายต่อไปทันที” สุชาติ กล่าว


ที่ผ่านมา การเคหะฯ เสนอรายชื่อลูกค้าบ้านเอื้ออาทรต่อสถาบันการเงินเพื่อขอกู้เงินไปแล้วจำนวน 7- 8 หมื่นราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีลูกค้าไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้านเอื้ออาทร ที่เหลืออีกว่าครึ่งไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของแบงก์  และแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินจะปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้าบ้านเอื้ออาทรกว่ากึ่งหนึ่งหรือกว่า 50% แต่การเคหะฯ ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้จองซื้อบ้านเอื้ออาทร ไว้สองแนวทางหลักๆ ดังนี้


แนวทางแรก  กรณีที่ลูกค้าไม่ผ่านการอนุมัติเงินกู้จากสถาบันการเงิน การเคหะฯ จะนำลูกค้าเข้าสู่โครงการเช่าซื้อระยะยาวกับการเคหะฯ  โดยลูกค้าต้องทำสัญญาเช่าซื้อบ้านเอื้ออาทร กับ การเคหะฯ เป็นเวลา 3 - 4 ปี  ค่าเช่า 2,500 บาทต่อเดือน  และเมื่อครบตามเงื่อนไขที่ การเคหะฯ กำหนดไว้ การเคหะฯ จะเสนอเรื่องเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคารอีกครั้งหนึ่ง


แนวทางที่สอง คือ ภายหลังจากที่ลูกค้าที่ขอสินเชื่อแล้ว แต่ไม่ผ่านการอนุมัติจากสถาบันการเงิน การเคหะฯ จะนำรายชื่อลูกค้าเสนอขอความช่วยเหลือทางด้านสินเชื่อจากบริษัท สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด อีกครั้งหนึ่ง


นอกจากนี้ การเคหะฯ ยังอยู่ระหว่างคิดหาสูตรในการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มเติม จากเดิมที่กำหนดเกณฑ์อายุไว้ที่ 20 ปีนั้น มีแนวคิดจะปรับเกณฑ์ลงเหลือ 18 ปี แต่ต้องมีรายได้ประจำและมีการรับรองจากผู้ปกครอง บิดา มารดา การขยายฐานดังกล่าว


เพราะเห็นว่ามีเด็กที่จบการศึกษามัธยมต้น จากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หรือตามแหล่งงานต่างๆ รวมถึงในนิคมอุตสาหกรรมนั้นเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ประจำ และยังขาดที่อยู่อาศัย วิธีการนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องบ้าน ห้องชุดที่มีอยู่ 6-7 หมื่นหน่วยตามจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรม เช่น สมุทรสาคร สมุทรปราการ เป็นต้น


ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการบ้านเอื้ออาทรนี้ มีเข้ามาสู่การเคหะฯ อย่างต่อเนื่อง บางปัญหายังแก้ไม่จบ ก็มีปัญหาใหม่เข้ามาทับถม ทุกๆ ปัญหา ใช่ว่าจะจบลงง่ายๆ รวมถึงแนวนโยบายต่างๆ ที่จะดำเนินการในอนาคตนั้น ต้องยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่านับจากนี้ไปการเคหะฯ จะเดินไปในทิศทางไหน อย่างไร รวมถึงแหล่งที่มาของการสร้างรายได้..!!

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 25-06-2551 11:01:48
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com