หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
ไม่พบข้อมูล
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2555
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2555
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
ปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจน จันได
หน้าที่ 3 จากทั้งหมด 5 หน้า 
บ้านดิน/ทัศนะคนสร้างบ้านดิน
 


ปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจน จันได
ธนา อุทัยภัตรากูร
www.baandin.org

 


 

 

โจน จันไดลูกชาวนาแห่งยโสธร
ผู้เชียวชาญในการสร้างบ้านดิน ของประเทศไทย
เดินทางไปรอบโลกเพื่อนำเสนอแนวทางในการสร้างบ้านดิน

นักปราชญ์ที่มีแนวคิดในการดำรงค์ชีวิตอย่างมีความสุขและเรียบง่าย

จนได้รับการขนานนามจากรายการเจาะใจ ว่า"คนจนผู้ยิ่งใหญ่"


กับปรัชญาชีวิตในวิถีของ โจนจันได


"ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราทำให้มันยากเอง

และอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ
ใช้เวลาไม่มากนักในการหากินมันเหลือกินแล้ว

แต่เราใช้เวลาเยอะมากในการหาเพื่อครอบครัว
ฉะนั้นใช้ชีวิตให้ง่ายดีกว่า

หลังจากนั้นมาผมก็เชื่อในเรื่องชีวิตนี้มันง่ายมาตลอด

ทำไมต้องทำให้มันยาก

ก็เลยเปลี่ยนชีวิตผมมาตลอดเลย

ไปอยู่บ้านผมยิ่งสบาย ผมพยายามที่จะพูดกับคน

คนที่เย็บหมอนที่บ้านว่าทำหมอน

หมอนพวกสามเหลี่ยม หมอนหนุน

เย็บหมอนทั้งวันทั้งคืนเพื่อที่มีเงินไปซื้ออาหารจากตลาดมา

วันเดียวหมดมื้อเดียว


ผมบอกว่า ถ้าทำสวนเองเนี่ย อย่างผมเนี่ย

ดูแลสวนแค่ 10-15 นาทีต่อวันเนี่ย

ผมมีผัก มีมะละกอ มีอะไรให้ครอบครัว 5-6 คนอยู่ได้สบาย

ทำงานแค่ 15 นาที ทำไมต้องไปนั่งทำงานตั้งวันละ 10 กว่าชั่วโมงนี่

มันก็ทำให้ผมเห็นว่าชีวิตมันง่ายแต่อธิบายให้คนเข้าใจไม่ได้"


"
รอน้ำผักแค่วันละ 15 นาที
แต่บางอาทิตย์อาจจะใช้เวลามากกว่าเป็นชั่วโมงก็มี

บางครั้งก็อาจจะไปหาขี้วัว หาอะไรมาใส่ด้วย

ซึ่งมันไม่บ่อยนักหรอกนะแค่ครั้ง สองครั้ง

แต่ปกติแล้ว 15 นาทีถือถังตักน้ำแล้ก็เดินมารดผัก"

"
ทำปุ๋ยหมักใช้เอง"

เขาเริ่มทำบ้านดินหลังแรกจากความคิด
ผสมกับที่ได้เห็นภาพการทำบานดินในหนังสือของฝรั่ง
เมื่อสำเร็จหลังแรกก็ทำหลังต่อๆมา
ให้กับชุมชนในหมู่บ้าน
จนกระทั่งมีชื่อเสียง
ได้รับเชิญเป็นวิทยากรแนะนำการสร้างบ้านดิน
เป็น work shop ที่มีสมาชิกเข้าร่วมมากมาย

ในความเห็นของโจน

"การทำบ้านดินไม่ใช่เป้าหมายหลักของการทำ Work Shop ที่เราทำอยู่
เป้าหมายหลักก็คือ หัดทำอะไรพึ่งตนเอง
กลับมาสร้างศักยภาพให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับสัตว์ทั่วๆ ไป
แต่เพราะทุกวันนี้มีศักยภาพของมนุษย์ต่ำกว่าสัตว์ทุกชนิดในโลกนี้ซะอีก
เพราะเราขาดการรักษามรดกในการพึ่งตนเอง คนบางคนก่อไฟไม่เป็น
ทำอาหารไม่เป็นนั่นหมายความว่าศักยภาพในชีวิตมันต่ำลง
ฉะนั้นเราต้องกลับมาพึ่งตนเอง

