ศุภรัชฎ์ วีระกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในวันแถลงข่าวเปิดตัวเวบไซต์ใหม่www.my1sthome.in.th เมื่อเร็วๆนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านหลังแรก ด้วยแนวคิดทำเวบไซต์ให้เป็นชุมชนออนไลน์
สื่อออนไลน์เฟื่อง บิ๊กอสังหาฯ เปิดเวบใหม่ขยายฐานลูกค้า หวังเป็นคลังข้อมูลชั้นดี ช่วยพัฒนาสินค้าใหม่ เพิ่มงบอัดกิจกรรมผ่านเน็ต หลังพบ 2 ปีโตพรวด ทั้งจำนวนผู้ชมและยอดขายผ่านสื่อ หลายค่ายเตรียมปัดฝุ่นเวบไซต์ รับพฤติกรรมผู้บริโภคหาข้อมูลบ้านผ่านโลกไซเบอร
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : พฤติกรรมการบริโภคข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่บรรดานักการตลาดให้ความสนใจมาระยะหนึ่ง ถึงผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และผลต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ต่างๆ ทำให้หลายค่ายลุกขึ้นมาปรับปรุงเว็บไซต์ขององค์กร ให้เคลื่อนไหวมากกว่ารูปแบบเดิมๆ ที่เคยมี รวมถึงในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคเปลี่ยนรูปแบบการหาข้อมูลก่อนซื้อบ้าน ด้วยการไล่เก็บโบรชัวร์ตามโครงการ มาเป็นนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เสิร์ชหาข้อมูลบนโลกอินเทอร์เน็ต
แลนด์ฯ เปิดเวบใหม่เจาะกลุ่มบ้านหลังแรก... ศุภรัชฎ์ วีระกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด กล่าวว่า แลนด์ฯ ให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มาก เพราะเห็นผลการเติบโตจากสื่อนี้ ล่าสุดได้เปิดเวบไซต์ใหม่ www.my1sthome.in.th หมายถึงเว็บไซต์เกี่ยวกับบ้านหลังแรกเน้นเจาะการสร้างชุมชนออนไลน์ สำหรับผู้เตรียมตัวมีบ้านหลังแรก และมีลิงค์ข้อมูลของบ้านแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เพียงรายเดียว จากที่ก่อนหน้านี้แลนด์ฯ มีเวบไซต์องค์กร www.lh.co.th และเวบไซต์ที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย มีข้อมูลของบ้านหลากหลายโครงการ หลายบริษัทรวมอยู่ด้วยกัน www.homedd.com
การรุกหนักในตลาดบ้านหลังแรกของแลนด์ฯ ด้วยการอาศัยสื่ออินเทอร์เน็ต เพราะจากการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรก ระดับราคาประมาณ 2-5 ล้านบาท สัดส่วนสูงถึง 60% หาข้อมูลจากสื่ออินเทอร์เน็ต แลนด์ฯ จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเปิดเวบไซต์ใหม่ ในรูปแบบของการสร้างชุมชน ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกออนไลน์ที่ต้องมีการสื่อสารแบบเรียลไทม์มากขึ้น การข้อมูลข่าวสารที่สื่อสารผ่านเวบไซต์มายเฟิร์สโฮม จะกลายเป็นข้อมูลชั้นดีให้แลนด์ฯ ปรับใช้ในการทำตลาดดังกล่าว
ที่ผ่านมาสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นหนึ่งในช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าที่กระตุ้นให้ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมไซต์โครงการจริง โดยมียอดขายที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าศึกษาข้อมูลจากเวบไซต์ก่อนเข้าชมโครงการจริงในปี 2550 สูงถึง 553 ยูนิต รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 500 ยูนิต ในขณะที่ปี 2549 มียอดขายผ่านสื่อดังกล่าวที่ 433 ยูนิต เฉลี่ยระดับราคาที่ 4.2 ล้านบาท โดยตัวเลขยอดขายของ 2 ปีที่ผ่านมานี้เป็นตัวเลขที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากก่อนหน้านี้มาก ในปีนี้จากการมีเวบไซต์ใหม่เพิ่มอีก 1 เวบ ตั้งเป้าจะมียอดขายผ่านสื่อนี้ 580 ยูนิต ราคาเฉลี่ยประมาณ 3-4 ล้านบาท
แลนด์ฯใช้งบผ่านสื่อดังกล่าวเพียง 1.7% ของงบโฆษณาทั้งหมด ถือว่าน้อยมาก แต่ได้ผลตอบรับที่ดี โดยหากเทียบกับสื่อโฆษณาในหนังสือพิมพ์แล้ว เม็ดเงินโฆษณาต่อครั้งที่ 7.3 แสนบาท มีการตอบรับจากจำนวนคนที่ติดต่อกลับมาเพียง 20-30 คน ทำให้แลนด์ฯ วางเป้าเพิ่มลูกเล่นกับการใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น โดยจะใช้กลยุทธ์ "ไวรัล มาร์เก็ตติ้ง" เข้ามาเสริม ด้วยการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้ข่าวสารกระจายตัวได้เร็ว เพราะเฉลี่ยแล้วใน 1 คนสามารถส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ให้เครือข่ายของตัวเองได้อย่างน้อย 10 คน
พลัสฯ เพิ่มงบสื่อออนไลน์เท่าตัว... ดุษฎี ตันเจริญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า เทรนด์ของการหาข้อมูลที่อยู่อาศัยผ่านสื่อออนไลน์ ปีนี้เติบโตกว่าปีที่ผ่านมามาก โดยเวบไซต์ของพลัสฯ www.plus.co.th ปีที่ผ่านมามีผู้ชม 35,000 คนต่อเดือน ปีนี้เฉพาะไตรมาสแรก เติบโตขึ้นมาเป็น 50,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้นประมาณ 43% และมีจำนวนในการคลิกไปหน้าต่างๆ ในเวบไซต์ (Page View) จาก 150,000 หน้าเวบเพจต่อเดือน เป็น 200,000 หน้าเวบเพจต่อเดือน ยอดขายที่เกิดจากสื่อนี้ เฉพาะไตรมาสแรก จำนวน 50 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท
รูปแบบการเข้าถึงโครงการต่างๆ มีทั้งเข้าตรงถึงเวบไซต์ของพลัสฯ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 86% การเข้าผ่านการเสิร์ชเอ็นจิ้น จากเวบไซต์หาข้อมูล เช่น กูเกิล (www.google.co.th) มีสัดส่วน 13% และอื่นๆ 1% โดยในส่วนของเสิร์ชเอ็นจิ้นต่างๆ เจ้าของเวบไซต์จะรายงานข้อมูลในการค้นหาข้อมูลของลูกค้าเป็นรายเดือน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา คำค้นหายอดฮิต คือ คอนโดมิเนียม เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวความต้องการคอนโดมิเนียมสูงมาก ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ คำค้นหาอันดับ 1 คือ ทาวน์เฮ้าส์
แนวโน้มการเติบโตของสื่อนี้ ทำให้พลัสฯ เพิ่มงบสื่ออินเทอร์เน็ต จาก 1% เป็น 2% ของงบการสื่อสารทั้งหมด ที่ประมาณ 350 - 370 ล้านบาทต่อปี พร้อมกับหันมาสร้างกิจกรรมบนสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบสองทางกับลูกค้า โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เปิดแคมเปญกับสื่อออนไลน์ไปแล้ว 2 แคมเปญ คือ แคมเปญอัพเดทโปรไฟล์ ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินฟรี เจาะกลุ่มลูกบ้านพลัสฯ และแคมเปญแจกยกแก๊ง ฟอร์เวิร์ดเมล์แล้วตอบกลับได้รับตั๋วหนัง เจาะกลุ่มคนทั่วไป ซึ่งมียอดผู้ตอบกลับมาต่อแคมเปญประมาณ 400 คน
กลุ่มเป้าหมายของพลัสฯ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นปกติ ลูกค้า 100% ปีที่ผ่านมาแคมเปญ "กรีน ฟอร์เวิร์ด" สามารถสะท้อนประสิทธิภาพของสื่อนี้ได้ดี โดยการที่พลัสฯ ส่งอีเมล์ชวนลูกบ้านบอกวิธีลดโลกร้อน และส่งต่อไปยังเครือข่ายของตัวเองที่มีไม่น้อยกว่า 10 คน ทำให้ปัจจุบันพลัสฯ มีฐานสมาชิก กรีน ฟอร์เวิร์ด สูงถึง 30,000 คน ภายในเวลา 6 เดือน
เอสซีฯ เตรียมรุกสื่อออนไลน์...ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท เอสซี เอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ใช้เวบไซต์ www.scasset.com เป็นเวบไซต์หลัก ถือเป็นเวบไซต์องค์กรที่เห็นแนวโน้มการเติบโตของพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างชัดเจน โดยปีนี้จะเริ่มเก็บข้อมูลจากสื่อนี้อย่างจริงจัง และจะเริ่มทำกิจกรรมบนหน้าเว็บไซต์ให้มากขึ้น ซึ่งจากช่วงไตรมาสแรก มีจำนวนผู้เข้าชมเว็บ 10,000 คนต่อเดือน มีอัตราการเติบโต 5-10% แบ่งเป็นการเข้าทางตรงกับเวบไซต์องค์กร 50% และจากเสิร์ชเอ็นจิ้นในกูเกิล 50% ภายใต้คำค้นหาว่า คอนโดมิเนียม มากที่สุดเป็นอันดับ 1 และมีลูกค้าที่หาข้อมูลก่อนเข้าไซต์จริง แล้วสามารถปิดการขายได้ 10-15% จากจำนวนลูกค้าที่ใช้สื่อนี้ทั้งหมด |