กรมโยธาฯ ประกาศคุมอาคารในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว 22 จังหวัด ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างอาคารเพิ่มอีก 3-5%
นายสมชาย ชุ่มรันต์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กรมได้ออกกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทานความคงทนของอาคาร และพื้นที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน พ.ศ. 2550 โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2550 หรือ 3 เดือน ที่ผ่านมา
กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวเป็นการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาและกำหนดพื้นที่เพิ่มเติมจากกฎกระทรวงฉบับที่ 49 (พ.ศ. 2540) เนื่องจากในระยะหลังแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อชุมชนเมือง จึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ในกฎกระทรวงที่เพิ่งประกาศใช้กำหนดพื้นที่ควบคุมรูปแบบอาคารเป็น 3 พื้นที่ ประกอบด้วย
1. บริเวณเฝ้าระวัง เป็นพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ จ.กระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี รวม 7 จังหวัด
2. พื้นที่บริเวณที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีดินอ่อนมาก และอาจจะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวม 5 จังหวัด
3. พื้นที่บริเวณที่ 2 เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้รอยเลื่อนที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่ประกาศใช้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 40 ได้แก่ จ. กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน รวม 10 จังหวัด
นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุง หลักเกณฑ์และรายละเอียดปลีดย่อยการคำนวณแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวใหม่ให้สอดคล้องกับหลักมาตรฐานสากล ซึ่งการขยายพื้นที่ควบคุมดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อราคาค่าก่อสร้างที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3-5%