หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
ไม่พบข้อมูล
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2555
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2555
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
ปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจน จันได
หน้าที่ 3 จากทั้งหมด 5 หน้า 
บ้านดิน/ทัศนะคนสร้างบ้านดิน
 


ปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจน จันได
ธนา อุทัยภัตรากูร
www.baandin.org

 


 

 

โจน จันไดลูกชาวนาแห่งยโสธร
ผู้เชียวชาญในการสร้างบ้านดิน ของประเทศไทย
เดินทางไปรอบโลกเพื่อนำเสนอแนวทางในการสร้างบ้านดิน

นักปราชญ์ที่มีแนวคิดในการดำรงค์ชีวิตอย่างมีความสุขและเรียบง่าย

จนได้รับการขนานนามจากรายการเจาะใจ ว่า"คนจนผู้ยิ่งใหญ่"


กับปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจนจันได


"ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราทำให้มันยากเอง

และอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ
ใช้เวลาไม่มากนักในการหากินมันเหลือกินแล้ว

แต่เราใช้เวลาเยอะมากในการหาเพื่อครอบครัว
ฉะนั้นใช้ชีวิตให้ง่ายดีกว่า

หลังจากนั้นมาผมก็เชื่อในเรื่องชีวิตนี้มันง่ายมาตลอด

ทำไมต้องทำให้มันยาก

ก็เลยเปลี่ยนชีวิตผมมาตลอดเลย

ไปอยู่บ้านผมยิ่งสบาย ผมพยายามที่จะพูดกับคน

คนที่เย็บหมอนที่บ้านว่าทำหมอน

หมอนพวกสามเหลี่ยม หมอนหนุน

เย็บหมอนทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่มีเงินไปซื้ออาหารจากตลาดมา

วันเดียวหมดมื้อเดียว


ผมบอกว่า ถ้าทำสวนเองเนี่ย อย่างผมเนี่ย

ดูแลสวนแค่ 10-15 นาทีต่อวันเนี่ย

ผมมีผัก มีมะละกอ มีอะไรให้ครอบครัว 5-6 คนอยู่ได้สบาย

ทำงานแค่ 15 นาที ทำไมต้องไปนั่งทำงานตั้งวันละ 10 กว่าชั่วโมงนี่

มันก็ทำให้ผมเห็นว่าชีวิตมันง่ายแต่อธิบายให้คนเข้าใจไม่ได้"


"
รอน้ำผักแค่วันละ 15 นาที
แต่บางอาทิตย์อาจจะใช้เวลามากกว่าเป็นชั่วโมงก็มี

บางครั้งก็อาจจะไปหาขี้วัว หาอะไรมาใส่ด้วย

ซึ่งมันไม่บ่อยนักหรอกนะแค่ครั้ง สองครั้ง

แต่ปกติแล้ว 15 นาทีถือถังตักน้ำแล้ก็เดินมารดผัก"

"
ทำปุ๋ยหมักใช้เอง"

เขาเริ่มทำบ้านดินหลังแรกจากความคิด
ผสมกับที่ได้เห็นภาพการทำบานดินในหนังสือของฝรั่ง
เมื่อสำเร็จหลังแรกก็ทำหลังต่อๆมา
ให้กับชุมชนในหมู่บ้าน
จนกระทั่งมีชื่อเสียง
ได้รับเชิญเป็นวิทยากรแนะนำการสร้างบ้านดิน
เป็น work shop ที่มีสมาชิกเข้าร่วมมากมาย

ในความเห็นของโจน

"การทำบ้านดินไม่ใช่เป้าหมายหลักของการทำ Work Shop ที่เราทำอยู่
เป้าหมายหลักก็คือ หัดทำอะไรพึ่งตนเอง
กลับมาสร้างศักยภาพให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับสัตว์ทั่วๆ ไป
แต่เพราะทุกวันนี้มีศักยภาพของมนุษย์ต่ำกว่าสัตว์ทุกชนิดในโลกนี้ซะอีก
เพราะเราขาดการรักษามรดกในการพึ่งตนเอง คนบางคนก่อไฟไม่เป็น
ทำอาหารไม่เป็นนั่นหมายความว่าศักยภาพในชีวิตมันต่ำลง
ฉะนั้นเราต้องกลับมาพึ่งตนเอง

