หากบุญทิ้ง เลือกที่จะจ่ายค่าเช่าให้กับผู้ให้เช่า หรือบุญมีเป็นรายเดือน...บุญทิ้งจะต้องนำค่าเช่าที่จ่ายมาคูณกับจำนวนครั้งที่จ่าย...เช่นเดียวกับเงินเดือน และคำนวณหาภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละเดือน...ซึ่งจะทำให้ภาระการหักภาษีเท่ากันทุกเดือน ซึ่งแตกต่างจากการจ่ายค่าเช่าทั้งจำนวน เพราะบุญทิ้งต้องนำค่าเช่าที่จ่ายทั้งก้อนไปรวมกับเงินได้อื่นในการคำนวณภาษี ซึ่งจะทำให้ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในเดือนที่จ่ายค่าเช่าจะสูงกว่า...แม้ว่าท้ายที่สุดภาระภาษีจะเท่ากัน...บุญดี ตัดสินใจหยิบยกตัวอย่างทั้งสองรูปแบบให้บุญทิ้งดูจะได้ทำได้ถูกต้อง
กรณีการจ่ายค่าเช่าทั้งจำนวน
ต้องนำภาษีเงินได้ที่คำนวณจากเงินได้ทั้งหมด หัก ภาษีเงินได้ที่คำนวณจากเงินเดือน และค่าเบี้ยเลี้ยง...จะได้ผลลัพธ์คือ...ภาษีเงินได้เฉพาะในส่วนของค่าเช่า ที่ได้จ่ายชำระทั้งก้อน...ให้นำมารวมกับ...ภาษีเงินได้ในส่วนของ...เงินเดือน และเลี้ยงอีกครั้ง...จะได้จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่าย...ที่ต้องหัก และนำส่ง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ไปดูตัวอย่างกันอีกครั้ง
.jpg)
ค่าเช่าก้อนเดียวกัน...แม้ยอดภาษีเงินได้จะเท่ากัน แต่วิธีการจ่ายที่แตกต่างกันกลับมีผลทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน แตกต่างกันถึงเพียงนี้...เพราะหากบุญทิ้งจ่ายเป็นรายเดือน จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นรายเดือน ๆ ละ 57,691.67 บาท แต่หากจ่ายค่าเช่าก้อนเดียว...จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในเดือนที่จ่ายเดือนเดียว เมื่อนำไปรวมกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินเดือน และเบี้ยเลี้ยง...เท่ากับว่า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในเดือนที่จ่ายค่าเช่าเป็นเงินจำนวน 156,691.67 บาท สำหรับเดือนอื่นก็หักตามปกติ...บุญทิ้ง และบุญดี คงต้องไปตบตี...เอ๊ย ตกลงกันเองว่า...แบบไหน...เครียดเด้อ !
ตบท้ายก่อนจากเพื่อยืนยันให้ผู้ที่ทำอยู่ และคิดจะทำ เกิดความมั่นใจ และสบายใจว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิด หรือถูก และสิ่งที่กำลังจะทำต่อไปถูกหรือผิด ด้วยการนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตมาอ่านให้ฟังอีกครั้งว่า
“พนักงานเช่าบ้าน และทำสัญญากับเจ้าของบ้าน โดยพนักงานได้นำใบเสร็จ รับเงินมาเบิกจากนายจ้าง เงินที่นายจ้างจ่ายคืนให้กับพนักงานตามใบเสร็จรับเงินดังกล่าว เป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร...(กค 0802/7448 : 4 พฤษภาคม 2536)”
“กรณีบริษัทจ่ายค่าเช่าที่พักให้พนักงาน ซึ่งเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากบริษัทจ่ายค่าเช่าครั้งเดียว ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงานในปีที่ได้รับ บริษัทไม่มีสิทธิเฉลี่ยค่าเช่าดังกล่าวตามระยะเวลาการเช่า
เมื่อบริษัทได้หักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว บริษัทมีหน้าที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายดังกล่าวภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2535 ข้อ 2 (1) โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 1...(กค. 0811/10459 : 7 ตุลาคม 2542)”
จ่ายให้กับพนักงานต้องหัก เลยมีประเด็นชวนคิดต่อไปว่า หากบุญทิ้ง คิดหลีกเลี่ยงไปจ่ายค่าเช่าให้กับผู้ให้เช่าโดยตรง จะต้องหัก หรือไม่ และอย่างไร หากมีโอกาสจะหยิบยกมาเล่าให้ฟังในครั้งต่อไปวันนี้...ขอลาไปก่อน
ด้วยรัก
นายภาษี