การทำบ้านดินเป็นส่วนหนึ่งของการพึ่งตนเอง อาหาร บ้าน ผ้า และยาเนี่ย
ก็มาคุยเรื่องนี้แหล่ะ เพราะว่าชีวิตมันไม่มีความหมายหรอก
ถ้าคนเราพึ่งตัวเองไม่ได้ เพราะว่าอิสรภาพมันก็สูญเสียไป
ความภูมิใจในตัวเองก็ไม่มี คุณค่าของชีวิตเราก็มองไม่เห็น
เพราะแค่ไม่ได้ใช้แรงงานทำงานเนี่ย
ชีวิตก็เป็นเรื่องที่เลื่อนลอยไปแล้ว
คนทำงานในเมืองเนี่ยไม่รู้ว่าชีวิตเพื่ออะไร
หาเงินอย่างเดียวเพราะไม่มีเวลาว่าง

การทำงานคือการมีเวลาว่าง
มีเวลาว่างให้กับสมองของเรา ถ้าสมองมีเวลาว่างมันก็จะเห็น
มันก็จะมีความเงียบ
พอความเงียบเกิดขึ้นมันก็จะเห็นความงามได้
ถ้าเห็นความงามได้ ชีวิตก็มีความสุขได้
แต่ชีวิตทุกคนในเมืองไม่มีโอกาสเพราะมันยุ่งกับงานตลอด
แต่เรื่องงานกลุ้มหนักๆ ตลอด
แต่ถ้าทำงานหนักปุ๊บเนี่ย โลกจิตโลกความเครียดต่างๆ มันหายไป
ปัญหาของความเครียดที่มีมากมายในโลกนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งจิตแพทย์เลย
แค่กลับมาทำงานหนักเท่านั้นเอง หายหมด

อันนี้เห็นชัดในหลายๆ กรณี เพราะคนที่มานี่เราก็คุยกัน
หลายคนเขาเครียดมา มาเพราะเครียด เรื่องครอบครัว
เรื่องงานอยากหนีจากสิ่งเหล่านั้น ถึงได้มา
แต่พอมาแล้วมันลืม อาการปวดหัวมันหายไป
เป็นการบำบัดอย่างหนึ่งเพราะเราใช้ร่างกายไม่มีความสมดุล
ทำให้เกิดความผิดปกติ

ฉะนั้นคนชั้นกลางที่มาร่วม Work Shop ถึงได้ถูกอกถูกใจกัน
มักจะมีครั้งที่ 2 แทบทุกคนเลย
เพราะว่าการทำงานเนี่ยมันน่าเบื่อ
แต่ถ้าทำอะไรที่ไม่รู้สึกว่าเป็นงานมันสนุก
อย่างทำบ้านดินไม่มีใครรู้สึกว่ามันเป็นงานเลย เรามาเล่นดินกัน"



โจนกับลูก และภรรยา ชาวอเมริกัน "เพ็กกี้" หญิงที่รักงานด้านเอ็นจีโอ จากโคโลราโด ผู้เป็นลูกสาวคุณหมอ และอาจารย์แห่งครอบครัวคนชั้นกลางที่มีอันจะกิน วันนี้เลือกที่จะมาลงหลักปักฐานกับหนุ่มโจน ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

 

 



 
หน้าที่ 3 จากทั้งหมด 5 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
ความคิดเห็นที่ 23 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

Vietnam oakley sungl * es News ghd Agency coach outlet correspondent vuitton handbags in p90x 981 longchamp Chinese louis vuitton outlet online illegal mulberry to true religion put coach outlet store offshore ray ban oil juicy couture outlet drilling vans platform gucci live coach purses coverage tory burch outlet of jordan shoes the michael kors waters, nike shoes the air max waters air max in air max Vietnam's ray ban outlet sovereignty nfl jerseys rights louboutin enforcement karen millen seized ray ban sungl * es Vietnamese michael kors outlet fishing timberland boat louboutin fleet air max has jimmy choo launched polo ralph a herve leger number air max of ralph lauren measures chi flat iron to oakley sungl * es determine coach factory the toms shoes signs the north face of montre homme offshore hogan oil asics drilling ralph lauren platform louis vuitton 981 true religion outlet moves.

louboutin ray ban jerseys true religion jeans new balance chanel handbags air max hollister rolex lululemon louboutin oakley bottega louis vuitton coach factory outlet oakley sungl * es salvatore ferragamo converse longchamp outlet celine handbags mont blanc ray ban valentino soccer shoes supra burberry nike free reebok marc jacobs oakley longchamp air max mcm handbags lululemon air max birkin bag lancel polo shirts prada handbags air max hogan air max insanity
ผู้แสดงความคิดเห็น  dfj  [ qwerty1112@163.com ]  วันที่ 15-07-2557 18:16:25
 
