|
20 แม่ไม้สำคัญในการเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน
การใช้พลังงานในภาคธุรกิจ และที่อยู่อาศัย ซึ่งเกิดจากอาคารบ้านเรือนต่างๆ เป็นหลัก มีสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 3 หรือร้อยละ 21 ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศไทยผนวกเข้ากับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกที ผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาสำคัญนี้เริ่มต้นตั้งแต่หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ผู้ประกอบธุรกิจก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร ผู้ออกแบบและตกแต่งบ้าน นักวิชาการและรวมไปถึงประชาชนผู้บริโภค จึงสมควรให้ความสนใจ ใส่ใจ ให้ความสำคัญ และร่วมมือกับภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งกลายเป็นวาระแห่งชาตินี้ให้ลุล่วง
|
1. อย่าใส่แหล่งความร้อน (ลานคอนกรีต) ในบ้าน
|
.gif) |
|
ภายในบริเวณบ้านไม่ควรมีลานคอนกรีตในทิศทางรับแสงแดดจัด เช่น ทิศใต้ และทิศตะวันตก เนื่องจากเวลากลางวันคอนกรีตจะกลายเป็นมวลสารสะสมความร้อน (Thermal mass) มีการสะสมความร้อนในเวลากลางวันในปริมาณมาก ด้วยคุณสมบัติการนำความร้อนของวัสดุ และจะถ่ายเทความร้อนกลับสู่บ้านของท่านในเวลากลางคืน ทำให้สภาพแวดล้อมของบ้าน และตัวบ้านมีอุณหภูมิสูงตามไปด้วย การจัดวางตำแหน่งพื้นคอนกรีต เพื่อเป็นที่จอดรถยนต์หรือชาน หรือระเบียงที่ดี ควรเลือกวางในทิศที่ไม่ถูกแสงแดดมาก เช่น ทิศเหนือ ทิศตะวันออกและควรมีร่มเงาจากต้นไม้ช่วยลดปริมาณแสงแดด |
|
2. รั้วบ้าน...ต้องโล่ง...โปร่ง...สบาย
|
| รั้วบ้านไม่ควรออกแบบให้มีลักษณะทึบตัน เนื่องจากรั้วทึบจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของลมเข้าสู่ตัวบ้านทำให้ภายในตัว บ้านอับลม โดยวัสดุที่ใช้ทำรั้วบางชนิด เช่น อิฐมอญ คอนกรีต เสริมเหล็ก คอนกรีตบล็อก ยังมีคุณสมบัติสะสมความร้อนไว้ในตัวเอง ในเวลากลางวัน และคายกลับสู่สภาพแวดล้อม และตัวบ้านในเวลากลางคืน |
|
.gif) |
|
3. อย่าลืม!! ต้นไม้ให้ร่มเงา
|
.gif) |
|
การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน นอกจากจะสร้างความร่มรื่น และความสดชื่น สบายตาสบายใจ แก่ผู้อาศัยในบ้านแล้ว ใบไม้หลากรูปทรง และสีสันที่แผ่กิ่งก้านสาขายังสามารถลดแสงแดดที่ตกกระทบตัวบ้าน และให้ร่มเงาที่ร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี สิ่งที่สำคัญที่สุดต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายยังช่วยลดความร้อนจากสภาพแวดล้อม ด้วยการคายไอน้ำผ่านทางปากใบได้อีกด้วย ซึ่งควรพิจารณาตำแหน่งการปลูกต้นไม้ ใหญ่น้อยในบริเวณบ้านให้สัมพันธ์กับร่มเงาที่เกิดขึ้นกับตัวบ้านไว้ล่วงหน้า
ข้อควรระวัง! การปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้านเกินไป ต้องระวังรากของต้นไม้ใหญ่จะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างของบ้าน ควรดูความเหมาะสมของชนิดต้นไม้ |
|
4. ก่อนสร้าง อย่าลืม!!! พื้นชั้นล่างปูแผ่นพลาสติก
|
