ในบรรดาการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในเมืองไทยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่สร้างความฮือฮามากคงจะหนีไม่พ้นการประกาศเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ "โครงการมหานคร" อาคารที่สูงถึง 77 ชั้น สถานที่ก่อสร้างริมถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ติดทางขึ้นและลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี บนเนื้อที่โครงการ 9 ไร่ และหากสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามแผนในปี 2555 รับรอง"ตึกใบหยก"ที่ได้สมญานามตึกที่สูงที่สุดของไทยก็จะถูกโค่นแชมป์ไป โดยโครงการดังกล่าวมีเจ้าภาพใหญ่คือ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่มีผู้บริหารหนุ่มไฟแรง อย่าง นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ ดำเนินการ แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ของโครงการการดึงพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามา จึงเป็นหนทางที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการลงทุนได้มากพันธมิตรหลักนั้นก็คือ บริษัท อินดัสเทรียล บิลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น (ไอบีซี) จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอิสราเอลในเครือ ฟิช แมน กรุ๊ป บริษัทลงทุนอิสระทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้า สือและโทรคมนาคม ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิสราเอล พัฒนาโครงการ"มหานคร" ด้วยมูลค่าโครงการสูงถึง 18,000 ล้านบาท เงินลงทุนสูงถึง 14,000 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะถูกสร้างสรรค์โดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก นายโอเล เซียเรน (Mr.Ole Scheeren) พาร์ตเนอร์ของ Office for Metropolitan Architecture หรือ โอเอ็มเอ และเป็นสถาปนิกโครงการซีซีทีวีของกรุงปักกิ่ง
"มหานคร" แห่งโอเอซิส ฝันที่อยู่ไกล! ล่าสุด พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน นายกสภาสถาปนิก ระบุถึงโครงการมหานครว่า คณะกรรมการสภาสถาปนิกได้มีมติให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีท้องที่ที่เกิดเหตุซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้มีส่วนร่วม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 ในโครงการมหานครทั้งหมด ต่อพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถ้อยแถลงของสภาสถาปนิกระบุว่า มีผู้ต้องหาที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาทั้งหมด 23 ราย ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการฯ ยังได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสภาทนายความเพื่อให้ช่วยเหลือในการดูแลรูปคดีอีกด้วย "สภาสถาปนิกได้ตรวจสอบจากระเบียบสภาสถาปนิกแล้ว ไม่พบว่านายโอเล เซียเรน ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจากสภาสถาปนิกแต่อย่างใด การที่นายโอเล เซียเรน แสดงตนว่าเป็นผู้ออกแบบโครงการมหานคร จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิกฯ มาตรา 45 มีโทษตามมาตรา 71" พลเรือเอกฐนิธกล่าว ที่สำคัญ จากข้อมูลที่สภาสถาปนิกนำเสนอโครงการดังกล่าวมีบริษัท เพซ โปรเจ็คต์ วัน จำกัด,บริษัท เพซ โปรเจ็คต์ ทู จำกัด และ บริษัท เพซ โปรเจ็คต์ ทรี จำกัด เป็นเจ้าของร่วม โดยมี บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งหมด แต่ผลการตรวจสอบจากระเบียบสภาสถาปนิกแล้ว ไม่พบว่า บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ฯได้รับใบอนุญาตใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมที่เป็นนิติบุคคลจากสภาสถาปนิกแต่อย่างใด ดังนั้น จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิกฯ มาตรา 45 มีโทษตามมาตรา 71 ดังนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 หรือมาตรา 63 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ... หนาว! โปรเจกต์กว่าหมื่นล้านอาจถูกแช่แข็ง ถึงแม้ขณะนี้โครงการมหานครยังไม่ถูกดำเนินการก่อสร้าง แต่สิ่งที่เจ้าของโครงการอาจจะต้องดำเนินการ ก็คือ หาบริษัทที่มีใบอนุญาตถูกต้อง จึงจะสามารถออกแบบก่อสร้างแทนได้ แต่กระนั้น หากสถาปนิกคนใหม่เข้ามาเซ็นรับรองแบบเดิม ก็คงจะมีปัญหาขั้นมาได้ เพราะจะผิดเรื่องจริยธรรม ซึ่งทางคณะกรรมการสภาสถาปนิกอาจจะพิจารณาพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ไม่เกิน 5ปี หรืออาจจะเพิกถอนใบอนุญาตเป็นเวลา 5 ปี "ถามว่า ทางออกของปัญหาจะอยู่ตรงไหน อยู่ที่ความถูกต้อง ซึ่งหากจะให้สภาสถาปนิกเข้าไปเป็นที่ปรึกษานั้นไม่ได้ เพราะสภาสถาปนิกมีหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณและการประกอบวิชาชีพ" แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว ดังนั้น ประเด็นที่ต้องตอบคำถามต่อไปว่า โครงการมหานครที่มีธนาคารเจ้าหนี้ 4 แห่ง ปล่อยกู้ร่วมในวงเงิน 7,000 ล้านบ้านเพื่อพัฒนาโครงการยักษ์ดังกล่าว จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป การเริ่มต้นออกแบบโครงการใหม่จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด แล้วกระบวนการพิจารณาเรื่องก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม จะถูกกลับมาปัดฝุ่นใหม่หรือไม่ ที่สำคัญ พันธมิตรจากต่างประเทศจะคิดแก้ปมปัญหาตรงนี้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้คือคำตอบที่รอคำถาม !!!! ที่มา : ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
"มหานคร" แห่งโอเอซิส ฝันที่อยู่ไกล! ล่าสุด พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน นายกสภาสถาปนิก ระบุถึงโครงการมหานครว่า คณะกรรมการสภาสถาปนิกได้มีมติให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีท้องที่ที่เกิดเหตุซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้มีส่วนร่วม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 ในโครงการมหานครทั้งหมด ต่อพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถ้อยแถลงของสภาสถาปนิกระบุว่า มีผู้ต้องหาที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาทั้งหมด 23 ราย ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการฯ ยังได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังสภาทนายความเพื่อให้ช่วยเหลือในการดูแลรูปคดีอีกด้วย "สภาสถาปนิกได้ตรวจสอบจากระเบียบสภาสถาปนิกแล้ว ไม่พบว่านายโอเล เซียเรน ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจากสภาสถาปนิกแต่อย่างใด การที่นายโอเล เซียเรน แสดงตนว่าเป็นผู้ออกแบบโครงการมหานคร จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิกฯ มาตรา 45 มีโทษตามมาตรา 71" พลเรือเอกฐนิธกล่าว ที่สำคัญ จากข้อมูลที่สภาสถาปนิกนำเสนอโครงการดังกล่าวมีบริษัท เพซ โปรเจ็คต์ วัน จำกัด,บริษัท เพซ โปรเจ็คต์ ทู จำกัด และ บริษัท เพซ โปรเจ็คต์ ทรี จำกัด เป็นเจ้าของร่วม โดยมี บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการด้านงานออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งหมด แต่ผลการตรวจสอบจากระเบียบสภาสถาปนิกแล้ว ไม่พบว่า บริษัท เพซ ดีเวลลอปเม้นท์ฯได้รับใบอนุญาตใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมที่เป็นนิติบุคคลจากสภาสถาปนิกแต่อย่างใด ดังนั้น จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิกฯ มาตรา 45 มีโทษตามมาตรา 71 ดังนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 45 หรือมาตรา 63 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ... หนาว! โปรเจกต์กว่าหมื่นล้านอาจถูกแช่แข็ง ถึงแม้ขณะนี้โครงการมหานครยังไม่ถูกดำเนินการก่อสร้าง แต่สิ่งที่เจ้าของโครงการอาจจะต้องดำเนินการ ก็คือ หาบริษัทที่มีใบอนุญาตถูกต้อง จึงจะสามารถออกแบบก่อสร้างแทนได้ แต่กระนั้น หากสถาปนิกคนใหม่เข้ามาเซ็นรับรองแบบเดิม ก็คงจะมีปัญหาขั้นมาได้ เพราะจะผิดเรื่องจริยธรรม ซึ่งทางคณะกรรมการสภาสถาปนิกอาจจะพิจารณาพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ไม่เกิน 5ปี หรืออาจจะเพิกถอนใบอนุญาตเป็นเวลา 5 ปี "ถามว่า ทางออกของปัญหาจะอยู่ตรงไหน อยู่ที่ความถูกต้อง ซึ่งหากจะให้สภาสถาปนิกเข้าไปเป็นที่ปรึกษานั้นไม่ได้ เพราะสภาสถาปนิกมีหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณและการประกอบวิชาชีพ" แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว ดังนั้น ประเด็นที่ต้องตอบคำถามต่อไปว่า โครงการมหานครที่มีธนาคารเจ้าหนี้ 4 แห่ง ปล่อยกู้ร่วมในวงเงิน 7,000 ล้านบ้านเพื่อพัฒนาโครงการยักษ์ดังกล่าว จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป การเริ่มต้นออกแบบโครงการใหม่จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด แล้วกระบวนการพิจารณาเรื่องก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม จะถูกกลับมาปัดฝุ่นใหม่หรือไม่ ที่สำคัญ พันธมิตรจากต่างประเทศจะคิดแก้ปมปัญหาตรงนี้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้คือคำตอบที่รอคำถาม !!!!
ท่านออกแบบได้สุยอดแต่ไฟแสงสียังไม่สวยงามพอที่จะเข้ากับตึกของท่านมากนัก
หน้าแรก l กองบรรณาธิการ l เกี่ยวกับเรา l คำแนะนำติชม l ติดต่อเรา l ลงโฆษณา l ลงข้อมูลในเว็บ l ทำงานกับเรา l คำถามตอบบ่อย l ข้อบังคับด้านกฎหมาย l Site Map l เว็บพันธมิตร