|   |  |
|
ผู้เสียภาษีเฉพาะที่ขายอสังหาฯ ขอคืนภาษีจ่ายเกินได้แล้ว
|
ผู้เสียภาษีเฉพาะที่ขายอสังหาฯ ขอคืนภาษีจ่ายเกินได้แล้ว
นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ผู้ที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ได้กระทำธุรกรรม ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม 2552 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 มีสิทธิขอคืนเงินภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับส่วนต่างที่เกิดขึ้นได้แล้ว โดยยื่นคำร้องขอคืนภาษีตามแบบฟอร์ม ค. 10 ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ที่สถานประกอบการของผู้ประกอบการหรือที่อยู่ของผู้เสียภาษีมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่นั้น เนื่องจากมีการขยายเวลาการใช้อัตราการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 0.1 ต่อไปอีก 1 ปี ( ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2552 จนถึงวันที่ 28 มีนาคม 2553 ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ”
ทั้งนี้ การลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/6 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้คงเก็บในอัตราร้อยละ 0.1 สำหรับรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 91/5 (6) เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร ( ฉบับที่ 488 ) พ.ศ. 2552 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม2552 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2552 จนถึงวันที่28 มีนาคม 2553 ดูรายละเอียดจากเว็บไซด์กรมสรรพากร www.rd.go.th/publish/40811.0.html
พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘๘)
พ.ศ. ๒๕๕๒
-----------------------------------------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓(๑) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘๘) พ.ศ. ๒๕๕๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา ๙๑/๖ (๓) แห่งประมวลรัษฎากร และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละศูนย์จุดหนึ่ง สำหรับรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา ๙๑/๕(๖) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ: เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ยังมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือด้านภาษีอากรจากภาครัฐต่อไปอีกระยะหนึ่ง สมควรลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละศูนย์จุดหนึ่ง เป็นการชั่วคราว สำหรับรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ทั้งนี้ เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สามารถขยายตัวต่อไป รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
(ร.จ. ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๓๑ ก วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒)
|
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน |
ที่มา :
มติชน ออนไลน์
22-06-2552 10:39:33 |
|
 |
|
 |
| |
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
- กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
- หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
- ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
- สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|