คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
AREA เผยยอดไตรมาสแรกผุด 71 โครงการ
คาดทั้งปีอสังหาฯ เปิดใหม่รวม 7.5 หมื่นหน่วย

จากการสำรวจข้อมูลของบริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด คาดว่าทั้งปีมีอสังหาฯ เกิดใหม่ 284 โครงการ จำนวน 74,820 หน่วย รวมมูลค่า 206,603 ล้านบาท ส่วนไตรมาสแรกของปี 2551 พบว่า มีการเปิดตัวโครงการอสังหาฯใหม่ 71 โครงการ ลดลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนจำนวนหน่วยที่เปิดลดลง 9% แต่มูลค่าปรับเพิ่มขึ้น 10% แสดงให้เห็นว่าตลาดของบ้านราคาถูกเกิดขึ้นน้อย รวมทั้งวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มด้วย ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมต่อเนื่องและมีขนาดตลาดใกล้เคียงกับปีที่แล้ว หากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม อาจส่งผลให้เกิดการซื้อขายและนำเสนอสินค้าออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้น และยังไม่เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผยว่า แนวโน้มตลอดปี 2551 คาดว่าทั้งปีจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่ทั้งสิ้น 284 โครงการ จำนวน 74,820 หน่วย รวมมูลค่า 206,603 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัย 268 โครงการ จำนวน 72,156 หน่วย รวมมูลค่า 185,039 ล้านบาท

หากเทียบกับช่วงปี 2550 พบว่า จำนวน โครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในปีนี้ น่าจะลดลงไปถึง 24% จำนวนหน่วยลดลง 11% มูลค่าแทบจะไม่ลด โดยลดไปเพียง 1% เท่านั้น และหากพิจารณาเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย พบว่าโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2551 เทียบกับปี 2550 น่าจะลดลงไปถึง 25% จำนวนหน่วยลดลง 11% และมูลค่าลงลงไปเพียง 1% เท่านั้น

ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวใหม่ 71 โครงการ จำนวน 18,705 หน่วย รวมมูลค่า 51,651 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 2.7 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัย 67 โครงการ จำนวน 18,039 หน่วย รวมมูลค่า 46,348 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 2.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากเทียบกับช่วงไตรมาส 1 ของปี 2550 พบว่า จำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดลดลงไปถึง 28% จำนวนหน่วยลดลง 9% อย่างไรก็ตามมูลค่ากับเพิ่มขึ้น 10% และหากพิจารณาเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย พบว่า โครงการที่อยู่อาศัยลดลงไปถึง 29% จำนวน หน่วยลดลง 11% อย่างไรก็ตามมูลค่ากับเพิ่มขึ้น 6%

ถึงแม้จำนวนโครงการจะลดลง แต่ขนาด โครงการโดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยกลับเพิ่มขึ้นจาก 217 หน่วยต่อโครงการเป็น 269 หน่วยต่อโครงการ และในไตรมาส 1/2551 นี้ ที่ราคาเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นแสดงให้เห็นว่าการสร้างบ้านราคาถูกๆ ในท้องตลาดคงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่วัสดุก่อสร้างแพงขึ้นนั่นเอง

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า ขนาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวใหม่ในปี 2551 แทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2550 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่ภาคธุรกิจนี้จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแปรที่ผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเป็นสำคัญ

เมื่อแบ่งตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ในไตรมาส 1/2551 อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยมีเพียง 666 หน่วย จาก 18,705 หน่วย หรือเพียง 4% เท่านั้น แต่มีมูลค่ารวมกันประมาณ 10% ทั้งนี้เพราะอสังหาริมทรัพย์อื่น มักมีราคาที่สูงกว่าที่อยู่อาศัย

ในจำนวนที่อยู่อาศัย 18,039 หน่วยนั้น ส่วนใหญ่พัฒนาเป็นอาคารชุดพักอาศัย จำนวน ถึง 12,342 หน่วย หรือ 68% หรือ 2/3 ของหน่วยขายที่อยู่อาศัยทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 3,359 หน่วย (19% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด) ตามด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 1,770 หน่วย (10%) ส่วนบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น และในไตรมาสที่ 1/2551 นี้ไม่พบการขายแต่ที่ดินเปล่าจัดสรรแต่อย่างใด

การพัฒนากลุ่มใหญ่ที่สุดยังเน้นที่ระดับราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน 7,581 หน่วย (41% ของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท) เฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัย อาจกล่าวได้ว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่พัฒนาในระดับราคาไม่เกินหน่วยละ 2 ล้านบาท เป็นจำนวน 10,632 หน่วย จาก 18,039 หน่วย หรือประมาณ 59%

ในรายละเอียดยังพบว่า ไม่มีการเสนอขายบ้านเดี่ยวราคาเกิน 20 ล้านบาท แต่พบห้องชุดราคาเกินหน่วยละ 20 ล้านบาทจำนวนเพียง 24 หน่วย ทั้งนี้คงเป็นเพราะตลาดคงมีอุปสงค์ปริมาณจำกัด บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ขายในราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮาส์ขายในระดับราคาไม่เกินล้าน และระดับราคา 1-2 ล้านบาท เป็นสำคัญ ส่วนอาคารชุดนั้น มีห้องชุดขายในราคา 1-2 ล้านบาทเป็นสำคัญ

ทิศทางในอนาคตอาจกล่าวได้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1/2551 ก็ยังมีกิจกรรมต่อเนื่องและมีขนาดตลาดใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ไม่ได้มีภาวะตกต่ำจนรัฐบาลต้องออกมาตรการ กระตุ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอีก ก็อาจส่งผลให้เกิดการซื้อขายและนำเสนอสินค้าออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะที่จะล้นตลาดก็คงยังไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

สำหรับปัจจัยลบได้แก่ ปัญหาเงินเฟ้ออันเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทำให้ ความสามารถในการซื้อของประชาชนลดลง นอกจากนี้ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ อาจทำให้เกิดการชะลอตัวได้
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : สยามธุรกิจ 09-05-2551 09:59:37
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com