คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
งดงามตระการตา ‘มณฑลพิธีท้องสนามหลวง’
หน้าที่ 4 จากทั้งหมด 25 หน้า 
สกู๊ปข่าว / การก่อสร้างพระเมรุ สมเด็จพระพี่นางฯ
 

                                   งดงามตระการตา ‘มณฑลพิธีท้องสนามหลวง’


ตามความเชื่อตามโบราณราชประเพณี ที่เปรียบสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์เสมือนสมมติเทวราช เมื่อสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ หมายถึง ได้เสด็จกลับสู่สวรรคาลัย ณ เทวาลัยสถาน คือ เขาพระสุเมรุ

 

การออกแบบพระเมรุในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ท้องสนามหลวง น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และผู้ออกแบบพระเมรุ สื่อถึงคติทางพระพุทธศาสนาเรื่อง “ไตรภูมิพระร่วง” หมายถึงจักรวาลที่มีพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางของภูมิทั้งสาม รายล้อมด้วยเขาสัตบริภัณฑ์ วิมานท้าวจตุโลกบาล เหล่าทวยเทพ ณ สวรรค์ชั้นฟ้า

การสร้างพระเมรุและอาคารประกอบแวดล้อมอื่นๆ จึงได้จำลองให้คล้ายดินแดนเขาพระสุเมรุ ประกอบด้วยอาคารรายรอบพระเมรุ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม หอเปลื้อง ซ่างหรือสำซ่าง ทับเกษตร ศาลาลูกขุน ทิม พลับพลายก และรั้วราชวัติ แต่ละเรือนโดยเฉพาะพระเมรุและพระที่นั่งทรงธรรมล้วนสวยสดงดงามสมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

พระเมรุ1
 
พระที่นั่งทรงธรรม ที่ประทับในหลวง

“พระที่นั่งทรงธรรม” มีความสำคัญรองจากพระเมรุ สร้างเป็นอาคารโถง เปิดโล่ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระเมรุ ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับทรงธรรมและทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลในการออกพระเมรุพระศพ รวมทั้งเป็นที่ประทับสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน สมาชิกรัฐสภา ตลอดจนคณะทูตานุทูต เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ภายในพระที่นั่งทรงธรรมมีที่ตั้งอาสนะพระสงฆ์และธรรมาสน์ เป็นที่บำเพ็ญพระราชกุศลและเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงพักพระราชอิริยาบถ ซึ่งตรงกับมุขด้านหน้าพระเมรุ มุขเหนือและใต้เป็นที่สำหรับข้าราชการเข้าเฝ้าฯ

นฤพร เสาวนิตย์ สถาปนิก 5 กรมศิลปากร ผู้ดูแลการก่อสร้างพระเมรุ กล่าวว่า การก่อสร้างพระที่นั่งทรงธรรมภายนอกดูงดงามรายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทย มีความใหญ่กว่าทุกครั้ง จุคนได้ 1,500 คน ลักษณะการก่อสร้างหลังคาซ้อนชั้นเพื่อทอนสเกลหลังคาไม่ให้ดูยาวเกิน เพดานด้านในพระที่นั่งทรงธรรมมีลักษณะโปร่งโล่งเพื่อบ่งบอกว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะประทับอยู่ การก่อสร้างอาคารมีการเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จย่า สมัยนั้นฝาผนังใช้สีแดงเข้ม อาคารจึงดูมืด แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้สีทอง และสีอ่อน ดูเย็นตา เพื่อความสว่าง และให้สอดคล้องกับพระอุปนิสัยและพระจริยวัตรอันนุ่มนวลของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

“เพดานตกแต่งด้วยลวดลายดาวเพดาน และลายค้างคาว ซึ่งเป็นลวดลายประดับเพดานที่ใช้เฉพาะอาคารที่เจ้านายทรงประทับเท่านั้น ส่วนการประดับตกแต่งที่ขื่อคานหลังคาประดับตกแต่งด้วยกระดาษทองย่นประดับกระดาษสีเกือบทั้งหมด”

ส่วนอาคารอื่นๆ เช่น ทิม หรือทับเกษตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามมกุฎราชกุมารี ทรงรับสั่งให้อาคารทิม ทับเกษตร ก่อสร้างแบบไม่มีฝาผนัง เพื่อประชาชนที่อยู่ด้านนอกจะได้เห็นว่าทำกิจกรรมอะไรบ้าง