| บ้านพักอาศัยทั่วไปในปัจจุบันทั้งชั้นล่างและชั้นบนมักติดตั้ง เครื่องปรับอากาศให้ความเย็นและลดความชื้นภายในพื้นที่ กันเป็นจำนวนมาก การเตรียมการก่อสร้างบ้านในส่วนโครงสร้างพื้นชั้นล่างควรปูแผ่นพลาสติก เพื่อป้องกัน ความชื้นที่ระเหยขึ้นจากผิวดิน ซึ่งเป็นผลให้มีความเสียหายที่วัสดุปูพื้นชั้นล่าง และประเด็นที่สำคัญด้านพลังงานคือเกิดการสะสมความชื้นภายในพื้นที่ชั้นล่าง ของตัวบ้านเป็นที่มาของภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นในที่สุด สิ่งที่ควรระวังระหว่างการก่อสร้างส่วนดังกล่าว คือ การฉีกขาดเสียหาย ของพลาสติกเนื่องจากเหล็กที่ใช้ในระหว่างการก่อสร้าง จึงต้องมีการเตรียมก่อสร้างไว้ล่วงหน้าเช่นกัน |
|
5. หันบ้านให้ถูกทิศ (ลม-แดด-ฝน) จิตแจ่มใส
|
| การออกแบบบ้านเรือนในประเทศไทยไม่ควรหลงลืมปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการถ่ายเท ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน นั่นก็คือ ส่วนใหญ่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทางทิศใต้ (แดดอ้อมใต้) เป็นเวลา 8-9 เดือน และด้วยมุมกระทำของดวงอาทิตย์ต่อพื้นโลกมีค่าน้อย (มุมต่ำ) ทำให้การป้องกันแสงแดดทำได้ยาก เป็นผลให้ทิศทางดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากแสงแดดรุนแรงเกือบตลอดปี ซึ่งการวางตำแหน่งบ้าน และการออกแบบรูปทรงบ้านที่ดีจะต้องหลีกเลี่ยงการรับแสงแดดในทิศดังกล่าวนอกจากนี้ลมประจำ (ลมมรสุม) ที่พัดผ่านประเทศไทยมีทิศทางชัดเจนจากทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน และพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในฤดูหนาวการวางผังบ้าน และทิศทางตำแหน่งช่อง หน้าต่างเพื่อระบายความร้อนในบ้าน จึงต้องคำนึงถึงทิศทางกระแสลมเหล่านี้เป็นสำคัญอีกด้วย |
|
.gif) |
|
6. มีครัวไทยต้องไม่เชื่อมติดตัวบ้าน
|
การทำครัวแบบไทย นอกจากจะได้อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนถูกปากคนไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดความร้อนสะสมขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวในปริมาณมากอีกด้วย เนื่องจากอุปกรณ์และกิจกรรมการทำครัวต่างๆซึ่งแตกต่างจากครัวฝรั่งโดยสิ้นเชิงความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องครัวที่ติดกับตัวบ้านจะสามารถถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว ในลักษณะสะพานความร้อน (Thermal Bridge) และหากห้องติดกันเป็นพื้นที่ปรับ อากาศจะยิ่งสิ้นเปลืองพลังงานในการทำความเย็นของห้องดังกล่าวมากขึ้นโดยใช่เหตุ อย่างไรก็ตามในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมระหว่างห้องครัวกับตัวบ้าน เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น
|
.gif) |
.gif) |
|
7. ประตูหน้าต่างต้องมีทางลมเข้าออก
|
การระบายความร้อนภายในบ้านโดยการใช้ลมธรรมชาติพัดผ่านหน้าต่างภายในห้องจะต้องมีช่องทางให้ลมเข้าและลมออกได้อย่างน้อย 2 ด้าน มิฉะนั้นลมจะไม่สามารถไหลผ่านได้ สิ่งที่ดีที่สุด ก็คือการออกแบบให้ช่อง หน้าต่างอยู่ตรงข้ามกัน และมีขนาดใหญ่เท่าเทียมกัน ทำให้การระบายความร้อนเกิดขึ้นมากที่สุด จากนี้การวางตำแหน่งช่องหน้าต่างต้องตอบรับทิศทางการเคลื่อนที่ของลมประจำด้วย แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าลมที่นำเข้าสู่อาคารจะต้องทำให้เป็นลมเย็นเสียก่อนจึงจะทำให้การลดความร้อนมีประสิทธิผล
