นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลอป จำกัด หรือ พีดี เฮ้าส์ เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายและเน้นการขยาย ไปสู่ตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อหลีกหนีการแข่งขันแบบเดิมๆ หรือการตัดราคากัน เพราะจะทำให้ไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สิน บริการ และศักยภาพขององค์กรให้เข้มแข็งได้ในอนาคต โดยแนวทางแบ่งเป็น การขยาย สาขาและการให้บริการรับสร้างบ้านออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด และการขยายธุรกิจไปสู่โครงการบ้านจัดสรรหรือสถาบันการเงินเพื่อรับ สร้างบ้านให้แก่ลูกค้าในโครงการ สำหรับการขยายสาขาออกไปยังต่างจังหวัดที่ผ่านมาและปัจจุบัน การลงทุนจะเป็นลักษณะบริษัทลงทุนเอง 100% ซึ่งทุกสาขาในต่าง จังหวัดได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของความน่าเชื่อถือและยอดขายที่เพิ่มขึ้น และถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้บริษัทอาจจะเพิ่มรูปแบบ การลงทุน หรือการขยายสาขาใหม่เป็นรูป แบบของการขายแฟรนไชส์ (Franchise) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและวางรูปแบบการจัดการให้สมบูรณ์ก่อน คาดว่าจะสามารถเริ่ม ขายแฟรนไชส์ให้แก่ผู้สนใจได้ประมาณต้นปี 2552 โดยขณะนี้มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างสนใจติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์แล้ว 2 ราย ส่วนการร่วมกับเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร โดยบริษัทจะเป็นผู้รับสร้างบ้านให้กับลูกค้าโดยตรง หรือเป็นแบบแยกสัญญาก่อสร้าง โดย ตรงและเจ้าของโครงการเป็นผู้ขายที่ดินเปล่า ซึ่งลูกค้าจะได้รับบริการก่อนและหลังการขายเช่นเดียวกับว่าจ้างสร้างบ้านทั่วไป จุดเด่นก็คือ ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนแบบแปลนหรือพื้นที่ใช้สอยและวัสดุก่อสร้างได้, บ้านมีคุณภาพสูงทั้งวัสดุก่อสร้าง ฝีมือ ผลงานเมื่อแล้วเสร็จ และ มีบริการหลังการขายหรือรับประกันนานถึง 3 ปี ซึ่งแตกต่างกับการซื้อบ้านจัดสรรทั่วๆ ไปที่มีแบบบ้านให้เลือกเพียงไม่กี่แบบ นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาให้กับเจ้าของโครงการที่มักประสบปัญหา ในกรณีผลงานก่อสร้างบ้านที่ว่าจ้างผู้รับเหมาทำการก่อสร้างไม่ได้ มาตรฐานและผลงานคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ลูกค้าไม่รับโอนบ้านและแผนการเงินต้องผิดพลาด ทั้งนี้บริษัทได้เจรจาและขายไอเดียให้เจ้า ของโครงการจัดสรร 3-4 แห่ง โดยแนวโน้มคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ฝ่ายการตลาด บริษัท ปทุมดีไซน์ ได้ประเมินสถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านในปี 2551 โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล พบว่าผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่แข่งขันกันอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่กำลังซื้อที่ลดลงจึงทำเห็นภาพการแข่งขัน ตัดราคาหวนกลับมาอีกรอบ ฉะนั้นการที่มีผู้ประกอบการบางรายขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ จึงถือเป็นการลดความเสี่ยงทั้งในแง่การแข่งขัน และความผันผวนของต้นทุนใหม่ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้นับว่าเป็นโมเดลการสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจและการขยายตลาดรับสร้างบ้านที่น่าสนใจ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจรับสร้างบ้านมี โอกาสเติบโตในหลายช่องทาง มิใช่แข่งขันกันอยู่ในตลาดเดิมๆ วิธีเดิมๆ และสุดท้ายก็ล้มหายจากไปเหมือนเดิม
หน้าแรก l กองบรรณาธิการ l เกี่ยวกับเรา l คำแนะนำติชม l ติดต่อเรา l ลงโฆษณา l ลงข้อมูลในเว็บ l ทำงานกับเรา l คำถามตอบบ่อย l ข้อบังคับด้านกฎหมาย l Site Map l เว็บพันธมิตร