|   |  |
|
บีทีเอส "ตากสิน-วงเวียนใหญ่" ข้อมูลร้อนในมือ กทม. 37 วันปัญหาโผล่เพียบ
|
 |
บีทีเอส "ตากสิน-วงเวียนใหญ่" ข้อมูลร้อนในมือ กทม. 37 วันปัญหาโผล่เพียบ
37 วันนับจากเปิดหวูด วันแรกส่วนต่อขยายบีทีเอส 2.2 กิโลเมตร ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) สรุปข้อมูลเชิงสถิติพบว่า ผลการเดินรถระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม-22 มิถุนายน 2552 มีผู้โดยสารใช้บริการรวม 1,547,651 ราย แบ่งออกเป็นที่สถานีกรุงธนบุรี (S7) ขาเข้าจำนวน 245,706 ราย ขาออกจำนวน 286,962 ราย สถานีวงเวียนใหญ่ (S8) ขาเข้าจำนวน 549,149 ราย ขาออกจำนวน 465,834 ราย เฉลี่ยต่อวันในวันจันทร์-ศุกร์ มีผู้ใช้บริการรวม 44,799 ราย วันเสาร์-อาทิตย์ 28,173 ราย
สำหรับระยะเวลาของรถไฟฟ้าในการ เข้าออกสถานี ช่วงเวลาเร่งด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 4 นาที ช่วงเวลาปกติ 4.50 นาที ประมาณการมีผู้ที่เคยใช้บริการทางน้ำเข้ามาอยู่ในระบบรถไฟฟ้ากว่า 10,000 ราย/วัน
ระบบอาณัติสัญญาณ หนึ่งในตัวปัญหา
เหรียญสองด้านจากนโยบายเร่งรัดเปิดให้บริการวันแรกในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้านหนึ่งเป็นผลงานเชิงบวกที่ "คุณชายหมู" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ซื้อใจคนฝั่งธนฯไปเต็มๆ ขณะเดียวกันเหรียญอีกด้านคือ สภาพปัญหาที่ทยอยผุดโผล่แบบรายวัน
"จุมพล สำเภาพล" ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ชี้แจงว่า ปัญหาและอุปสรรคในภาพรวมที่พบเจอนั้น ปัญหาหลักคือเรื่องระบบอาณัติสัญญาณ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ขณะนี้ใช้ระบบอาณัติสัญญาณ 2 ระบบ คือ ระบบของ ซีเมนส์ที่บีทีเอสใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำลังเปลี่ยนมาใช้ระบบบอมบาร์ดิเอร์ตามส่วนต่อขยายที่เปิดใช้ใหม่ ดังนั้นจากสถานี "วงเวียนใหญ่" ไปถึงสถานี "สุรศักดิ์" ทั้งสองจุดนี้จะมีการเปลี่ยนระบบ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 นาที ที่สถานีสุรศักดิ์
2.ความไม่สมบูรณ์ของระบบอาณัติสัญญาณเนื่องจากอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ (test run) ส่งผลให้การเดินรถไม่เป็นไปตามตารางเวลาที่กำหนด ทำให้เกิดการสะสมของผู้โดยสารในสถานีของ BTSC โดยเฉพาะที่ 3 สถานี คือ "สยาม-ศาลาแดง-สุรศักดิ์" ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น ส่วนสถานี "สะพานตากสิน" มีปัญหาด้านกายภาพเพราะพื้นที่ชานชาลาแคบ
BTS ลุยแก้มือรองรับชั่วโมงเร่งด่วน
ทางฟากของรถไฟฟ้าบีทีเอส "ดร.อาณัติ อาภาภิรม" กรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC แจกแจงปัญหาในทางปฏิบัติให้ฟังว่า มีด้วยกัน 3 ประเด็น คือ 1.การเปิดให้บริการในช่วงแรกค่อนข้างจะมีปัญหา เนื่องจากบีทีเอสยังไม่เคย มีการทดสอบระบบโดยมีผู้ใช้บริการจริงมาก่อน
2.ระบบอาณัติสัญญาณในส่วนต่อขยายเป็นระบบใหม่ของบอมบาร์ดิเอร์ ในช่วงแรกของการให้บริการทางบอมบาร์ดิเอร์ได้บรรจุระบบป้องกันต่างๆ ไว้ในซอฟต์แวร์เพื่อความปลอดภัยอย่างเต็มที่ กลายเป็นอุปสรรคในภาคปฏิบัติ และ 3.บริเวณสถานีสะพานตากสินยังมีรางวิ่งเพียงรางเดียว ทำให้เกิดสภาพปัญหาคอขวดซึ่งขบวนรถไฟฟ้าที่เข้าและออกจากสถานีจะต้องมีการรอสับหลีกราง
จากสภาพปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบชิ่งทำให้เกิดความล่าช้าในสายสีลม ผู้โดยสารอาจจะต้องรอรถถึงขบวนที่ 3 จึงจะได้ขึ้นรถ (เนื่องจากขบวนที่ 1 และ 2 อาจจะเต็มเพราะรอนานเหมือนกัน)
แนวทางแก้ไขในเบื้องต้น BTSC ได้จัดขบวนรถให้วิ่งตลอดเส้นทางสายสีลมทะลุถึงสถานีวงเวียนใหญ่ โดยผู้โดยสารไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายที่สถานีตากสิน และได้จัดรถเสริมในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งจะวิ่งรถเปล่าจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ โดยไม่รับผู้โดยสาร จนถึงจุดกลับรถที่สถานีสุรศักดิ์จึงตีรถกลับ และเริ่มรับผู้โดยสารจากสถานีช่องนนทรีจนไปสิ้นสุดที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ
แน่นอนว่าวิธีการนี้ช่วยระบายผู้โดยสารจากสถานีศาลาแดงและสถานีราชดำริที่จะเดินทางไปยังสถานีสยาม ซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหาในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็น หลังจากนี้ทางบอมบาร์ดิเอร์จะทำการปลดระบบป้องกันต่างๆ เนื่องจากมีความมั่นใจในระบบเต็มที่แล้ว จะทำให้สามารถเพิ่มความถี่ของขบวนรถในสายสีลมได้
"ปลายปีนี้ขบวนรถไฟฟ้าใหม่ที่ BTSC สั่งซื้อไปเมื่อต้นปี 2550 จะเดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อทำการทดสอบเรียบร้อยแล้วจะนำขึ้นให้บริการในสายสีลม โดยขบวนรถไฟฟ้าใหม่มีความยาว 4 ตู้ต่อขบวน เทียบปัจจุบันที่มีความยาว 3 ตู้ต่อขบวน ทำให้สามารถรับผู้โดยสารได้มากขึ้นในความถี่ที่เท่าเดิม เมื่อถึงตอนนั้นจะสามารถลดปัญหาสภาพคอขวดที่สถานีสะพานตากสินได้ดีขึ้น"
ตั้งแท่น "ขยายสะพานตากสิน"
สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทาง BTSC ได้ร่วมกับ กทม.ศึกษาเพื่อแก้ไขสภาพคอขวดของสถานีสะพานตากสิน โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะต้องทำการตัดขอบสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ด้านที่ติดกับสถานีตากสินออกด้านละ 1.50 เมตร ยาวประมาณ 150 ถึง 200 เมตร เพื่อให้ช่องกลางระหว่างสะพานซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีสะพานตากสินมีความกว้างพอที่จะเป็นสถานีที่มีทางวิ่งและชานชาลาสองฝั่งเช่นเดียวกับสถานีอื่น ถึงแม้ว่าอาจจะมีความกว้างน้อยกว่า เรื่องการก่อสร้างคาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 18 เดือน โดยรถไฟฟ้า บีทีเอสยังคงให้บริการได้ตามปกติ
ทั้งนี้ประเด็นขยายสะพานตากสินจะต้องหารือใกล้ชิดกับต้นสังกัด คือ กรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินต่อไป |
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน |
ที่มา :
ประชาชาติธุรกิจ
02-07-2552 11:25:56 |
|
 |
|
 |
| |
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
- หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
- ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
- สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|