การทำบ้านดินเป็นส่วนหนึ่งของการพึ่งตนเอง อาหาร บ้าน ผ้า และยาเนี่ย
ก็มาคุยเรื่องนี้แหล่ะ เพราะว่าชีวิตมันไม่มีความหมายหรอก
ถ้าคนเราพึ่งตัวเองไม่ได้ เพราะว่าอิสรภาพมันก็สูญเสียไป
ความภูมิใจในตัวเองก็ไม่มี คุณค่าของชีวิตเราก็มองไม่เห็น
เพราะแค่ไม่ได้ใช้แรงงานทำงานเนี่ย
ชีวิตก็เป็นเรื่องที่เลื่อนลอยไปแล้ว
คนทำงานในเมืองเนี่ยไม่รู้ว่าชีวิตเพื่ออะไร
หาเงินอย่างเดียวเพราะไม่มีเวลาว่าง

การทำงานคือการมีเวลาว่าง
มีเวลาว่างให้กับสมองของเรา ถ้าสมองมีเวลาว่างมันก็จะเห็น
มันก็จะมีความเงียบ
พอความเงียบเกิดขึ้นมันก็จะเห็นความงามได้
ถ้าเห็นความงามได้ ชีวิตก็มีความสุขได้
แต่ชีวิตทุกคนในเมืองไม่มีโอกาสเพราะมันยุ่งกับงานตลอด
แต่เรื่องงานกลุ้มหนักๆ ตลอด
แต่ถ้าทำงานหนักปุ๊บเนี่ย โลกจิตโลกความเครียดต่างๆ มันหายไป
ปัญหาของความเครียดที่มีมากมายในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งจิตแพทย์เลย
แค่กลับมาทำงานหนักเท่านั้นเอง หายหมด

อันนี้เห็นชัดในหลายๆ กรณี เพราะคนที่มานี่เราก็คุยกัน
หลายคนเขาเครียดมา มาเพราะเครียด เรื่องครอบครัว
เรื่องงานอยากหนีจากสิ่งเหล่านั้น ถึงได้มา
แต่พอมาแล้วมันลืม อาการปวดหัวมันหายไป
เป็นการบำบัดอย่างหนึ่งเพราะเราใช้ร่างกายไม่มีความสมดุล
ทำให้เกิดความผิดปกติ

ฉะนั้นคนชั้นกลางที่มาร่วม Work Shop ถึงได้ถูกอกถูกใจกัน
มักจะมีครั้งที่ 2 แทบทุกคนเลย
เพราะว่าการทำงานเนี่ยมันน่าเบื่อ
แต่ถ้าทำอะไรที่ไม่รู้สึกว่าเป็นงานมันสนุก
อย่างทำบ้านดินไม่มีใครรู้สึกว่ามันเป็นงานเลย เรามาเล่นดินกัน"



โจนกับลูก และภรรยา ชาวอเมริกัน "เพ็กกี้" หญิงที่รักงานด้านเอ็นจีโอ จากโคโลราโด ผู้เป็นลูกสาวคุณหมอ และอาจารย์แห่งครอบครัวคนชั้นกลางที่มีอันจะกิน วันนี้เลือกที่จะมาลงหลักปักฐานกับหนุ่มโจน ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

 

 



 
หน้าที่ 3 จากทั้งหมด 5 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
ความคิดเห็นที่ 22 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
วันดี,
ฉันขอโทษฉันส่งจดหมายนี้ซึ่งต่อมาเป็นที่ไม่พึงประสงค์ E-mail ขยะในโฟลเดอร์ของคุณผมปาร์กเกอร์สมิ ธ ผู้ให้กู้เงินให้กู้ยืม "กรรมการผู้จัดการของโซลูชั่นสินเชื่อ DC, ฉันยินดีที่จะให้ยืมออกเงินให้สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% และภายในวงเงิน 3,000.00 USD ถึง $ 8,000,000.00 เหรียญสหรัฐตามเสนอสินเชื่อที่เรามีเงินให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำและมีการตรวจสอบเครดิตไม่มีเรา

