กรมทางหลวงชนบทปัดฝุ่นโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันตก"หรือ"ริเวียร่าเมืองไทย" กำหนดแผนพัฒนาไว้ 7 ปี ตั้งแต่ปี′52-58 ตั้งงบฯไว้ 7 พันล้าน ขนาด 2 ช่องจราจร ยาว 615 กิโลเมตร คลุม 4 จว. เพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร และระนอง เผยปีนี้ลงมือปรับปรุงพื้นที่ไปแล้ว 52 กิโลเมตร ใช้งบฯไป 241 ล้าน
หลัง "โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันตก" หรือ "ริเวียร่าเมืองไทย" หายเงียบไปพักใหญ่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณก่อสร้าง ล่าสุดทางกรมทางหลวงชนบท (ทช.) หยิบโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมาต่อยอดอีกครั้ง โดยกำหนดเป็นแผนพัฒนาไว้ 7 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2552-2558 งบประมาณก่อสร้าง 7,000 ล้านบาท
โดยงบประมาณก้อนใหญ่นี้ทางกรมทางหลวงชนบททุ่มทั้งงบประมาณประจำปีและขอจัดสรรจากงบฯไทยเข้มแข็ง ให้โครงการก่อสร้างเสร็จโดยเร็วเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางชายฝั่งทะเล
"วิชาญ คุณากูลสวัสดิ์" อธิบดีกรมทางหลวงชนบทกล่าวว่า โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันตก จะมีขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 615 กิโลเมตร แนวเส้นทางอยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ เพชรบุรี 80 กิโลเมตร ประจวบคีรีขันธ์ 198 กิโลเมตร ชุมพร 256 กิโลเมตร และระนอง 81 กิโลเมตร โดยในปี 2552 นี้กรมได้งบประมาณ 241 ล้านบาท กำลังดำเนินการปรับปรุงถนนบางจุด ระยะทางรวม 52.279 กิโลเมตร ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในปีต่อ ๆ ไปจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 2558
"แต่ละปีเราได้รับงบประมาณก่อสร้างเฉลี่ยปีละ 100-300 ล้านบาท ทำให้โครงการค่อนข้างจะล่าช้า แต่ภายใต้โครงการงบฯไทยเข้มแข็งได้ขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มด้วย จะดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชุมพร วงเงิน 150 ล้านบาท เพราะทางจังหวัดเร่งรัดให้ดำเนินการ หากได้งบฯอุดหนุนโครงการจะเสร็จเร็วขึ้น เพราะไม่ได้ก่อสร้างถนนใหม่ เพียงแค่ปรับปรุงถนนเดิมที่มีอยู่แล้วให้ต่อเชื่อมกัน และเดินทางสะดวกขึ้น"
จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่การเริ่มต้นสายทางจากบริเวณทางแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ บริเวณกิโลเมตรที่ 72 บ้านคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วเลียบไปตามแนวถนนเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 41 ที่อำเภอละแม จังหวัดชุมพร
นายวิชาญกล่าวว่า บริเวณต้นทางปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน เพราะมีแผนจะพัฒนาให้บริเวณนี้เป็นแลนด์มาร์ก เป็นหลักกิโลเมตรขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้เห็นว่าจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ตรงนี้ พร้อมทำเป็นจุดพักรถไว้บริการด้วย ส่วนในจุดอื่น ๆ จะมีจุดพักรถและจุดชมวิวขายสินค้าโอท็อปของแต่ละท้องถิ่นตลอดเส้นทาง เพราะถนนเส้นนี้มุ่งเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่จะช่วยย่นระยะการเดินทางได้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังภาคใต้ โดยรวมช่วยย่นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนสายหลักได้อีกด้วย
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าภาครัฐจะเห็นความสำคัญของโครงการนี้ และอุดหนุนงบประมาณก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามแผนที่วางไว้หรือเปล่า |