นายกฯสั่งเดินหน้ารถไฟฟ้า 3 สายทันที ทั้งส่วนต่อขยายบีทีเอส ขอซื้อหนี้และสัมปทานคืน คาดเฟสที่ 1 วงเงินลงทุน 259,000 ล้านบาท จากโครงการทั้งหมด 700,000 ล้านบาท
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง ภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ (เมกะโปรเจกต์) นัดแรก โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในปีนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าการทำโครงการรถไฟฟ้าทันที 3 สาย เริ่มจากสายสีเขียว
ขณะนี้รัฐบาลได้เจรจาซื้อหนี้คืนจากเจ้าหนี้ต่างประเทศ ของบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอส) 89% และจะจ่ายคืนเงินลงทุนให้แก่กรุงเทพมหานคร ในส่วนการลงทุนส่วนต่อขยาย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลเป็นเจ้าของสัมปทานแทนกทม. และจะมอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ
ส่วนการก่อสร้างส่วนต่อขยายในส่วนสายสีเขียวนี้ จะดำเนินการทำใน 3 ทิศทางที่ได้เริ่มดำเนินการส่วนต่อขยายไว้ คือ จากสถานีปลายทางที่สะพานตากสิน จะดำเนินการก่อสร้างไปบางหว้า เพชรเกษม ส่วนปลายทางที่หมอชิต จะขยายไปถึงคลอง 4 ลำลูกกา และจุดสิ้นสุดโครงการที่อ่อนนุชก็จะขยายไปถึงบางปู
ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดง หรือรถไฟชานเมือง ที่ได้มีการเปิดประมูลไปแล้วบางส่วน ก็จะก่อสร้างเส้นทางไปตามแผนที่มีอยู่ คือ เชื่อมกับจังหวัดรอบนอก 3 ทิศทาง คือ ทิศเหนือ ไป จ.พระนครศรีอยุธยา ตะวันออก ไปฉะเชิงเทรา และทิศใต้ นครปฐม และตามด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ หลังจากนั้นจะดำเนินการรถไฟฟ้าในเส้นทางอื่น ๆ ในเฟสที่ 2 รวมมูลค่าโครงการ 9 เส้นทาง กว่า 700,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และจัดหาเอกชนเข้ามาบริหารการเดินรถ
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สำหรับการจัดหาวงเงินลงทุนในโครงการรถไฟฟ้า 9 เส้นทางนี้ จะใช้วงเงินลงทุนรวม 770,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในเฟสที่ 1 วงเงิน 259,000 ล้านบาท และเฟสที่ 2 อีก 510,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการใช้เงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) ที่จะมีการลงนามเงินกู้ก้อนแรก ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และในส่วนของการระดมในประเทศ ซึ่งกระทรวงการคลังมีแผนจะออกพันธบัตระยะยาวอายุ 30 ปี ล็อตแรกในเดือนเมษายนนี้ วงเงินเบื้องต้นประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยจะมีอัตราผลตอบแทนร้อยละ 5.1-5.2 |