หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
"วิเคราะห์คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า" ฟันธง ! โครงการสร้างเสร็จปีหน้า "เสี่ยงสุดๆ"
หน้าที่ 33 จากทั้งหมด 34 หน้า 
สกู๊ปข่าว/เกาะติดธุรกิจ "อสังหาฯ"
 
วิเคราะห์คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า ฟันธง ! โครงการสร้างเสร็จปีหน้า เสี่ยงสุดๆ

1
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดสัมมนาโค้งท้ายปีหัวข้อโดนใจ "วิเคราะห์คอนโดฯ แนวรถไฟฟ้า" เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า 2 ใน 5 คนบนเวทีสัมมนามีการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ประกอบด้วย "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม"ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) กับ "กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์" รองประธานบริหาร บมจ.ฮาริสัน โดย ทั้งสองช่วยกันชำแหละปัจจัยเสี่ยงโครงการคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้าปี 2552

สารพัดเสี่ยง "พรีเซล-แบ็กล็อก"

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหุ้นมี 31 ราย แต่ "บล.เอเซียพลัส" จัดทำข้อมูลเชิงสถิติโดยรวบรวมจากผู้เล่นรายใหญ่เพียง 14 รายในตลาดหุ้น ซึ่งมีมาร์เก็ตแชร์รวมกัน 60% ของตลาด พบสัญญาณอันตรายที่พึงระวังให้ดี สัญญาณตัวแรก คือ "ยอดพรีเซล" หรือ "ยอดขาย" ซึ่งมีแนวโน้มยอดพรีเซลลดลงต่อเนื่องถึง 2 ไตรมาสติดต่อกันในปี 2551

ทั้งนี้ ยอดพรีเซลเฉลี่ยของปี 2550 ตกไตรมาสละ 3 หมื่นล้านบาท ปรากฏว่าไตรมาส 1/2551 ลดเหลือ 2.81 หมื่นล้านบาท และดรอปต่อเนื่องจนมาถึงตัวเลขไตรมาส 3/2551 ลดเหลือประมาณ 2.58 หมื่นล้านบาท ซึ่ง "เทิดศักดิ์" อธิบายสั้นๆ ว่าสถานการณ์ยอดขายคอนโดฯตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันกำลังมาถึง "จุดเปลี่ยนสำคัญ" อีกครั้งหนึ่ง

"มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯด้วยการลดภาษีโอนและจดจำนอง ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผลประโยชน์ตกอยู่กับดีเวลอปเปอร์ แต่ไม่ได้ช่วยด้านกำลังซื้อหรือผู้บริโภคสักเท่าไร ประเมินจากยอดพรีเซลที่ลดลงต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคไม่มั่นใจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ"
2


สัญญาณอันตรายตัวต่อมาในมุมมองของเอเซียพลัส คือ "แบ็กล็อก" (backlog) หรือยอดขายที่รอโอนหรือรอการรับรู้รายได้ในอนาคต โดยแบ็กล็อก ณ สิ้นไตรมาส 2/2551 ของ 14 บริษัทมีมูลค่ารวมกันประมาณ 9.24 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ 78% เป็นแบ็กล็อกโครงการคอนโดฯมูลค่าประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ที่เหลือ 22% หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเป็นโครงการแนวราบ

คำถามที่ต้องคิดหนัก คือ "แบ็กล็อก 9.2 หมื่นล้านในปีหน้าเป็นโอกาสหรืออุปสรรค ?" โดยมีเหตุผลที่อาจจะต้องกังวล คือ 1.แบ็กล็อกโครงการคอนโดฯ ซึ่งต้องทอดระยะเวลาในการก่อสร้างและส่งมอบลูกค้า จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดได้จริงหรือไม่ พูดง่ายๆ คือจะสามารถโอนได้ทั้งหมดหรือไม่ในท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจซบเซารุมเร้าทั้งจากภายในและภายนอก

2.ตัวเลขที่ยืนยัน "ความน่าจะเป็น" ปัญหาการรับโอนคอนโดฯก็คือ ยอดการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงิน (rejection rate) ที่เคยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 15-20% ล่าสุดขยับสูงถึง 30% แล้ว

"เทิดศักดิ์" ประเมินโอกาสการรับโอนคอนโดฯสะดุดได้มีด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก ลูกค้ากับสถาบันการเงินในภาวะที่แบงก์มุ่งนโยบายเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อในยุคนี้ โอกาสที่การโอนสะดุดเพราะสินเชื่อไม่ผ่านก็มีสูง

2.ฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักเก็งกำไร กรณีโครงการที่ให้วางเงินดาวน์ต่ำ 10-15% มีโอกาสเสี่ยงสูงที่ลูกค้าจะไม่รับโอนห้องชุด เพราะถ้าภาวะเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสจริงๆ ก็มีโอกาสที่จะยอมทิ้งดาวน์สูง
3