ความคิดเห็นที่ 22 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
วันดี,
ฉันขอโทษฉันส่งจดหมายนี้ซึ่งต่อมาเป็นที่ไม่พึงประสงค์ E-mail ขยะในโฟลเดอร์ของคุณผมปาร์กเกอร์สมิ ธ ผู้ให้กู้เงินให้กู้ยืม "กรรมการผู้จัดการของโซลูชั่นสินเชื่อ DC, ฉันยินดีที่จะให้ยืมออกเงินให้สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% และภายในวงเงิน 3,000.00 USD ถึง $ 8,000,000.00 เหรียญสหรัฐตามเสนอสินเชื่อที่เรามีเงินให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำและมีการตรวจสอบเครดิตไม่มีเรา

เงินให้สินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อรวมหนี้, เงินทุน, สินเชื่อธุรกิจสินเชื่อการศึกษา, สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อ "ด้วยเหตุผลใด ๆ ! อย่างไรก็ตามวิธีการของเราให้คุณมีโอกาสที่จะระบุจำนวนของเงินให้กู้ยืมที่จำเป็นและระยะเวลาที่คุณสามารถจ่ายได้, ผมผู้ให้กู้ได้รับการรับรองจดทะเบียนและ Legit หากคุณสนใจกรอกแบบฟอร์มใบสมัครด้านล่างและได้รับกลับไป
เราผ่านทางนี้ E-mail address มาก (parkersmithloaninvestment@yahoo.com)

* ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้จำเป็นต้องกรอกข้อมูลและส่งกลับมา *
1) ชื่อเต็ม: .....
2 เพศ): .....
ที่อยู่ติดต่อ 3): ....
ที่อยู่ที่ทำงาน 4): ....
5) โทรศัพท์: ...
ประเทศ 6): ....
7) รายได้รายเดือน: ....
8) จํานวนเงินตามที่ต้องการสินเชื่อ: ....
9 ระยะเวลาเงินกู้): ...

เมื่อใบสมัครที่ได้รับการกรอกข้อมูลที่ท่านจะส่งใบสมัครไปยังที่อยู่อีเมล์ที่ (parkersmithloaninvestment@yahoo.com)

หมายเหตุ: หากคุณไม่ได้สนใจและคุณได้รับข้อความนี้โปรดยอมรับ
คำขอโทษของฉัน

ฉันหวังว่าจะได้ยินจากคุณเร็ว ๆ นี้
ขอแสดงความนับถือชนิด,
ปาร์กเกอร์สมิ ธ
วันดี,
ผู้แสดงความคิดเห็น  Robin mischiff  [ parkersmithloaninvestment@gmail.com ]  วันที่ 18-08-2556 02:10:19
 
ความคิดเห็นที่ 21 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

จริงชีวิตคนเรามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด  แต่เรามักทำให้มันยากทุกครั้ง  เพราะด้วยหน้าที่การงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ  ศาสนาอิสลามสอนให้ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย  แต่ต้องอยู่ในหลักของศาสนา  พี่โจน สมควรเป็นแบบอย่างจริงๆ  บางทีคนเรากว่าจะคิด  จำเป็นเหมือนกันที่ต้องมีแบบอย่างที่ดี  อย่างเช่นพี่   จะมีสักกี่คนที่เป็นแบบนี้  ตอนนี้ตัวเองสนใจเมล็ดพันธ์  อย่างไรขอรบกวนในการขอหน่อยนะค่ะ  จะส่งตามที่อยู่ที่ให้มา
ขอเป็นกำลังใจให้คนดี เพียบพร้อมด้วยคุณภาพ 

ผู้แสดงความคิดเห็น  กวางน้อยสีขาว  [ reem.az01@hotmail.com ]  วันที่ 12-01-2555 18:03:09
 
ความคิดเห็นที่ 20 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ไอเดียเจ๋ง
ติดตามต่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ช  [ chainarong.333@hotmail.com ]  วันที่ 23-12-2554 19:29:34
 
ความคิดเห็นที่ 19 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบครับ อีกไม่นานผมต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบนี้
ลงประกาศฟรี  http://www.promote.in.th
ผู้แสดงความคิดเห็น  wichit  [ wichit2553@gmail.com ]  วันที่ 25-11-2554 21:22:32
 
ความคิดเห็นที่ 18 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ทำชีวิตให้เงียบ ง่ายจะเห็นความงดงามของชีวิต แล้วเมื่อนั้นชีวิตก็จะพบความสุข เป็นอะไรที่ได้ใจมากเลย และหาความคิดเหล่านี้ไม่ได้จากสมงด.ร หรือผู้บริหารอีกหลายๆคน

ผู้แสดงความคิดเห็น  สาว ตจว.  [ chamai9925@hotmail.com ]  วันที่ 21-11-2554 09:46:38
 
