นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวระหว่างเปิดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 18 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มี.ค.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเตรียมส่งขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์
นายมานพ เขียวชะอุ่ม ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ กล่าวว่า ต้องการให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ทุกกลุ่มทั้งบ้านจัดสรร บ้านพร้อมที่ดินทั่วไปและบ้านมือสอง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด
นายประสงค์ เอาฬาร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งผลให้ตลาดบ้านจัดสรรกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง และมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ บ้านเร็วขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกอบการก็จะเร่งสร้างบ้าน พร้อมทั้งเปิดโครงการใหม่เพื่อให้ทันระยะเวลาที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้คือหลังประกาศใช้ 1 ปี ซึ่งจะทำให้สัดส่วนบ้านสั่งสร้างปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปี 2550 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 30% และจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดบ้านจัดสรรโดยรวมในปีนี้เติบโตขึ้น 10% จากปี 2550 หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดรวม 250,000 ล้านบาท
“อย่างไรก็ดี เท่าที่สอบถามผู้ประกอบการด้วยกันพบว่า ทันทีที่รัฐบาลประกาศว่าจะใช้มาตรการ ก็มีประชาชนเข้าไปเยี่ยมชมโครงการบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด หรือเพิ่มขึ้นถึง 20-30% ขณะที่บ้านระดับราคา 1-3 ล้านบาท น่าจะได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ พบว่า มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังเกิดความลังเลและไม่มั่นใจสภาพเศรษฐกิจโดยรวม จึงยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ ซึ่งเมื่อได้ทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนและลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ก็มีส่วนกระตุ้นการตัดสินใจให้มาเลือกซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมในงานบ้านและคอนโดฯ. |