พระเมรุ2ลวดลายตกแต่งที่ประทับ

พระที่นั่งทรงธรรม ใช้สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จสดับพระพิธีธรรม ดังนั้นจึงไม่ใช่งานง่ายๆ ในการออกแบบลวดลายไทยประดับฝาผนัง ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและเหมาะสมตามประเพณี แม้เป็นอาคารชั่วคราว แต่การเขียนลวดลายภายในฝาผนังก็พิถีพิถันเต็มที่ กรมศิลปากรมอบหมายให้คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เขียนลวดลายตกแต่งภายในพระที่นั่งทรงธรรม มี ผศ.บัณฑิต อินทร์คง หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นผู้ออกแบบลวดลาย และดำเนินการควบคุมนักศึกษาสาขาวิชาศิลปะไทย ทำการเขียนลวดลายตกแต่ง

“พอได้รับมอบหมายจาก ผศ.ธนา เหมวงษา คณบดี ให้เป็นผู้ออกแบบลวดลายไทยใช้ตกแต่งภายในพระที่นั่งทรงธรรม ผมก็เริ่มออกแบบโดยใช้หลักการออกแบบให้สัมพันธ์กับพื้นที่ ลวดลายทั้งหมดใช้ลวดลายไทยแบบประเพณี ประกอบด้วย ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง หน้าขบก้านแย่ง และลายกรุงเชิง ซึ่งผมได้แนวคิดลวดลายตามลักษณะการตกแต่งในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” ผศ.บัณฑิต เล่า

ลวดลายตามประเพณี

หลักการออกแบบลวดลายไทยบนผนังพระที่นั่งทรงธรรม บริเวณที่ประทับแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ฝาผนังหลังที่ประทับ ฝาผนังหลังพระพิธีธรรม พื้นที่ผนังด้านสกัดหรือหน้าห้องที่ทรงใช้พักพระราชอิริยาบถ และผนังคอสอง น.อ.อาวุธ แนะนำให้ออกแบบเน้นลวดลายแบบไทย ใช้สีที่ดูสบายตาและเรียบง่าย ผศ.บัณฑิต จึงเริ่มเขียนลายและผูกลายขึ้นมาใหม่อาศัยลายพื้นฐานประเพณีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีการพัฒนาลวดลายจนมีความสมบูรณ์และสวยงาม

พื้นที่ที่ดำเนินการเขียนลาย แบ่ง 4 ส่วน

1.ฝาผนังพื้นที่หลังที่ประทับ ประมาณ 18 ตารางเมตร ใช้ลายก้านแย่ง และลายหน้ากระดานให้ลวดลายดูเด่นขึ้นมา ความงามเกิดขึ้นที่ช่องไฟของลาย

2.ฝาผนังพื้นที่หลังพระพิธีธรรม ประมาณ 30 ตารางเมตร ใช้ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง

3.พื้นที่ผนังด้านสกัด ประมาณ 40 ตารางเมตร ใช้ลายหน้าสิงห์ก้านแย่ง

พื้นที่ทั้งสามส่วน อาจารย์บัณฑิตได้ออกแบบลายให้มีความแตกต่างกันแต่ดูกลมกลืนกันเมื่อดูภาพรวมทั้งหมดเพราะอยู่ในพื้นที่หลังเดียวกัน

4.ผนังคอสอง (ส่วนต่อระหว่างผนังกับเพดาน) ใช้ลายเทพพนมอยู่ในช่องลูกฟัก พื้นที่ประมาณ 20 ตารางเมตร

พระเมรุ3ทำงานหามรุ่งหามค่ำ

แม้เป็นอาคารชั่วคราว และมีเวลาจำกัดในการเขียนลายเพียง 1 เดือนเศษๆ เท่านั้น อาจารย์บัณฑิตเริ่มทำงานอย่างประหยัดเวลาที่สุด โดยเริ่มการเขียนกรอบลายแบบคร่าวๆ ลงบนซิลก์สกรีน เสร็จแล้วพิมพ์ลายด้วยสีทองลงบนผ้าแคนวาส ตัดเส้นระบายพื้นลายด้วยสีครีม ใช้สีที่นุ่มนวลตาแต่มีเฉดสีที่แตกต่างกัน ทว่าดูกลมกลืน แต้มสีลงไปเพื่อให้เกิดน้ำหนักบนตัวลายตามกรรมวิธีจิตรกรรมไทย โดยได้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรม สาขาศิลปะไทย จำนวน 30 คน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเขียนและเก็บรายละเอียดของลวดลาย

