| กฎหมายค้าปลีก ไม่เอื้อต่อการลงทุนโฮมโปรชี้ยักษ์ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งระดับโลกเมินไทย ส่งผลลดคู่แข่งในไทย
 |
| คุณวุฒิ |
นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านโฮมโปรศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน กล่าวว่า ขณะนี้มีความชัดเจนมากขึ้นว่า ผู้นำในธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งที่อยู่อันดับ 1-3 ของโลกได้แก่ Home Depo, Lowe และ B&Q จะไม่เข้ามาลงทุนเปิดสาขาในเมืองไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กประกอบกับกฎหมายค้าปลีกไทยนั้นยังไม่มีความชัดเจน และยังต้องรอให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้หยิบประเด็นดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง
ทั้งนี้ เพราะแม้ว่าธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและตกแต่งจะไม่เข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ค้าปลีก ที่เน้นการดูแลในเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ก็มีส่วนที่ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างระดับโลกไม่กล้าเข้ามาลงทุนในไทยและมุ่งลงทุนไปยังเมืองจีน ที่เป็นประเทศใหญ่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากแทน ซึ่งส่งผลดีต่อโฮมโปรทำให้ไม่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้น
สำหรับในปีนี้ บริษัทมีแผนจะใช้เงินลงทุน 2.7 พันล้านบาท ในการขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 แห่ง ในปีนี้ โดยในเดือน มี.ค. จะเปิดสาขาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และปลายเดือน มี.ค. จะเปิดสาขาใหม่ที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ส่วนอีก 2 สาขานั้น จะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ ตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 10% จากยอดขายในปี 2550 รวม 1.5 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดงานโฮมโปรเอ็กซ์โป ปีละ 2 ครั้ง โดยจะจัดในช่วงเดือน มี.ค. และ ต.ค. ของทุกปี พร้อมกันนี้จะจัดงานประเภทอีเวนต์ใหญ่จำนวน 6 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นระยะ
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาโฮมโปรมียอดขายต่อใบเสร็จอยู่ที่ 2.5 พันบาท ซึ่งลดลงจากปี 2549 ประมาณ 4-5% เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะออกสินค้าประเภทเฮาส์แบรนด์มากขึ้น จากปัจจุบันมีอยู่ 1 พันรายการ โดยในปีนี้จะ เพิ่มรายการสินค้าเฮาส์แบรนด์อีก 10-15% เนื่องจากสินค้าประเภทนี้ไม่มีค่าการตลาดมากนัก จึงทำให้สามารถตั้งราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่าสินค้าที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จัก |