นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงอุตสาหกรรมวานนี้(12 มิ.ย.)ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการหารือถึงความคืบหน้าของการขอรับการช่วยเหลือต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งในหลักการแล้ว ทางรองนายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอของทางสมาคมฯ ได้แก่ สัญญาที่มีนิติสัมพันธ์กับโครงการก่อสร้างภาครัฐ ในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. ก็ให้ขยายอายุสัญญาโครงการก่อสร้างออกไปอีก 180 วัน เพื่อตรึงราคาวัสดุก่อสร้าง และเป็นการกระจายปริมาณความต้องการเหล็กเส้นและวัสดุก่อสร้าง การนิรโทษกรรมให้แก่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่สามารถประมูลงานได้ แต่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ รวมถึงการให้ยกเลิกการหัก 4% ของค่า K ซึ่งทางรองนายกฯยืนยันว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้
อย่างไรก็ดี ในประเด็นความชัดเจนของคำตอบที่เกี่ยวกับการยกเลิกค่า K นั้น ทางผู้อำนวยการสำนักงบประมาณจะให้คำตอบที่แน่ชัดแก่นายสุวิทย์ คุณกิตติ ในวันนี้(13 มิ.ย.) ขณะที่การขยายอายุสัญญาโครงการก่อสร้างออกไป 180 วัน ทางสมาคมฯจะมีการหารือกับกรมบัญชีกลางในเวลา 09.30 น.ในวันนี้เช่นกัน
"ถามว่าแน่ใจแค่ไหนทางจะมีการปลดล็อกค่า K ตรงนี้จะต้องมาพิจารณาข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการก่อสร้างได้สูงขึ้น และกำลังจะมีธุรกิจปิด และเป็นสภาพที่คนกำลังตาย ไม่เหมือนกรณีอื่น และต่อให้มีการยกเลิค่า K บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่รับงานภาครัฐ ก็ยังรับภาระกับต้นทุนที่เพิ่ม เพียงแต่การปลดล็อคดังกล่าวเป็นการบรรเทาผลกระทบในช่วงสั้น ซึ่งจริงๆแล้ว ยาขนานแท้ คือ การหาสูตรค่าKใหม่ ซึ่งในส่วนนี้มีการกำหนดระยะเวลาในการหาสูตรใหม่ 90 วัน เรื่องของการประมูลในระบบอี-ออฟชัน และหลักการคิดราคากลางใหม่ ส่วนนี้ยังไม่มีการเข้าสู่ครม.เพราะต้องหาข้อสรุปที่แน่ชัดก่อน" นายอังสุรัสมิ์กล่าว
เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวถึงผลกระทบดังกล่าวทำให้ภาคสถาบันเงินระมัดระวังในการปล่อยกู้ภาคการก่อสร้างว่า เริ่มมีสัญญาณให้เห็น เนื่องจากสถาบันการเงินกังวลและเป็นห่วงต่อฐานะทางธุรกิจของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่จะมีผลการดำเนินงานที่มีปัญหา ทำให้ภาคสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ บางแห่งมีการเร่งรัดให้บริษัทเอกชนเร่งชำระหนี้เร็วขึ้น เพื่อป้องกันผลต่อเนื่องถึงการตั้งสำรองของสถาบันการเงินตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
"จริงๆ แล้ว สถาบันการเงินอาจจะคิดไปเอง คิดว่าบริษัทรับเหมาจะขาดทุนเพิ่มขึ้น จนทำให้ต้องสำรองเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ในประเด็นได้มีการหารือกับรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็รับปากว่า หากเกิดขึ้นจริงและมีปัญหา จะมีการเรียกสถาบันการเงินแห่งนั้นมาเร่งรัดการสนับสนุนสินเชื่อ เนื่องจากขณะนี้ ภาครัฐเตรียมที่จะช่วยเหลือธุรกิจก่อสร้าง โดยมีมติครม.ออกมา ก็พอจะยืนยันได้ว่า รัฐบาลอุ้มธุรกิจนี้" นายอังสุรัสมิ์กล่าว
อนึ่ง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2551 ผู้รับเหมาก่อสร้างต้องแบกภาระต้นทุนจากราคาเหล็กแพงกว่า 14,000 ล้านบาทแล้ว ส่งผลกระทบให้หลายบริษัทต้องปิดกิจการ และคนงานกว่า 2 แสนคนต้องตกงาน การปิดกิจการยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงน่าเป็นห่วงแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งประเทศซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 3-5 ล้านคน
|