คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
รายงาน : อสังหาฯชู "คอมมูนิตี้ มอลล์" เติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้า

ผู้จัดการรายวัน - ในปัจจุบันบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง กำลังเพิ่มโอกาสการเสริมสร้างรายได้จากรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยอย่างเดียว โดยเสาะหาธุรกิจเกี่ยวกับรายได้จากค่าเช่าเข้ามาต่อยอดให้แก่ตัวเลขงบดุลของบริษัท หรือแม้แต่การขยายไลน์ไปสู่ธุรกิจค้าปลีก การดึงธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่มาร่วมในการสร้างจุดแข็งให้แก่โครงการที่อยู่อาศัย เป็นอีกวิธีหนึ่ง ในการ "สร้างมูลค่าเพิ่ม" ให้แก่ของโครงการ เป็นบริการที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการ รวมถึงยังดึงกลุ่มผู้อยู่อาศัยในบริเวณข้างเคียง มาใช้บริการภายในโครงการ จึงเป็น"ทางเลือก"ที่จะช่วยลดภาระค่าเดินทาง ในภาวะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น และยิ่งความไม่ต่อเนื่องของระบบโครงข่ายขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะใช้เงินในกระเป๋าให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 

ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย กำลังเติมเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรม (ไลฟ์สไตล์) ของลูกค้าในโครงการ และอาจจะต่อยอดไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ที่มองเห็นประโยชน์และความคุ้มค่าของโครงการที่ผสมผสานความจำเป็นในชีวิตเข้ามา ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ปรากฏให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเววลลอปเมนท์ ที่ดึงบริษัท สยาม แฟมิลี่มาร์ท ผุดร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท ในทุกๆ โครงการของ แอล.พี.เอ็น. บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่ก่อนหน้านี้ นำพื้นที่ด้านหน้าโครงการบ้านฟ้าปิยรมย์ วงแหวน-ลำลูกกา คลอง6 ให้ห้างเทสโก้ โลตัส เช่าพื้นที่ยาวถึง 30 ปี

 

บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมมือกับบริษัท บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาพื้นที่ด้านหน้าโครงการเอสเปซ สุขุมวิท 77 เป็นศูนย์ค้าปลีก "ท็อปส์ มาร์เก็ตเพลส ในรูปแบบไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งเป็นสัญญาเช่า 30 ปี

 

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธุรกิจตระกูลชินวัตร ที่จะนำร่องโครงการใหม่ของบริษัทผ่านรูปแบบ "นิว คอมมูนิตี" บนถนน เพชรเกษม 81 โดยจะมีการดึงห้างเทสโก้ โลตัสมาเปิดให้บริการภายในโครงการ บริษัทวรลักษณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ของกลุ่มนายวิชัย พูลวรลักษณ์ วางคอนเซ็ปต์การพัฒนาโครงการเลอรัก บริเวณสุขุมวิท ทั้งในรูปแบบคอนโดฯ โรงแรมและศูนย์การค้าชุมชน หรือแม้แต่รูปแบบของโครงการพาร์คเวย์ เพลส ของบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ที่ชูจุดขายที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ ที่มีการแยกพื้นที่การอยู่อาศัยและชั้นล่างเป็นพื้นที่ค้าขาย ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสในการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก และเป็นการส่งเสริมรายได้ให้แก่ลูกค้า ซึ่งถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม รูปแบบและวิธีการขยายตลาดค้าปลีกของผู้ประกอบการมีหลากหลายกลยุทธ์ ขึ้นอยู่กับความถนัดและความจำเป็นการเข้าสู่เวทีทางด้านธุรกิจค้าปลีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่บางบริษัทจะดึงยักษ์ธุรกิจค้าปลีก หรือบริษัทที่ชำนาญทางด้านธุรกิจรายย่อย (ดีเทล)เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร และในอนาคตแล้ว หากสามารถพัฒนาโครงการจนเติบโตแล้ว ยังนำไปสู่ การใช้โครงการดังกล่าว เป็นเครื่องมือทางการเงิน ที่จะนำมาออกเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์(พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์)ได้อีกทางหนึ่ง

 

           รองรับแผนออก
       "พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์"

 

