คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
หน้าที่ 4 จากทั้งหมด 5 หน้า 
การขออนุญาตจัดสรรที่ดิน / การจัดสรรที่ดิน
 

อ.ชูศักดิ์ ศรีอนุชิต
นักวิชาการที่ดิน 8ว กรมที่ดิน
www.dol.go.th


           
           ตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่แล้วว่า ปัจจุบันกฎหมายจัดสรรที่ดินที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ซึ่งในการประกาศใช้กฎหมายได้ระบุเหตุผลของการประกาศใช้ว่า 

          "เนื่องจากประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดินได้ประกาศใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว มีหลักการและรายละเอียดไม่เหมาะสมหลายประการ สมคารแก้ไขปรับปรุงเพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ดดยเฉพาะการได้สิทธิในที่ดินจัดสรรและการกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ นอกจากนั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจการจัดสรรที่ดินได้กระจายอำนาจการอนุญาต และการควบคุมจัดสรรที่ดินไปสู่ระดับจังหวัด และกำหนดเวลาในการพิจารณาอนุญาตให้แน่นอน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้” 

          ดังนั้น พอจะกล่าวได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ได้มุ่งที่จะหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยกำหนดวิธีการส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้านการจัดสรรที่ดินเป็นธุรกิจที่มั่นคงต่อไปในอนาคต โดยมีหลักการว่าจำให้ความคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรรตามความประสงค์ ตราบเท่าที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยังคงปฎิบัติตามสัญญาอย่างครบถ้วน ในขณะเดียวกันก็ให้คำนึงถึงการส่งเสริมจัดสรรที่ดินโดยการลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการประกอบธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้มีผู้จัดสรรที่ดินเพิ่มเติมขึ้นในตลาดธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนได้พิจารณาถึงธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นแหล่งทุนกู้ยืมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน ทั้งนี้ เพื่ออำนวยประโยชน์แก่ผู้ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินทุกฝ่าย

           พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ได้แบ่งเป็น 6 หมวด มีบทมาตราทั้งหมด 72 มาตรา ซึ้งพอจะสรุปสาระที่สำคัญๆได้พอสังเขปดังนี้
1.        “ การจัดสรรที่ดิน” หมายความว่า การจำหน่ายที่ดินที่ได้แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจากที่ดินแปลงเดียวหรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดต่อกันโดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชนืเป็นค่าตอบแทน และให้หมายความรวมถึงการดำเนินการดังกล่าวที่ได้มีการแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยไว้ไม่ถึงสิบแปลง และต่อมาได้แบ่งที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมภายในสามปี เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปด้วย
2.       มีการจัดตั้งคณะกรรมการการจัดสรรที่ดิน 2 ระดับ คือ
2.1   คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการจัดสรรที่ดินโดยทั่วไป รวมทั้งการกำหนดนโยบาย การวางระเบียบ การให้ความเห็นชอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน ตลอดจนการชี้ขาดปัญหาคำร้องหรือคำอุธรณ์ของผู้ขอใบอนุญาตหรือผู้จัดสรรที่ดินกล่าวคือ เป็นผู้กำกับดูแลการจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ
2.2    คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการจัดสรรที่ดินภายในจังหวัด รวมทั้งการออกข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน ตลอดจนการพิจารณาและออกใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดินภายในเขตจังหวัด ซึ่งเป็นการกระจายการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน เพื่อให้ผู้จัดสรรรที่ดินได้รับความสะดวกและรวดเร็วขึ้น เนื่องจากแต่เดิมการพิจารณาออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศต้องส่งไปให้คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
3.       การพิจารณาแผนผัง โครงการและวิธีการ ในการจัดสรรที่ดินของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด ต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานที่ดินได้รับคำขอเป็นการกำหนดระยะเวลาในการพิจารณา เพื่อเป็นหลักประกันว่า ผู้จัดสรรที่ดินจะได้รับการพิจารณาอนุญาตออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินภายในกำหนดเวลาที่แน่นอน

4.       ในกรณีที่ดินที่ขอทำการจัดสรรมีบุริมสิทธิ์ในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือภาระจำยอม ผู้ทรงบุริมสิทธิ์หรือภาระจำนอง สามารถแสดงความยินยอมให้ที่ดินแปลงย่อยที่ทำการจัดสรรแต่ละแปลงรับชำระหนี้ตามจำนวนที่ระบุไว้ โดยที่ดินที่เป็นสาธารณูปโภคไม่ต้องรับภาระหนี้บุริมสิทธิ์หรือจำนองดังกล่าว

5.       ในการขายทอดตลาดที่ดินจัดสรรทั้งโครงการ ผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดต้องรับโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่ผู้จัดสรรที่ดินมีต่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

 6.  ผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค และมีสถาบันการเงินมาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค

7.       ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคได้ โดยให้ผู้ซื้อบ้านจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค หรือโอนทรัพย์สินให้เป็นสาธารณะ ทั้งที่การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นต้องทำเป็นลำดับขึ้นไป

8.       กำหนดให้มีนิติบุคคลประเภทใหม่ขึ้นมาดูแลบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดิน

9.        มีบทกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้

10.    การยกเลิกการจัดสรรที่ดินสามารถกระทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
          
           ในตอนต่อไปจะได้กล่าวถึงวิธีการยื่นคำขออนุญาตจัดสรรที่ดินโดยละเอียด และจะได้นำประเด็นในการพิจารณาของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง
 
 
 
 
หน้าที่ 4 จากทั้งหมด 5 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านอยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อะไรมากที่สุด
 
 
ใช้มาตราการกระตุ้นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่
ใช้มาตราการสันติวิธี
ลดภาษี ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์
ลาออก
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com