"วันนี้ ราคาที่ดินที่พุ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ถนนสุขุมวิทตอนต้น แต่จะเป็นสุขุมวิททั้งสาย ต่อเนื่องลงไปถึงบางปู ซึ่งราคาถีบตัวสูงขึ้นมาก.." ธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ยกตัวอย่างภาพความเคลื่อนไหวราคาที่ดินที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ถูกแรงผลักจากต้นทุนราคา จนทำให้การพัฒนาสินค้าในรูปแบบคอนโดมิเนียม ครองสัดส่วนสูงในตลาด นอกเหนือจากความต้องการและพฤติกรรมลูกค้า ที่เป็นตัวผลักดันการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา
ผู้บริหารเกียรตินาคินวิเคราะห์ว่า ราคาที่ดินที่ขยับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนไทย ที่อยู่ในกลุ่มผู้มีเงินออมระดับ 9 หลักขึ้นไป เริ่มผันเงินเข้ามาลงทุนในที่ดินมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อถีบตัวสูงขึ้น แต่อัตราดอกเบี้ยต่ำ การลงทุนในที่ดินจึงกลายเป็นช่องทางการลงทุนที่กลับมาได้รับความสนใจ
"ส่วนหนึ่งมีเงินจากนักลงทุนกลุ่มนี้ ไหลเข้ามาลงทุนในที่ดินค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาที่ดินขยับขึ้นไปค่อนข้างมาก ภายในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี ราคาที่ดินบางแปลงปรับตัวขึ้นตั้งแต่ตารางวาละ 1-3 หมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาทก็มี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ดินในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ เช่น ภูเก็ต พัทยา ชลบุรีปรับตัวขึ้นเร็วมาก"
ธวัชไชย บอกว่า ราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการ ถูกบีบให้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพราะกลายเป็นว่า ด้วยต้นทุนที่ดินที่สูงขนาดนี้ เมื่อคำนวณตัวเลขศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว ทำได้แต่โครงการคอนโดมิเนียม ส่วนบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ มีความเป็นไปได้น้อย
บวกกับกระแสการบูมโครงการคอนโด เกาะแนวรถไฟฟ้าที่ผ่านมา ทำให้เจ้าของที่ดินหลายราย ตั้งราคาที่ดินบวกไว้สำหรับขายเพื่อทำคอนโด ตัวอย่าง ทำเลต่อเนื่องจากส่วนขยายรถไฟฟ้า สายอ่อนนุช-แบริ่ง ตั้งแต่อนุสาวรีย์ช้างสามเศียรไปสมุทรปราการ ซึ่งตอนนี้ ราคาที่ดินวิ่งไปดักรอโครงการคอนโดล่วงหน้าแล้ว
สอดคล้องกับ อธิป พีชานนท์ กรรมการ และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า หลังจากนโยบายเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าของรัฐบาล เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ทำเลชานเมืองที่รถไฟฟ้าจะพาดผ่าน กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตอนนี้บรรดาเจ้าของที่ดินเริ่มขยับปรับราคาที่ดินขึ้น ส่งผลให้การทำโครงการบ้านเดี่ยวในบางทำเล ราคาปรับสูงขึ้นตามไปด้วย จนกำลังซื้อลูกค้าตามไม่ไหว ต้องปรับมาซื้อบ้านแฝด หรือทาวน์เฮ้าส์แทน
"ทำเลที่รถไฟฟ้าพาดผ่าน เมื่อราคาที่ดินเปลี่ยน ตัวสินค้าก็จะเปลี่ยนไปตามราคาที่ดิน โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ที่จะปรับตัวมาเป็นบ้านแฝดแทน"
อธิป ฟันธงว่า ปีนี้ อัตราการเติบโตของบ้านแฝดในตลาดจะสูงขึ้นแบบเท่าตัว หลังจากที่ผ่านมา บ้านแฝดมีตลาดเล็กมากปีละไม่ถึง 1 พันยูนิต เนื่องจากทำตลาดได้ยาก ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะเป็นสินค้าที่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างบ้านเดี่ยว กับทาวน์เฮ้าส์ และมีราคาแพงกว่าทาวน์เฮ้าส์ 30%
"สินค้าบ้านแฝด ปีนี้ไม่มองไม่ได้ เพราะถ้าราคาที่ดินสูงอย่างนี้ จะส่งผลต่อต้นทุนมาก โดยบ้านแฝดจะมีขนาดที่ดิน 35 ตร.ว. จะช่วยลดการใช้ที่ดินลงได้ 15 ตร.ว. เมื่อเทียบกับการบ้านเดี่ยว ที่ต้องมีขนาดที่ดิน 50 ตร.ว. ขึ้นไป ดังนั้น ปีนี้ บ้านแฝดมีโอกาสโตสูง รวมถึงทาวน์เฮ้าส์ในเมือง ที่จะแทรกตัวเข้ามาในทำเลที่รถไฟฟ้าไปถึง เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนหนึ่งไม่ต้องการอยู่คอนโด"
ขณะที่มูฟเมนท์ของค่ายพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เสือปืนไว ผู้ตุนแลนด์แบงก์เกาะแนวรถไฟฟ้าไว้ในมือจำนวนมาก ส่งสัญญาณปรับพอร์ตจากบ้านเดี่ยวหันมารุกคอนโด มากขึ้น ชายนิด โง้วศรีมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า ทิศทางของบริษัทจากนี้ จะหันมาเพิ่มพอร์ตการลงทุนคอนโดมิเนียมมากขึ้น เพื่อรองรับกับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ที่จะเริ่มทยอยก่อสร้างเสร็จใน 3 ปีข้างหน้า โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินค้าคอนโด จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% เป็น 30%
ปัจจุบันเพอร์เฟคมีที่ดินรอการพัฒนาในมือ 2,500 ไร่ ในจำนวนนี้ 2,000 ไร่เป็นที่ดินเกาะแนวรถไฟฟ้า 3 สายที่มีโอกาสเกิดมากที่สุด คือ สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ), สายสีเขียว (อ่อนนุช-แบริ่ง) และรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อ-ตลิ่งชัน และบางซื่อ-รังสิต) ที่เข้าไปลงทุนซื้อไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ 5 ปีที่แล้