และ 3.ฐานลูกค้ากลุ่มนักลงทุน ปกติจะประเมินผลตอบแทนที่ระดับ 7% แต่ถ้าหากเจอปัจจัยเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจ ลงทุนแล้วไม่สามารถปล่อยเช่าได้ ก็อาจจะเป็นอีกกลุ่มที่ยอมทิ้งดาวน์เช่นกัน

ทั้งนี้ สิ่งที่บริษัทพัฒนาที่ดินควรจะต้องเตรียมการรองรับภาวะเศรษฐกิจปีหน้า คือ บริษัทจะต้องมีทุนสำรองเป็นของตัวเอง ต้องกำกระแสเงินสดไว้ในมือให้มากที่สุด อย่างน้อยวงเงินจะต้องมากเพียงพอให้อยู่รอดได้ 2 ปีจึงจะเป็นเกณฑ์ที่น่าจะปลอดภัย "ภาพปีหน้ามองว่าค่อนข้างน่ากลัวพอสมควร ทั้งกำลังซื้อถูกบั่นทอนจากหลายปัจจัย สถานการณ์วิกฤตการเงิน โอกาสเกิดสภาพคล่องตึงตัวในระบบการเงินจะมีสูง ฉะนั้นต้องพยายามประคับประคองให้ลูกค้ารับโอนให้ได้ เพราะถ้าแบ็กล็อกไม่สร้างรายได้แต่กลายเป็นกองหนี้ก็จะสร้างกระแสไม่ค่อยดีเหมือนกัน"

แนะทำ "คอนโดฯสร้างเสร็จก่อนขาย"

มุมมองของโบรกเกอร์ค่าย "ฮาริสัน" ฟันธงว่า ปีหน้ามีปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองภายใน สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ตลาดคอนโดฯแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างมีจำนวนเยอะมาก และมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปีหน้า ในจำนวนนี้กลุ่มที่เป็นโครงการที่มี "ภาวะเสี่ยงสูง" คือโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2552

เหตุผลที่ทำให้มีภาวะเสี่ยงสูงเป็น เพราะเรื่องกำลังซื้อกับการเข้มงวดสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพราะเมื่อใดก็ตามที่แบงก์เริ่มงัดมาตรการคุมเข้มการปล่อย สินเชื่อก็มักจะมีปัญหาเรื่องการเพิ่มฐาน รายได้ของผู้กู้ตามมา นั่นคือทำให้กู้ได้ ยากขึ้น ยังไม่นับรวมประเด็นความมั่นคงทางรายได้ของผู้บริโภค เพราะเศรษฐกิจตกต่ำจะก่อปัญหาการว่างงานตามมาโดยอัตโนมัติ

สำหรับภาวะตลาดคอนโดฯปี 2552 "กิติศักดิ์" ประเมินว่า ผู้เล่น "รายใหญ่" อยู่ได้และค่อนข้างได้เปรียบ เพราะสิ่งที่ได้คือส่วนแบ่งการตลาดจะเยอะขึ้นเนื่องจาก ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กจะหายหน้าไปจากตลาด

ส่วนปัญหาโอเวอร์ซัพพลายหรือไม่ เพราะข้อมูลยังบ่งชี้ว่ามีโครงการใหม่เตรียมเปิดตัวต่อเนื่อง "กิติศักดิ์" ไม่ห่วงปัญหานี้เพราะพฤติกรรมลูกค้าคนไทยยังมีสัดส่วนนักเก็งกำไรน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดอเมริกา อย่างไรก็ตาม "ภาวะการขาย" จะยากขึ้น ยาวขึ้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น และคิดมากขึ้น

ในแง่การปรับตัว "คอนโดฯสร้างเสร็จก่อนขาย" น่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจ และตลาดน่าจะตอบรับได้ดีกว่าจองกระดาษ "อาจต้องกลับมาคิดว่าถึงเวลาทำโครงการสร้างก่อนขาย ในแง่ดีเวลอปเปอร์จะคุมคอสต์ได้หมดตั้งแต่แรก ขณะที่ฝั่งลูกค้าจะเป็นเรียลดีมานด์ คนจะไม่ไปดูโครงการที่จับต้องไม่ได้ ถ้าขึ้นเป็นห้องตัวอย่าง สร้างฝัน แข่งกันพรีเซลอาจจะยอมรับน้อยลงในปีหน้า" ข้อมูลชวนคิดของตัวแทนฮาริสัน

อ้างอิง : ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4051





 
หน้าที่ 33 จากทั้งหมด 34 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านยังมีทีมช่างและกรรมกร เป็นลูกน้องประจำบริษัท อยู่หรือไม่ ?
 
 
ตัดเหมาย่อยไปหมดแล้ว
ยังมีทีมทำเองทั้งหมดอยู่
ทำเองบางส่วน ตัดเหมาบางส่วน
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com