นายวิกรม วัชรคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางราคาเหล็กว่า มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาเศษเหล็ก เนื่องจากความต้องการใช้เศษเหล็กของโลกเพิ่มสูงมาก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นและรัสเซีย รวมทั้งมีบางประเทศนำเศษเหล็กมาหลอมเพื่อใช้แทนเหล็กที่ถลุงแล้ว เพราะเศษเหล็กมีราคาถูกกว่า
นอกจากนี้ ต้องจับตาปริมาณการใช้เหล็กในประเทศจีนช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวน ทำให้เชื่อว่าจีนมีความจำเป็นต้องใช้เหล็กเพื่อการฟื้นฟูประเทศ ส่งผลต่อปริมาณเหล็กในตลาดโลกลดลง
ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กในปีนี้ ขึ้นอยู่กับการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนและอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ซึ่งมีสัดส่วนการใช้เหล็กถึง 60% โดยจะเติบโตทิศทางเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่สิ่งสำคัญในขณะนี้คือรัฐบาลจะต้องสร้างความชัดเจนทางการเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนกลับคืนมา
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางราคาเหล็กยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากอัตรากำลังการผลิตเหล็กในขณะนี้สูงถึง 97% ดังนั้น หากเศรษฐกิจของจีนและอินเดียขยายตัวสูงขึ้น ทำให้มีการบริโภคและการลงทุนมากขึ้น อาจส่งผลให้กำลังการผลิตเหล็กขยายตัวไม่ทันความต้องการบริโภค
จากการประเมินของสถาบันเหล็กฯ คาดการณ์ว่าในปี 2561 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้เหล็กในประเทศจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 12 ล้านตันต่อปี เป็น 24 ล้านตันต่อปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขยายกำลังการผลิต โดยบริษัทเตรียมจะยื่นขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนรอบใหม่ เพื่อก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กกำลังการผลิต 5 ล้านตันต่อปี มูลค่าการลงทุน 9 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้
|