การออกแบบให้ลมไหลผ่านตัวบ้านได้ดี มีข้อควรระวัง ได้แก่
1.ต้องติดตั้งมุ้งลวดเพื่อกรองฝุ่นละอองเกสรที่จะเข้าบ้าน
2.การติดช่องหน้าต่างในตำแหน่งเยื้องกันจะช่วยบังคับให้ลมไหลผ่านห้องต่างๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการได้ |
|
8. ผังเฟอร์นิเจอร์ต้องเตรียมไว้ก่อน ไม่ร้อนและประหยัดพลังงาน
|
.gif) |
|
บ้านที่ดีควรมีการจัดวางผังเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้องไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมตำแหน่งติดตั้งปลั๊ก สวิทช์ไว้ให้เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้าน นอกจากนี้การเตรียมการดังกล่าวไว้ล่วงหน้าจะตรวจสอบได้ว่าตำแหน่งใดในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์วางกีดขวางการเคลื่อนที่ของกระแสลมหรือไม่ หรือตอบรับแสงสว่างธรรมชาติ และกระแสลมธรรมชาติมากน้อยเพียงใดและควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไรให้ดีขึ้น ควรแยกอุปกรณ์ที่จะสร้างความร้อนออกนอกห้องปรับอากาศ เช่น ตู้เย็น เครื่องต้มน้ำ |
|
9. อย่า!!! มีบ่อน้ำหรือนำพุในห้องปรับอากาศ
|
| คุณสมบัติทางอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศก็คือ การลดอุณหภูมิ และความชื้น ทำให้พื้นที่ห้องต่างๆ อยู่ในสภาวะสบาย ซึ่งการตกแต่งประดับพื้นที่ภายในห้องด้วยน้ำพุ น้ำตก อ่างเลี้ยงปลา หรือแจกันดอกไม้ ย่อมทำให้ภายในห้องมีแหล่งความชื้นเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและทำให้เครื่อง ปรับอากาศต้องใช้พลังงานในการลดความชื้นมากกว่าปกติ |
|
10. ช่องอากาศที่หลังคาพาคลายร้อน...
|
หลังคาที่ดีนอกจากจะสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ ยังต้องมีคุณสมบัติ ในการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกด้วย ภายในช่องว่างใต้หลังคา เป็นพื้นที่เก็บกักความร้อนที่แผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ ก่อนถ่ายเทเข้าสู่ พื้นที่ส่วนต่างๆ ภายในบ้าน ดังนั้นการออกแบบให้มีการระบายอากาศ (ร้อน) ภายในหลังคาออกไปสู่ภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นช่องลมบริเวณจั่วหลังคา หรือระแนงชายคา จึงเป็นเรื่องที่ดีต่อการลดความร้อนในบ้าน แต่ควรพึงระวังให้การระบายอากาศร้อน ดังกล่าวอยู่เหนือฉนวนภายในฝ้าเพดาน มิฉะนั้นความร้อน จะสามารถถ่ายเทลงสู่ตัวบ้านได้อยู่ดี
ข้อควรระวัง คือ
1. ต้องมีการติดตั้งตาข่ายป้องกันนก แมลง เข้าไปทำรังใต้หลังคาด้วย
2. ต้องมีการป้องกันฝนเข้าช่องเปิดระบายอากาศด้วย |
|
 |
|
11. ต้องใส่ "ฉนวน" ที่หลังคาเสมอ
|
| ฉนวนกันความร้อนเป็นอุปกรณ์ที่สามารถกั้น หรือป้องกันความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงแดดไม่ให้เข้าสู่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นจากส่วนผนัง หรือหลังคาบ้าน แต่ช่องทางที่ความร้อนจากแสงแดดถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านได้มากที่สุดในเวลากลางวัน คือ พื้นที่หลังคา ดังนั้นการลดความร้อนจากพื้นที่ดังกล่าว ด้วยการใช้ฉนวนซึ่งมีรูปแบบ และการติดตั้งที่เหมาะสมกับพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้งานจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการลดการใช้พลังงานภายในบ้าน |