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่สามารถนำพาองค์กรมายืนอยู่ในบริษัทอสังหาฯอันดับต้นๆของเมืองไทย กำลังขยายมูลค่าทางสินทรัพย์ ผ่านการขยายโครงการที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ขณะเดียวกันยังมีบริษัทลูก ภายใต้ชื่อ บริษัท ริเวอร์ไซด์ โฮมส์ ดิเลลอป

 

เม้นท์ จำกัด ที่มีบริษัทอสังหาฯจากสิงคโปร์ร่วมเป็นพันธมิตร ในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ทั้งโรงแรม คอนโดฯ อาคารสำนักงานให้เช่า

 

ล่าสุด ทางบริษัทฯ กำลังเติม" จิ๊กซอว์ " ทางธุรกิจแห่งใหม่เข้ามา ผ่านการจัดตั้งบริษัท เซ็นเตอร์พ้อยท์ ชอปปิ้ง มอลล์ จำกัด ที่ร่วมทุนกับบริษัททิมเบอร์ไลน์ อินเวสเม้นท์ พีทีอี. ลิมิเต็ด จำกัด ในการรุกสู่โปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในย่านรัชดาภิเษก ที่กลายเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ และยังมีโครงการข่ายรถไฟฟ้าผ่าน

 

บริษัท เมโทรสตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กำลังถ่วงดุลของการบริหารรายได้ในอนาคต จากโครงการส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดฯเพื่อขาย โดยมีจุดเด่นที่อยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้า เปลี่ยนมาสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้จากค่าเช่า อย่างโครงการาขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ "เมโทรสาทร ทาวเวอร์ " ที่จะดึงกลุ่มทุนจากยุโรปเข้ามาร่วมทุนผ่านการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามาลงทุนและพัฒนาโครงการ ภายใต้รูปแบบ "มิกซ์ยูส" ที่มีทั้งพื้นที่ค้าปลีก อาคารสำนักงาน และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มูลค่าเกือบ 6,000 ล้านบาท โดยทางบริษัทได้กำหนดเป้าหมายโครงสร้างจากค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มเป็น 30% ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า
 

      "เพียวเพลส"ต่อยอด
       ความสำเร็จค้าปลีก

 

บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 2 บริษัท ที่มีความถนัดที่แตกต่างกัน แต่นำจุดแข็งมาเสริมในการรุกธุรกิจค้าปลีก นั่นก็คือ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ระยองเพียวรีฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) ที่ผลักดันบริษัทลูกรุกการพัฒนาศูนย์การค้า (Community mall) ภายใต้แบรนด์"เพียวเพลส" นำร่องโปรเจกต์แรกบริเวณหน้าหมู่บ้าน สัมมากร รังสิตคลอง 2

 

นายสุชาติ เห็นสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพียว สัมมากร ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่านอกจากธุรกิจค้าปลีกแล้ว ทางบริษัทมีแผนเข้าไปสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้เช่า ได้แก่ หอพัก เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอาคารสำนักงาน ซึ่งถือเป็นการรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต แต่ธุรกิจค้าปลีกยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยมีแผนการลงทุนศูนย์การค้าชุมชนหรือคอมมูนิตี้ มอลล์ ในแบรนด์ เพียว เพลส เพิ่มอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการที่จะก่อสร้างที่ถนนรามคำแหง 110 มีพื้นที่ทั้งหมด 15 ไร่ งบลงทุน 300 ล้านบาท คอนเซ็ปท์ของศูนย์การค้าคือ " แฟมมิลี่ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ " ซึ่งที่ศูนย์แห่งนี้จะไม่มีสถานีบริการน้ำมัน และ โครงการที่ถนนราชพฤกษ์ งบลงทุน 200 ล้านบาท มีพื้นที่ 10 ไร่ ที่กำลังศึกษารูปแบบของการพัฒนา ทั้ง ศูนย์การค้าและสถานีบริการน้ำมัน,คอมมูนิตี้ คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีส่วนของโรงภาพยนตร์และโบว์ลิ่ง หรือพาวเวอร์ เซ็นเตอร์ ที่มีสินค้าเกี่ยวกับบ้าน,ฟิตเนส-สปอตและของกินของใช้ ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนก.พ.นี้ โดยใน 5 ปีบริษัทตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการคอมมูนิตี้มอลล์ให้ครบ 5 สาขา

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 28-01-2551 10:51:24
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com