คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
คดีที่ดินตาบอดบางซื่อบานปลายสู้กันต่อในศาลปกครอง
มท.1ยกอุทธรณ์ยันเรียกค่าเสียหาย-21ผู้เกี่ยวข้องร้อง

รายงานข่าวแจ้งความคืบหน้ากรณีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มีหนังสือลับถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งผลการพิจารณาเอาผิดทางละเมิดของการจัดซื้อที่ดินและอาคารเพื่อประโยชน์ของ กทม. ที่บริเวณบางซื่อ โดยเรียกค่าเสียหายผู้เกี่ยวข้องที่เป็นอดีตผู้บริหารรวมทั้งข้าราชการ กทม. 21 คน วงเงิน 36 ล้านบาท เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความครบ 10 ปี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2550 ว่า หลังจากผู้บริหาร กทม. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดเพื่อพิจารณาคำอุทธรณ์คัดค้านจ่ายค่าเสียหายทางแพ่งของผู้เกี่ยวข้องทั้ง 21 คน ล่าสุดเมื่อกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มท. มีหนังสือแจ้ง กทม. ยืนยันให้ยกอุทธรณ์และให้เรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ กทม. มีหนังสือแจ้งผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทราบแล้วพร้อมยืนยันเรียกค่าเสียหาย ซึ่งตามกฎหมายต้องจ่ายค่าเสียหายให้ กทม. ภายใน 90 วัน

นายกฤษฎา กลันทานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายและคดี กทม. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องราว 5 ราย ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองคัดค้านเรียกค่าเสียหาย เมื่อเกิดการฟ้องร้องขึ้นทำให้ต้องต่อสู้คดีในศาลปกครองก่อน ซึ่ง กทม. ได้ส่งเรื่องให้อัยการไปดูแลคดีแล้ว ระหว่างนี้การจ่ายค่าเสียหายจึงต้องล่าช้าออกไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 ที่กทม.จะซื้อที่ดินจอดรถขยะของสำนักงานเขตต่าง ๆ โดยตั้งผู้เกี่ยวข้อง 3 ชุดได้แก่ 1. กรรมการพิจารณาความเหมาะสมจัดซื้อที่ดิน 11 ไร่ บริเวณบางซื่อมูลค่า 270 ล้านบาท กรรมการชุดที่ 2 ตรวจสอบที่ดิน และ 3. กรรมการจัดซื้อที่ดินโดยวิธีพิเศษ และผู้บังคับบัญชาอนุมัติ ได้แก่ นายสุทิน สังข์มงคล อดีตรองปลัด กทม. นายประเสริฐ สะมะลาภา อดีตปลัดกทม. และนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯกทม. หลัง กทม. เข้าใช้ที่ดินถูกเจ้าของที่ดินเดิมฟ้องศาลว่าที่ดินส่วนปลายไม่ได้จดภาวะจำยอมให้ใช้ทางออกสาธารณะถือเป็นที่ตาบอด ป.ป.ช. จึงเข้ามาตรวจสอบและตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิดพร้อมทำหนังสือถึง กทม. เมื่อปี 2545 ให้แจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้อง กทม. จึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเอาผิดทางละเมิด ระหว่างพิจารณาศาลแพ่งชั้นต้นพิพากษาให้ กทม. ชนะคดีไม่ได้เป็นที่ตาบอด แต่คดีที่ ป.ป.ช. ไม่คืบหน้าและมีอายุความ 15 ปี กทม. จึงดำเนินการเอาผิดทางละเมิดเตรียมไว้หากว่า ป.ป.ช. จะตัดสินคดีหรือผู้ร้องอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกา ทั้งนี้สำหรับการจ่ายค่าชดเชยทางละเมิดนั้น กรมบัญชีกลางระบุให้ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 ชุด รับผิดชอบค่าเสียหายชุดละ 25% ของวงเงิน กรรมการแต่ละชุดมีราว 10-11 คน ต้องจ่ายค่าเสียหายคนละ 900,000 บาท ยกเว้นผู้บังคับบัญชา 3 คน ต้องชดใช้คนละ 3,000,000 บาท.
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : เดลินิวส์ 05-03-2551 11:04:47
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com