|
12. กันแสงแดดดีต้องมีชายคา
|
| กันสาดหรือชายคาบ้าน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญกับอาคาร บ้านเรือนในเขตร้อน เช่น ประเทศไทย มีคุณสมบัติการป้องกันแสงแดด (ความร้อน) ไม่ให้ตกกระทบผนัง และส่องผ่านเข้าสู่ช่องแสง และหน้าต่างได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ตำแหน่ง และทิศทางการติดตั้งกันสาดที่มีความจำเป็นมากที่สุด คือ ด้านที่มีแสงแดดรุนแรง ได้แก่ ทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ข้อดี อีกประการของการติดตั้งชายคา และกันสาด คือ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการป้องกันฝนเข้าสู่ตัวบ้านอีกด้วย |
|
13. ห้องไหนๆ ติดเครื่องปรับอากาศ อย่าลืมติดฉนวน
|
 |
|
การลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่สำคัญ คือ การลดความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้าน และพื้นที่ใช้สอย ดังนั้น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนในพื้นที่ห้องที่ปรับอากาศ เพื่อลดความร้อน นอกจากจะทำให้ห้องเย็นสบายจากแสงแดด และป้องกันความร้อนเข้าตัวบ้านแล้วยังทำให้สภาพภายในห้องปรับลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีความร้อนสะสมอยู่ภายในห้องน้อยจึงช่วยลดค่าไฟฟ้าของ เครื่องปรับอากาศได้ |
|
14. บานเกล็ด บานเปิด บานเลื่อน ต้องใช้ให้เหมาะสม
|
| หน้าต่างแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการใช้สอยที่แตกต่างกันไปตามความต้องการ ควรเลือกชนิดของหน้าต่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้อง...หน้าต่างบานเปิดมีประสิทธิภาพในการรับกระแสลมสูงที่สุด...แต่ อย่างไรก็ตาม ต้องจัดวางให้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่ของกระแสลมด้วย ควรพึงระวังการใช้หน้าต่างบานเกล็ดในห้องปรับอากาศ เพราะหน้าต่างชนิดนี้มีรอยต่อมาก ทำให้อากาศภายนอกรั่วซึมเข้ามาได้ง่าย จึงส่งผลให้ความร้อน และความชื้นถ่ายเทสู่ภายในห้องได้สะดวกเช่นกัน ซึ่งเป็นผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น |
|
15. ทาสีผนังให้ใช้สีอ่อน ไม่ร้อนดี แต่ถ้าเปลี่ยนสี (เข้ม) ต้องมีฉนวน
|
| สีผนังมีผลต่อการสะท้อนของแสงแดดและความร้อนเข้าสู่อาคารมากน้อยต่างกัน ซึ่งสีอ่อนจะมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดด และการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในบ้านดีกว่า สีเข้มตามลำดับความเข้มของสี ผนังภายนอกที่สัมผัสแสงแดดจึงควรเลือกใช้สีโทนอ่อน เช่น ขาว ครีม เป็นต้น เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน ในทางกลับกันหากต้องการทาสีผนังภายนอกบ้านเป็นสีเข้มก็สามารถกระทำได้ แต่ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งที่โดนแสงแดด หรือต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใน บริเวณนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนเป็นการชดเชย นอกจากสีภายนอกอาคารแล้ว การทาสีภายในอาคารด้วยสีอ่อนจะช่วยสะท้อนแสงภายในห้อง เพิ่มความสว่างภายในบ้าน ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้โคมไฟมากเกินไป |
 |
 |
|