สำหรับโรงงานที่ 2 อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานีใช้เงินลงทุน 1,200 ล้านบาท ผลิตถุงมือยาง 3,000 ล้านชิ้นต่อปี และโครงการที่ 3 เป็นการขยายโรงงานยางแท่งแห่งที่ 2 ที่ประเทศอินโดนีเซีย งบลงทุน 400 ล้านบาท กำลังผลิต 40,000 ตันต่อปี "กรณีโรงงานที่อินโดนีเซีย ถือเป็นโรงที่ 2 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สอดรับกับสถานการณ์การปลูกยางของอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น ผมเชื่อว่าอนาคต 5 ปี จากนี้ไปมีความเป็นไปได้ที่อินโดนีเซีย จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสินค้ายางพารารายใหญ่ของโลก เพราะได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ปลูก"
เขา กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ถือว่าน่าพอใจ เพราะที่ผ่านมาทางบริษัทมีการปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน จะเห็นว่าในขณะที่อเมริกาและยุโรปชะลอตัวในแง่ของความต้องการสินค้า แต่ทางบริษัทก็ได้ตลาดจีนเข้ามาทดแทน ขณะเดียวกันแม้ว่าถุงมือยางทั่วโลกไม่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้หมายความว่าราคายางโดยรวมจะดีขึ้น เพราะยางที่ผลิตได้ 70% ยังไปใช้ที่อุตสาหกรรมผลิตยางล้อ รถอีก 30% มาที่ถุงมือยาง ยางยืด และถุงยางอนามัย เมื่อ 70% ยังเป็นยางล้อ ขณะที่เศรษฐกิจไม่ดีผู้ใช้รถยนต์น้อยลง ก็ทำให้ความต้องการตรงนี้น้อยลงตามไปด้วย และมีผลมาถึงราคาวัตถุดิบของยางพารา
"ยุทธศาสตร์การลงทุนของศรีตรังจะอยู่ในกลุ่มยางธรรมชาติทั้งหมด รวมทั้งมีแผนระยะยาวที่จะปลูกยาง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ เนื้อที่ 2,000 ไร่ แบ่งเป็นที่ภาคเหนือ 1,500 ไร่และที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 500 ไร่ สำหรับบริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี มีบริษัทในเครือทั้งในรูปแบบของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทุนทั้งสิ้น 23 บริษัท 31 โรงงาน เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย" นายกิติชัย ระบุ
นางวนิดา ใหม่กิจเหมา ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 6 สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า
ทางบีโอไอยังคงพร้อมที่จะให้การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพารา เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ยังคงสามารถขยายตัวในแง่ของการผลิตเพื่อส่งออกได้ ซึ่งผลดีที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดที่เป็นฐานการลงทุน ต่อการเข้ามาลงทุนของบริษัทศรีตรัง ก็คือการสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน อันหมายถึงการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ
นายธีระกิจ หวังมุฑิตากุล ประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หากมีผู้ประกอบการจากต่างถิ่นเข้ามาลงทุนใน จ.สุราษฎร์ธานี ทางหอการค้าพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพราะเป็นการส่งเสริมการลงทุนทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ที่สำคัญจะเป็นการลดปัญหาแรงงานที่ว่างงานลงได้
นายกิติชัย สินเจริญกุล กรรมการ บริษัท