เงินให้สินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อรวมหนี้, เงินทุน, สินเชื่อธุรกิจสินเชื่อการศึกษา, สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อ "ด้วยเหตุผลใด ๆ ! อย่างไรก็ตามวิธีการของเราให้คุณมีโอกาสที่จะระบุจำนวนของเงินให้กู้ยืมที่จำเป็นและระยะเวลาที่คุณสามารถจ่ายได้, ผมผู้ให้กู้ได้รับการรับรองจดทะเบียนและ Legit หากคุณสนใจกรอกแบบฟอร์มใบสมัครด้านล่างและได้รับกลับไป
เราผ่านทางนี้ E-mail address มาก (parkersmithloaninvestment@yahoo.com)

* ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้จำเป็นต้องกรอกข้อมูลและส่งกลับมา *
1) ชื่อเต็ม: .....
2 เพศ): .....
ที่อยู่ติดต่อ 3): ....
ที่อยู่ที่ทำงาน 4): ....
5) โทรศัพท์: ...
ประเทศ 6): ....
7) รายได้รายเดือน: ....
8) จํานวนเงินตามที่ต้องการสินเชื่อ: ....
9 ระยะเวลาเงินกู้): ...

เมื่อใบสมัครที่ได้รับการกรอกข้อมูลที่ท่านจะส่งใบสมัครไปยังที่อยู่อีเมล์ที่ (parkersmithloaninvestment@yahoo.com)

หมายเหตุ: หากคุณไม่ได้สนใจและคุณได้รับข้อความนี้โปรดยอมรับ
คำขอโทษของฉัน

ฉันหวังว่าจะได้ยินจากคุณเร็ว ๆ นี้
ขอแสดงความนับถือชนิด,
ปาร์กเกอร์สมิ ธ
วันดี,
ผู้แสดงความคิดเห็น  Robin mischiff  [ parkersmithloaninvestment@gmail.com ]  วันที่ 18-08-2556 02:10:19
 
ความคิดเห็นที่ 21 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

จริงชีวิตคนเรามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด  แต่เรามักทำให้มันยากทุกครั้ง  เพราะด้วยหน้าที่การงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ  ศาสนาอิสลามสอนให้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย  แต่ต้องอยู่ในหลักของศาสนา  พี่โจน สมควรเป็นแบบอย่างจริงๆ  บางทีคนเรากว่าจะคิด  จำเป็นเหมือนกันที่ต้องมีแบบอย่างที่ดี  อย่างเช่นพี่   จะมีสักกี่คนที่เป็นแบบนี้  ตอนนี้ตัวเองสนใจเมล็ดพันธ์  อย่างไรขอรบกวนในการขอหน่อยนะค่ะ  จะส่งตามที่อยู่ที่ให้มา
ขอเป็นกำลังใจให้คนดี เพียบพร้อมด้วยคุณภาพ 

ผู้แสดงความคิดเห็น  กวางน้อยสีขาว  [ reem.az01@hotmail.com ]  วันที่ 12-01-2555 18:03:09
 
ความคิดเห็นที่ 20 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ไอเดียเจ๋ง
ติดตามต่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ช  [ chainarong.333@hotmail.com ]  วันที่ 23-12-2554 19:29:34
 
ความคิดเห็นที่ 19 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบครับ อีกไม่นานผมต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบนี้
ลงประกาศฟรี  http://www.promote.in.th
ผู้แสดงความคิดเห็น  wichit  [ wichit2553@gmail.com ]  วันที่ 25-11-2554 21:22:32
 
ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ทำชีวิตให้เงียบ ง่ายจะเห็นความงดงามของชีวิต แล้วเมื่อนั้นชีวิตก็จะพบความสุข เป็นอะไรที่ได้ใจมากเลย และหาความคิดเหล่านี้ไม่ได้จากสมงด.ร หรือผู้บริหารอีกหลายๆคน

ผู้แสดงความคิดเห็น  สาว ตจว.  [ chamai9925@hotmail.com ]  วันที่ 21-11-2554 09:46:38
 
ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
 ได้รับรุ้การถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณโจน จันไดจา กช่องทีวีไทย (ซึ่งเป็นทีวีช่องเดียวที่ไม่ถูกครอบงำด้วยภาคธุระกิจ ) อยากจะบอกว่าคุณเพ็กกี้เป็นคนที่โชดดีมากๆที่ได้เจอ "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"   หัวใจพอเพียงคนนี้ ซึ่งสาวไทยอีกเป็นร้อเป็นพันยากจะได้เจอ วิธีคิดและการใช้ชีวิต  เย็นสงบสบายเรีบนง่าย แต่เสียดายที่คนอีกมากมายเข้าไม่ถึง ตัวเองเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกพลักดันให้เข้ามาอยูในภาคธุระกิจไม่ใช่ด้วยความเต็มใจ มีเวลา24 ชั่วโมงเหมือนคนอื่นแต่เวลาของตัวเองเหลือน้ยกว่าคนอื่น แต่อาจเป็นเพราะโชคชะตา เหนื่อยใจกับหน่วยงานที่เห็นแต่ผลประโยชน์ ผู้ร่วมงานเห็นแก่ตัว ผักชีโรยหน้า อยากกลับไปมีวิถีชีวิตแบบเดิมๆบ้านๆก็ได้แต่คิดเพราะบ้านแตกสาแหรกขาดไปหมดแล้ว ..คงเป็นเพราะน้องกรรม สรุปคุณโจนและคุณเพ็กกี้เป็นครอบครัวที่หน้าอิจฉาที่สุด
ผู้แสดงความคิดเห็น  สาวต.จ.ว  [ chamai9925@hotmail.com ]  วันที่ 21-11-2554 09:26:19
 
ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

พี่เค้า เป็นตัวตนที่แท้จริง มีสมองเป็นของตัวเอง สุดยอด

ผู้แสดงความคิดเห็น  chaimongkol wuttingam  [ chaimongkol77@gmail.com ]  วันที่ 18-11-2554 19:25:57
 
ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

เป็นสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่ง ได้ฝันเอาไว้จะได้ทำรึเปล่าก็ไม่รู้

ผู้แสดงความคิดเห็น  chaimongkol wuttingam  [ chaimongkol77@gmai.com ]  วันที่ 18-11-2554 19:15:52
 
ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบใจมากกับแนวคิดคุณโจนกับครอบครัว น่าเอาเป็นแบบอย่าง เรียบง่าย สมถะ นี่คือของแท้ อยากไปเที่ยวหา ศึกษาการทำอาหาร การใช้ชีวิต จุดหักเหของชีวิต การทำบ้านดิน
ผู้แสดงความคิดเห็น  มะลิวัลย์ ตัญตรัยรัตน์  [ m_tuntrairut@hotmail.com ]  วันที่ 05-08-2554 12:59:59
 
ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ผมทำงานที่กทม มาเกือบ แปดปีแล้วแต่ผมก็โหยหาชีวิตที่อิสระผมพอมีเงินเก็บทำงานทุกวันไม่มีเวลาให้แฟนและลูกก็อยู่ที่บ้านนอกผมโคตรเบื่อเลยไม่รู้ต้องทำยังไงลูกก็รอผมกลับบ้านทุกวันไอ้คนที่มันจ้างเราให้เงินเราก็อยากใช้งานเราให้เงินเรามากให้ตำแหน่งเราสูงยิ่งถลำลึกไม่มีเวลาเป็นอย่างนี้ตลอดแปดปีและมันจะเป็นไปถึงเมื่อไหร่
    ชีวิตคนเราเกิดมาตั้งอยู่และดับไป ทำไมมันถึงได้วุ่นวายไม่จบ ถ้าผมจะกลับบ้านก็กลัวลูกไม่พอกิน กลัวไม่มีรถขับ กลัวลูกไม่ได้เรียนสูงๆ ทั้งๆ ที่ใจผมตื่นมาตอนเช้าทุกวันก็ต้องออกไปแข่งแย่งกับคนอื่นเป็นแบบนี้ทุกวันผมหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้อย่างใหนมันพอเหมาะสมผมปลงยังไม่ได้วงจรชีวิตของคนต่างจังหวัดคือ

  เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ ต่อมาก็มีครอบครัว ส่งลูกให้คนแก่ที่บ้านเลี้ยง พอเด็กโตเรียนจบ ก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ พอมีครอบรัวส่งลูกให้คนที่บ้านเลี้ยง

