ผู้จัดการรายวัน – บริษัทผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี ชูกลยุทธ์จับโครงการที่มีมูลค่าสูง หวังผลตอบแทนที่มากขึ้น คาดว่าปี 255 กำไรจากผลประกอบการขยับขึ้น หลังผู้บริโภคยอมรับการปรับราคาวัสดุก่อสร้างมากขึ้น ขณะที่โครงการใหม่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้นลง ส่งผลดีต่อการคุ้มต้นทุนการก่อสร้างได้ง่ายขึ้น คาดว่าตลาดก่อสร้างโซนตะวันออกขยายเพิ่ม 15% ดันยอดขายทั้งปีโต 2,800 ล้านบาท
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2551 บริษัทยังคงเน้นในเรื่องของการเลือกรับงานที่มีทั้งมูลค่าโครงการสูงและกำไรที่ดี โดยคาดว่าในปีนี้กำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2550 เนื่องจากโครงการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จะเป็นโครงการที่ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างดำเนินการที่สั้นลง ต่างจากในปีที่ผ่านๆ มาจะเป็นโครงการขนาดใหญ่และใช้เวลาในการก่อสร้างที่ยาว ทำให้การควบคุมต้นทุนและการสั่งสินค้ามีระยะเวลานาน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการดำเนินการ
"การปรับราคาขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา ทางผู้บริโภคค่อนข้างเข้าใจเกี่ยวกับการปรับขึ้นของต้นทุนด้านพลังงานเชื้อเพลิง ทำให้บริษัทไม่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา" นายชาคริตกล่าว
โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2551 ทางบริษัทฯ คาดว่าจะมียอดขายรวม 2,800 ล้านบาทเท่ากับปี 2550 แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจคอนกรีต 55 - 60% รายได้จากธุรกิจค้าปลีก (รีเทล) ซึ่งประกอบด้วยสินค้า 6 ประเภท คือ เสาเข็ม, เฟอร์นิเจอร์, ฮาร์ทแวร์, กระเบื้อง, สุขภัณฑ์ และประตูหน้าต่าง - วงกบ 27 - 30% และรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มสินค้าอิฐมวลเบา 10 - 12%
สำหรับแนวโน้มตลาดก่อสร้างในปีนี้ ปัจจัยหลักยังคงเป็นการลงทุนในโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐบาล โครงการอสังหาฯ และการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โดยตลาดหลักของบริษัท ยังคงเป็นตลาดในโซนภาคตะวันออก ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวประมาณ 15% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาจะเป็นพรรคการเมืองใดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล คงต้องดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนของภาคเอกชนในโซนดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมและการก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น
นายชาคริต กล่าวต่อว่า ในเดือน ธ.ค. 50 ที่ผ่านมา ที่ประชุมกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้มีการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท เพื่อความชัดเจนในส่วนของการบริหารงาน การลงทุน โดยได้ขายหุ้นทั้งหมด 75% ที่บริษัทฯ ถืออยู่ในบริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด คิดเป็นจำนวนหุ้น 26,249,996 หุ้น ให้แก่บริษัท ชลประทีปสินทรัพย์ จำกัด (บริษัทย่อยซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 95.71%) คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาทรวมมูลค่าการซื้อขาย 99,749,984 บาท โดยการขายหุ้นครั้งนี้ จุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ในการจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัทฯ และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในส่วนของการบริหารเงินลงทุน และการดำเนินงาน
ทั้งนี้ จากขายหุ้นดังกล่าวจะทำให้ บริษัท ชลประทีปสินทรัพย์ จำกัด ถือหุ้นในบริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด จำนวน 26,249,996 หุ้นหรือประมาณ75% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ บริษัท ชลประทีปสินทรัพย์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว |