|  |
|
‘คลัง’ เดินเครื่องกระตุ้นอสังหาฯ
|
เตรียมส่งมาตรการล็อตใหม่เพิ่มความมั่นใจ
รมว.คลัง เดินเครื่องกระตุ้นอสังหาฯครึ่งปีแรก มั่นใจได้ผล เตรียมส่งมาตรการใหม่กระตุ้นต่อเนื่อง ผลักดันให้ประชาชนมั่นใจซื้ออสังหาฯ ด้าน “ขรรค์” ชี้อสังหาฯคึกคักรับปีหนูทอง ปัจจัยบวกเพียบ หวั่นการเมืองทำร่วง
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผย “ในงานสัมมนา อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2008” ว่า เมื่อมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คึกคักขึ้น รวมทั้งบรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยและการโอนจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.2-0.3% จากที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.5%
ทั้งนี้ ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ยังจะมีการนำมาตรการส่งเสริมภาคอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกด้วย โดยจะเป็นการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านหลังแรก ทั้งนี้ เห็นว่าการเป็นหนี้ในการซื้อที่อยู่อาศัยนั้น ถือได้ว่าเป็นหนี้ที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากจะเป็นการออมรูปแบบหนึ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มรายได้อีกด้วย เนื่องจากในระยะยาวผู้ที่มีบ้านสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้
นอกจากมาตรการทางภาษีที่จะกระตุ้นในระยะสั้นแล้ว ขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการระยะยาวอีกประมาณ 2 มาตรการ เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาฯ ออกมาอีกหลายชุดโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก โดยเป็นมาตรการกระตุ้นในระดับยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาภาคอสังหาฯในระยะยาวของประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่าง ขั้นตอนการศึกษา
นอกจากนี้ในวันที่ 1 เมษายนนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะมีแพ็กเกจ พิเศษการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่สูงสุด 10 ปี ซึ่งคาดว่าธนาคารพาณิชย์น่าจะนำเสนอบริการออกมาเพื่อแข่งขันกันมากขึ้นด้วย
ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการ ผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2551 จะขยายตัวประมาณ 5% และปีนี้ถือเป็นปีทองสำหรับอสังหาฯ เพราะนอกจากมาตรการที่ครม.อนุมัติ ไปก่อนหน้านี้แล้ว
ยังมีปัจจัยบวกอีกหลายด้าน อาทิ โครงการเมกะโปรเจกต์ อัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลง การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ประกอบการจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ แต่สิ่งที่น่าห่วงและอาจจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ดีอย่างที่คิด คือ สถานการณ์การเมือง และผลกระทบจากปัญหาซับไพร์มในสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเหล็กเพิ่มขึ้นสูง แต่มาตรการกระตุ้นอสังฯ จะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ทำให้สามารถชะลอการขึ้นราคาบ้านได้ หรืออาจจะปรับราคาแต่ไม่สูงมาก
รวมทั้งผู้ประกอบการก็จะมีการปรับสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ระดับราคา 1-3 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าผู้ประกอบการจะมีการสร้างที่อยู่อาศัยในแนวราบมากขึ้น เพื่อรองรับมาตรการโอนภายใน 1 ปี และการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
|
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน |
ที่มา :
สยามธุรกิจ
03-04-2551 11:01:58 |
|
 |
|
 |
| |
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
- หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
- ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
- สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|