|
 |
|
เช็กอาการ... ตลาดวัสดุก่อสร้างเชียงใหม่ รายย่อยถอดใจทุนใหญ่กินรวบ-แข่งขันสูง
|
 |
ยิ่งเป็นการตอกย้ำ และเพิ่มอุณหภูมิการแข่งขันของธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ จ.เชียงใหม่ มากยิ่งขึ้น ภายหลังการเปิดตัวสาขาที่ 2 ของทุนใหญ่จากส่วนกลางอย่าง "โฮมโปร" ที่มีพื้นที่ให้บริการกว่า 7,500 ตารางเมตรภายในบิ๊กซี สาขาหางดง จ.เชียงใหม่ หากนับรวมทุนใหญ่ "โกลบอลเฮ้าส์" ที่รุกคืบเข้ามาปักธงรบก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งเป็นข้อกังวลอย่างมากถึงความอยู่รอดของทุนท้องถิ่น
โซนฮอตฮิตที่ทุนใหญ่พาเหรดเข้ามา ปักธงมากที่สุดอยู่ด้านทิศใต้ของเชียงใหม่ โดยเฉพาะในเขต อ.หางดง เนื่องจากมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรเริ่มขยายตัวตามถนนวงแหวนรอบที่ 2-3 และถนนสายคันคลองชลประทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โกลบอลเฮ้าส์, โฮมโปร มีมูลค่าเงินลงทุนรวมกันมากกว่า 700 ล้านบาท โดย โกลบอลเฮ้าส์ ลงทุนกว่า 400 ล้านบาท บนพื้นที่ 37 ไร่ ขนาด 30,000 ตารางเมตร มีสินค้ากว่า 70,000 รายการ ส่วนโฮมโปรมีสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านกว่า 60,000 รายการ
ขณะที่โซนเหนือของเชียงใหม่บริเวณถนนสายเชียงใหม่-แม่โจ้ ในปีนี้ก็มีการลงทุนขยายสาขากันอย่างคึกคักเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มทุนค้าวัสดุเก่าแก่รายใหญ่ในพื้นที่ เช่น ซิ้นเซียงหลี พรเทพวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มทุนจากจังหวัดลำปาง ก็เตรียมเปิดร้านวัสดุก่อสร้างในย่านนี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวรับมือกับการรุกมาของกลุ่มทุน จากส่วนกลาง ถนนเส้นนี้นับเป็นย่านที่อยู่อาศัย มีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โฮมโปร สาขาหางดง มีเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าโซนด้านทิศใต้ของเชียงใหม่ คือ กลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเขต อ.หางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด ดอยเต่า อมก๋อย รวมถึงบางส่วนของ จ.ลำพูน และลำปาง โดยวางกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของบ้านในสัดส่วนถึง 90% และ อีก 10% เป็นกลุ่มผู้รับเหมาและลูกค้าโครงการ ในช่วงแรกตั้งเป้ายอดขาย 40 ล้านบาทต่อเดือน
ด้าน นายสมบูรณ์ อมรเสนารักษ์ ประธานชมรมผู้ค้าวัสดุก่อสร้างเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้ตลาดวัสดุก่อสร้างเชียงใหม่จะเติบโตลดลง ขณะนี้สมาชิกของชมรมที่มีอยู่ 123 ราย ยอดขายตกลง 30-50% นอกจากผลกระทบหลักจากภาวะเศรษฐกิจแล้ว การลงทุนของกลุ่มทุนขนาดใหญ่หลายรายที่เข้ามาได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ค้าท้องถิ่นที่ถูกแชร์ตลาด ทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงมากขึ้น โดยทุนใหญ่มีข้อได้เปรียบเรื่องราคาขายต่ำ ระยะเวลาในการขายนานกว่า สินค้าหลากหลาย การบริการและกำลังซื้อมากกว่า ซึ่งอนาคต ผู้ค้ารายเล็ก-รายกลางทำตลาดยากขึ้น
นายฉัตรชัย ตรีอารยะพงศ์ ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเตียเม่งฮวดฮาร์ดแวร์ ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้ตลาดวัสดุก่อสร้างในภาพรวมยังคงซบเซาและย่ำแย่ ยอดขายตกลงไปกว่า 20% เหตุผลสำคัญนอกจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างมากแล้ว ยังมีปัจจัยของราคาสินค้าหลายชนิดที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ราคาเพิ่มขึ้น 10-20% เหล็กเส้นปรับขึ้น 30-40% ทำให้ตลาดชะลอกำลังซื้อไปมาก โดยพบว่ากำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มหลักเช่นรับเหมาก่อสร้างหายไปเกือบ 90% ถือว่าเป็นภาวะที่ตกต่ำอย่างมากในรอบ 20 ปี
ขณะนี้ผู้ประกอบการค้าวัสดุก่อสร้างรายย่อยอยู่ในภาวะประคองตัว ลดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด และขายสต๊อกที่มีอยู่ และควบคุมสินค้าให้พอขาย ปีที่ผ่านมามีผู้ค้ารายย่อยปิดกิจการไปแล้วประมาณ 10 ราย
สำหรับไตรมาสที่ 2 และที่ 3 คงต้องหวังให้สถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในการลดภาษี ค่าธรรมเนียมการโอน อสังหาริมทรัพย์ น่าจะมีผลให้กำลังซื้อกลับคืนมาได้ ขณะเดียวกันหากรัฐบาลอัดฉีด งบประมาณลงมาให้กับหน่วยงานของ ภาครัฐ ก็อาจจะช่วยฟื้นภาคการก่อสร้างได้
ด้าน นายเม่งเจียง แซ่ลิ้ม เจ้าของร้านค้าวัสดุก่อสร้างลิ้มเม่งเจียง อ.หางดง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางร้านไม่ได้สั่งซื้อสินค้าเพิ่ม แต่จะทยอยขายสินค้าในสต๊อกให้หมด เพื่อเตรียมปิดกิจการ เนื่องจากการแข่งขันสูงขึ้นในทุกระดับ ดังนั้นร้านค้ารายย่อย จะต้องปรับตัวอย่างมาก
|
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน |
ที่มา :
ประชาชาติธุรกิจ
14-05-2551 10:02:02 |
|
 |
|
 |
| |
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
- หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
- ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
- สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|