แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุม ครม. วันที่ 17 มิ.ย.นี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพก่อสร้างและผู้ประกอบอาชีพอื่น ตามที่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีข้อเสนอร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการอาชีพก่อสร้างที่ทำสัญญากับทางราชการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าขนส่ง เช่น น้ำมัน เหล็ก และสายไฟฟ้า เป็นต้น ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้สมาคม เสนอขอให้ภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการอาชีพก่อสร้างใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.พิจารณาปรับปรุงการคำนวณเงินเพิ่มลดค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่าเค) ให้มีความเป็นธรรม โดยขอให้ระงับการใช้ค่าส่วนต่างบวกลบ 4 เป็นการชั่วคราวจนกว่าสำนักงบประมาณจะดำเนินการศึกษาและปรับสูตร
2.พิจารณาขยายระยะเวลาของสัญญาโครงการก่อสร้างที่ได้เสนอราคา หรือสัญญาที่ได้ลงนามไปแล้ว หรือยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอยู่ เพื่อเป็นการลดและยืดปริมาณความต้องการเหล็กเส้นให้น้อยลงและยาวขึ้น 3.พิจารณางดหรือยกเว้นหรือลดหย่อนหรือให้คืน ค่าปรับไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพก่อสร้างที่ได้ถูกปรับอันเนื่องจากก่อสร้างล่าช้าล่วงเลยกำหนดสัญญา ทั้งนี้ให้มีผลย้อนหลังด้วย
4.พิจารณาเร่งรัด พ.ร.บ.การประกอบอาชีพก่อสร้าง พ.ศ.....ที่อยู่ระหว่างตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และ 5.สมาคม ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างกฎ ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ร่วมกับภาครัฐบาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส
พร้อมทั้งเสนอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอื่นซึ่งมิใช่งานก่อสร้าง ที่ได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าแรงงาน รวมถึงปัจจัยการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ปรับราคาสูงขึ้นผิดปกติ ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ผู้ประกอบการที่ประมูลงานไปก่อนหน้านี้ และยังไม่ได้ทำสัญญาหรือทำสัญญาแล้วแต่ยังไม่มีการจ่ายเงินงวดแรก หากผู้ประกอบการจะขอยกเลิกสัญญาก็สามารถทำได้ โดยไม่ถือว่าเป็นผู้ละทิ้งงาน
2.ขอให้ทางราชการเพิ่มราคาสินค้าจากที่เสนอในราคาเดิมทั้งวัตถุดิบและอื่นๆ ที่ได้เพิ่มขึ้นจริงในระหว่างเริ่มประกวดราคาจนถึงวันที่สรุปตกลงสั่งซื้อในการประกวดราคานั้นๆ และ 3.หากผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะขายสินค้าต่อทางราชการ ให้ทางราชการขยายเวลาสัญญาต่อไปอีก 250 วัน เพื่อชะลอการแย่งวัตถุดิบในท้องตลาด ที่มีราคาสูงและขาดแคลนอยู่ในปัจจุบัน
|