| โพสต์ทูเดย์ — กทม. เร่งสำรวจอาคารเสี่ยงแผ่นดินไหวทั่วกรุง เชิญเจ้าของตึกซ้อมหนีภัย
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศจีนจนเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก ทาง กทม.จึงจะสำรวจจุดชำรุดจากผลกระทบของแผ่นดินไหวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอาคารสูงที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงและจะกำหนดมาตรการเตือนภัยเพิ่มให้กับประชาชน
นอกจากนี้ ได้สั่งให้สำนักงานเขตที่มีตึกสูงและเสี่ยงต่อการได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลายเขต เช่น สีลม สาธร พระราม 4 พร้อมกันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอาคารสูง 10 อาคาร อาทิ ตึกเอ็มไพร์ ตึกซันทาวเวอร์ ตึกออลซีซัน และตึกใบหยก เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กทม.จะเชิญเจ้าของอาคารที่อยู่ในข่ายกลุ่มเสี่ยงมาหารือ เพื่อเตรียมรับมือเหตุแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอาคารที่สร้างภายหลังมี กฎกระทรวงของกรมโยธาธิการเกี่ยวกับแผ่นดินไหวออกมาบังคับใช้ จะต้องมีการตรวจสอบใบอนุญาต ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารและฝึกซ้อมการหนีภัยอย่างเคร่งครัด
“ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และโรงงานสารเคมีอันตรายต่างๆ ในทุกๆ อาคารสูง จะมีการซ้อมแผนรับมือแผ่นดินไหวและติดสัญญาณเตือนภัยอยู่แล้ว โดย กทม.ได้มอบให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม.ทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ในการวางแผนรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ภายในสัปดาห์หน้า กทม.จะจัดทำแผ่นป้ายโปสเตอร์และแผ่นพับเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อาศัยบนอาคารสูง
ด้านนายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษก กทม. กล่าวว่า กฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทานความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2550 ซึ่งอาคารที่สร้างก่อนหน้านี้จะไม่มีผลบังคับใช้
นายถนอม กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ กทม.จัดอยู่ในข่ายพื้นที่บริเวณที่ 1 ซึ่งหมายความว่า เป็นพื้นที่บริเวณที่เป็นดินอ่อนมาก ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร
สำหรับบริเวณเฝ้าระวังประกอบด้วย โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง ท่าอากาศยาน โรงไฟฟ้า อาคาร เก็บวัตถุอันตรายและวัตถุไวไฟ โรงมหรสพ หอศิลป์ หอสมุด ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และโรงเรียน เป็นต้น |