“โทนสีใช้สีไม่ฉูดฉาดเนื่องจากในหลวงประทับอยู่นาน จึงใช้สีเย็นตาและมีลวดลายงดงาม ผมจึงออกแบบให้มีหลายลายในพื้นที่ เช่น ลายก้านแย่ง ได้แบบมาจากลายกระเบื้องเคลือบในวัดราชบพิธฯ ศิลปะสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนด้านหลังพระสงฆ์ใช้ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง หน้าห้องประทับอิริยาบถเป็นลายหน้าสิงห์ก้านแย่ง มีลายเชิงแบบโบราณ แลดูน่าสนใจ มีความงดงาม ในด้านลวดลายที่เลือกนำมาผูก มีความงดงามของลวดลายไทยที่ช่างโบราณได้สร้างและผูกลายจนกลายเป็นแบบแผน มีเส้นสายที่สวยงาม เช่น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายกระหนก ลายหน้ากระดาน ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายกรวยเชิง ลายเทพพนม ฯลฯ นำมาต่อและผสมผสานกันจนเกิดเป็นลายที่สวยงาม เป็นลวดลายสมัยรัตนโกสินทร์เนื่องจากงานก่อสร้างเป็นงานสมัยรัตนโกสินทร์ ดังนั้นลวดลายในพระที่นั่งทรงธรรมจึงต้องทำให้สอดคล้องกัน”

เมื่อลวดลายแล้วเสร็จต้องนำผ้าแคนวาสมาติดบนผนังพระที่นั่งทรงธรรม ท้องสนามหลวง ซึ่งความยากอยู่ตรงติดอย่างไรให้ผ้าเรียบเนียนไปกับฝาผนัง

“ขั้นตอนเขียนลายเราใช้สีอะครีลิกแต้มลงไปบนตัวลายเพื่อให้เกิดน้ำหนักของลวดลายที่มีความละเอียดสวยงามอ่อนช้อย โดยเราใช้สถานที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ทำงาน เมื่อแล้วเสร็จก็จะได้เป็นลวดลวยไทยบนผ้าแคนวาส ผืนหนึ่งมีหน้ากว้าง 2 เมตร ยาว 10 เมตร ม้วนมาเป็นผืนๆ แล้วนำมาติดด้วยกาวที่ผนังของพระที่นั่งทรงธรรม” วิธีการติดผ้าแคนวาสให้เรียบเนียนและลายต่อกันพอดีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความประณีต จนไม่เห็นรอยต่อของผ้า ทำการติดแล้วเสร็จเมื่อปลายเดือน ต.ค.

อาจารย์บัณฑิต บอกว่า รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจที่ได้รับใช้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นครั้งสุดท้าย เช่นเดียวกับนักศึกษาที่ร่วมทำงานนี้ ได้แก่ สถาพร เครือวัลย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมไทย สาขาศิลปะไทย บอกว่า ถือเป็นเกียรติประวัติในชีวิต ด้าน ศิยารัตน์ แก้วคีรี เพื่อนร่วมรุ่น บอกว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพราะมีคนส่วนน้อยที่จะได้มาทำงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ดีใจที่จะได้มีโอกาสทำงานถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อาจารย์บัณฑิตจะขอพระบรมราชานุญาตนำชิ้นส่วนของพระที่นั่งทรงธรรม 2 ชิ้น บริเวณพื้นที่หลังที่ประทับ และฝาผนังหลังอาสนะพระสงฆ์ ไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษารุ่นหลังๆ ได้ชื่นชมและร่วมภาคภูมิใจกับมหาวิทยาลัยต่อไป

 
หน้าที่ 4 จากทั้งหมด 25 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้


ผมไม่ อย่ากให้ท่านต้องจากพวกเราไป ท่านก็เหมือน กับ แม่ เราครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น  น้อง เปา  [ tewada456@sanook.com ]  วันที่ 28-11-2551 13:25:51
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com