มันเป็นวงจรที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงผมเบื่อกับวงจรนี้สุดๆไม่ว่ารุ่นใหนร่นพี่ ป้า น้า อา คนที่ต่างจังหวัดเกื่อบ 90 เปอร์เซนต์ เป็นแบบนี้ผมเคยถามผู้มีประสบการณ์ผู้ใหญ่บางคน เค้าตอบว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา  หรือว่าคนอื่นที่เห็นว่าการที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวเป็นเรื่องธรรมดา หรือว่าผมคนเดียวที่คิดไม่ธรรมดา

ทุกวันนี้ผมยังให้คำตอบตัวเองยังไม่ได้ว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไปบางคนบอกว่ามีแรงอยู่ก็สู้ต่อไป เป้าหมายมีไว้พุ่งชน มันก็ดี แต่มาฟัง อ้าย โจน จันได พูด มันเข้าถึงจุด หัวใจของผมผมถึงกลับน้ำตาไหลเพราะเวทนาตัวเองเข้ามาติดกับดักอย่างที่หาทางออกอยากมากทำงาน มีเงินแต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวไม่ได้เห็นหน้าลูก ขอลากลับบ้านแต่ละครั้ง ขอใช้สิทธิลาพักร้อนตามสิทธิตัวเองแทบต้องกลาบเท้าเค้าขอวิงวอนก่วาจะได้กลับบ้านหาลูกที่ต้องได้ทะเลาะกันกับเจ้านายเค้ากะไม่ไห้เรากลับไปเห็นหน้าครอบครัวเลยเค้าจะคิดแต่เรื่องธุรกิจของเค้าอย่างเดียวไม่สนเรื่องครอบครัวเลย

ก็เลยเกิดปัญหาขึ้นในสังคมไม่หยุดหย่อนเพราะสังคมไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถาบันที่เล็กที่สุด และสำคัญที่สุด ผมและคนต่างจังหัวัดอีกหลายๆ ไม่รู้ชีวิตจะติดในวังวนแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ฝากพี่โจน จันได ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะพี่มีปากมีเสียงช่วยให้คนอีสานกลับถิ่นบ้านเกิดของเราเพราะตอนนี้บ้านเรามีแต่คนแก่และก็เด็ก

ผู้แสดงความคิดเห็น  สายันต์ ตาริโก  [ tong73310@hotmail.com ]  วันที่ 01-05-2554 16:46:03
 
ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบและชื่นชมพี่แกมากความคิดความอ่านเหมือนพี่โจจบดอกเตอร์แต่แกบอกว่าถ้าจบสูงไปไม่ได้ทำงานมันน่าอายกว่าคนที่จบน้อยแล้วทำอะไรได้มากกว่า..เป็นข้อคิดที่น่าคิดอีกประเด็นหนึ่ง..ทำให้อยากใช้ชีวิตง่าย ๆแบบนี้บ้าง..
ผู้แสดงความคิดเห็น  pu  [ pu-kr16@hotmail.com ]  วันที่ 23-04-2554 09:32:11
 
ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

มีความคิดและวิถีชีวิตที่งดงามมากเลยค่ะ...ครั้งหนึ่งฉันเคยมีวิถีและีชีวิตแบบคุณโจนในปัจจุบันนี้ แต่พ่อแม่ก็พยายามผลักดันให้เดินทางข้ามชนชั้นของความยากจนมาให้ได้ ด้วยความรู้สึกเสียเปรียบและต่ำต้อยทางสังคม ทำให้เราต้องหลบหลีกจากวิถีแบบพอเพียงมาสู่สังคมอุตสาหกรรม  แต่เมื่ออายุมากขึ้น มีพอแล้วเกือบทุกสิ่ง ชีวิตจะถวิลหาความสุขแบบเรียบง่าย การได้อยู่ร่วมกันกับครอบครัวทุกครั้งที่ต้องการแบบครอบครัวคุณโจน เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างแท้จริง...ฉันคิดถึงบ้านและกำลังวางแผนกลับบ้านเช่นกันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ดวงจันทร์ วงษ์สุวรรณ  [ daungjantp@gmail.com ]  วันที่ 20-04-2554 02:10:32
 
ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

พี่แกเป็นคนที่มีแนวคิด ปรัชญาในการดำรงชีวิตดีมากค่ะ  ไม่เคยรู้จักไม่เคยดูข่าวของแกมาก่อน แต่เมื่อวานได้ดูรายการครอบครัวเดียวกัน แล้วทึ่งมาก ๆ 
ผู้ชายธรรมดาคนนึง แต่มีความคิดแปลก ๆ แตกต่าง แต่เป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่มองข้าม แต่พี่แกก็คิดได้  อยากใช้ชีวิตพอเพียง แบบพี่เค้าจริง ๆ เลย
ตอนนี้ก็ได้เริ่มต้นแล้วค่ะ  เริ่มจากการปลูกพืชผัก การทำปุ๋ยหมักใช้เอง  เราทั้งหลายก็ควรหันหน้ากลับคืนสู่ธรรมชาติกันได้แล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  คนเดินดิน  [ gan_land@hotmail.com ]  วันที่ 10-04-2554 15:35:15
 
ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ขณะนี้เกษียณอายุราชการแล้ว พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง อยากใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุข
อย่างคุณโจนบ้างจัง

ผู้แสดงความคิดเห็น  มนตรี เปลินศิริ  [ montri.dang@live.com ]  วันที่ 29-12-2553 17:44:02
 
ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ดูจากช่องทีวีไทยเหมือนกันค่ะ น่ายกย่องมากค่ะ ได้ข้อคิดดี ๆเยอะมาก ที่ไม่เคยมีใครสอน 

ผู้แสดงความคิดเห็น  ดอกสะเลเต  [ rujji111@hotmail.com ]  วันที่ 22-11-2553 23:45:46
 
ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

เช้าวันนี้ผมดูทีวีช่องทีวีไทยมาชอบมากๆๆ เลยเขาพูดถึงเรื่องเมล็ดพันธุ์ พูดได้น่าคิดมากเลยในเรื่องของการผูกขาดทางการตลาดของเมล็ดพันธุ์ เรื่องพืชจีเอ็มโอ

ผู้แสดงความคิดเห็น  kunrayclub  [ teerasak.1218@live.com ]  วันที่ 19-11-2553 20:58:40
 
ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ข่าวไทยรัฐเกี่ยวกับคนอีสาน

http://www.thairath.co.th/column/ent/tv/51357
ผู้แสดงความคิดเห็น  แมลงสาบแห่งที่ราบสูง  [ intermezzo_8@hotmail.com ]  วันที่ 08-12-2552 20:31:29
 
ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ผมชอบชีวิติแบบที่พี่โจนใช้นะครับ
แต่ผมยังไม่มีเวลาใด้ลงมาใช้ชีวิติแบบนี้ซักที
ผมเชื่อว่าความุขมันหากันใด้ง่ายๆ
เคยลองหามาหลายวิธีแล้วครับ
แต่ยังไม่เคยมีเวลาใด้ลองใช้ชีวิติแบบพี่ซักที
ผมหวังว่าคงจะใด้มีโอกาศไปศึกษาเอาจากพี่บ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น  hmee64  [ look.mee@hotmail.com ]  วันที่ 29-10-2552 16:43:42
 
ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

อยากไปเที่ยวที่นั้นจัง เพราะเชื่อว่าอยู่ใกล้คนที่มีแนวคิวแบบนี้คงจิตใจสงบดีค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ลัดดาวรรณ แสนเสน  [ absolute.s@windowslive.com ]  วันที่ 20-10-2552 21:53:22
 
ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชีวีตแบบนี้ก็ดี อีกแบบหนึ่ง 
ไม่ต้องไปเร่งรีบแข่งขัน 
ไมต้องวิ่งตามกันจนเหนื่อย 
อยู่บนฐานของคำว่าพอ แต่ไม่ใช่ขี้เกียจ 
หาทางสงบแบบนี้ไม่คิดร้ายต่อใคร 


หวังว่าสักวันคงได้พบคุณโจ กับภรรยา และลูก ที่แม่แตง
ผู้แสดงความคิดเห็น  วันทนา  [ wantana@hotmail.com ]  วันที่ 20-10-2552 21:28:43
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านยังมีทีมช่างและกรรมกร เป็นลูกน้องประจำบริษัท อยู่หรือไม่ ?
 
 
ตัดเหมาย่อยไปหมดแล้ว
ยังมีทีมทำเองทั้งหมดอยู่
ทำเองบางส่วน ตัดเหมาบางส่วน
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com