เมื่อเป็นเช่นนั้น เซ็นทาราจึงปรับตัวด้วยการแตกไลน์ซับแบรนด์ ภายใต้แบรนด์เดิม เซ็นทารา ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ชื่อใดเข้าไปรับบริหารโรงแรมระดับกลาง หรือระดับ 3 ดาว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“โรงแรมระดับ 3 ดาวแห่งแรกที่เซ็นทาราจะเข้าไปบริหาร มีขนาด 170 ห้อง ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท และจะมีการเปิดตัวโรงแรมพร้อมกับซับแบรนด์ใหม่เร็วๆ นี้” นายสตีบ กล่าว
 |
|
เกิร์ด สตีบ
|
นอกจากนี้ ยังสนใจเข้าไปบริหารเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยแตกไลน์ซับแบรนด์คือ เซ็นทารา เรสซิเด้นท์ ซึ่งปัจจุบันรับบริหารอยู่ 3 แห่งแล้ว คาดว่าในปี 2553 จะเพิ่มเป็น 5 แห่ง รวมเป็น 8 แห่ง ซึ่งการปรับตัวของโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา จะทำให้เซ็นทารามีรายได้ในปี 2552 เติบโตขึ้น 12% หรือมากกว่า 9,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตทั้งปี 22%
อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าเซ็นทารา จะมุ่งเน้นเข้าไปรับบริหารงานโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มากกว่าการลงทุนสร้างโรงแรมและบริหารเอง โดยคาดว่าการลงทุนตั้งแต่ปี 2552-2554 จะอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เซ็นทารายังจะเข้าไปรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศ โดยมองประเทศอินเดีย ดูไบ และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เซ็นทารามองว่าไร้ขีดจำกัด โดยการเลือกรับบริหารโรงแรมทั้งระดับ 5, 4 หรือ 3 ดาวนั้น จะเลือกโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดี
ทั้งนี้ คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า เซ็นทาราจะมีรายได้จากการรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศ 60% และในประเทศ 40% สำหรับภาพรวมรายได้ในปี 2553 เซ็นทาราจะมีรายได้จากการบริหารโรงแรมในเครือ 65% และรายได้จากการรับบริหารโรงแรม 35%
นอกจากนี้ ในปีหน้าโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทาราจะมีแบรนด์ทั้งหมด 5 แบรนด์ จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 4 แบรนด์ คือ เซ็นทารา แกรนด์ สำหรับโรงแรมระดับ 5 ดาว เซ็นทารา สำหรับโรงแรมระดับ 4 ดาว เซ็นทารา วิลล่า สำหรับรีสอร์ต เซ็นทารา เรสซิเด้นท์ สำหรับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอีกหนึ่งซับแบรนด์ สำหรับโรงแรมระดับกลาง หรือ 3 ดาว