ความคิดเห็นที่ 17 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
 ได้รับรุ้การถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณโจน จันไดจา กช่องทีวีไทย (ซึ่งเป็นทีวีช่องเดียวที่ไม่ถูกครอบงำด้วยภาคธุระกิจ ) อยากจะบอกว่าคุณเพ็กกี้เป็นคนที่โชดดีมากๆที่ได้เจอ "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"   หัวใจพอเพียงคนนี้ ซึ่งสาวไทยอีกเป็นร้อเป็นพันยากจะได้เจอ วิธีคิดและการใช้ชีวิต  เย็นสงบสบายเรีบนง่าย แต่เสียดายที่คนอีกมากมายเข้าไม่ถึง ตัวเองเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกพลักดันให้เข้ามาอยูในภาคธุระกิจไม่ใช่ด้วยความเต็มใจ มีเวลา24 ชั่วโมงเหมือนคนอื่นแต่เวลาของตัวเองเหลือน้ยกว่าคนอื่น แต่อาจเป็นเพราะโชคชะตา เหนื่อยใจกับหน่วยงานที่เห็นแต่ผลประโยชน์ ผู้ร่วมงานเห็นแก่ตัว ผักชีโรยหน้า อยากกลับไปมีวิถีชีวิตแบบเดิมๆบ้านๆก็ได้แต่คิดเพราะบ้านแตกสาแหรกขาดไปหมดแล้ว ..คงเป็นเพราะน้องกรรม สรุปคุณโจนและคุณเพ็กกี้เป็นครอบครัวที่หน้าอิจฉาที่สุด
ผู้แสดงความคิดเห็น  สาวต.จ.ว  [ chamai9925@hotmail.com ]  วันที่ 21-11-2554 09:26:19
 
ความคิดเห็นที่ 16 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

พี่เค้า เป็นตัวตนที่แท้จริง มีสมองเป็นของตัวเอง สุดยอด

ผู้แสดงความคิดเห็น  chaimongkol wuttingam  [ chaimongkol77@gmail.com ]  วันที่ 18-11-2554 19:25:57
 
ความคิดเห็นที่ 15 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

เป็นสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่ง ได้ฝันเอาไว้จะได้ทำรึเปล่าก็ไม่รู้

ผู้แสดงความคิดเห็น  chaimongkol wuttingam  [ chaimongkol77@gmai.com ]  วันที่ 18-11-2554 19:15:52
 
ความคิดเห็นที่ 14 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบใจมากกับแนวคิดคุณโจนกับครอบครัว น่าเอาเป็นแบบอย่าง เรียบง่าย สมถะ นี่คือของแท้ อยากไปเที่ยวหา ศึกษาการทำอาหาร การใช้ชีวิต จุดหักเหของชีวิต การทำบ้านดิน
ผู้แสดงความคิดเห็น  มะลิวัลย์ ตัญตรัยรัตน์  [ m_tuntrairut@hotmail.com ]  วันที่ 05-08-2554 12:59:59
 
ความคิดเห็นที่ 13 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ผมทำงานที่กทม มาเกือบ แปดปีแล้วแต่ผมก็โหยหาชีวิตที่อิสระผมพอมีเงินเก็บทำงานทุกวันไม่มีเวลาให้แฟนและลูกก็อยู่ที่บ้านนอกผมโคตรเบื่อเลยไม่รู้ต้องทำยังไงลูกก็รอผมกลับบ้านทุกวันไอ้คนที่มันจ้างเราให้เงินเราก็อยากใช้งานเราให้เงินเรามากให้ตำแหน่งเราสูงยิ่งถลำลึกไม่มีเวลาเป็นอย่างนี้ตลอดแปดปีและมันจะเป็นไปถึงเมื่อไหร่
    ชีวิตคนเราเกิดมาตั้งอยู่และดับไป ทำไมมันถึงได้วุ่นวายไม่จบ ถ้าผมจะกลับบ้านก็กลัวลูกไม่พอกิน กลัวไม่มีรถขับ กลัวลูกไม่ได้เรียนสูงๆ ทั้งๆ ที่ใจผมตื่นมาตอนเช้าทุกวันก็ต้องออกไปแข่งแย่งกับคนอื่นเป็นแบบนี้ทุกวันผมหาคำตอบให้ชีวิตไม่ได้อย่างใหนมันพอเหมาะสมผมปลงยังไม่ได้วงจรชีวิตของคนต่างจังหวัดคือ

  เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ ต่อมาก็มีครอบครัว ส่งลูกให้คนแก่ที่บ้านเลี้ยง พอเด็กโตเรียนจบ ก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ พอมีครอบรัวส่งลูกให้คนที่บ้านเลี้ยง

มันเป็นวงจรที่ไม่รู้จะอธิบายยังไงผมเบื่อกับวงจรนี้สุดๆไม่ว่ารุ่นใหนร่นพี่ ป้า น้า อา คนที่ต่างจังหวัดเกื่อบ 90 เปอร์เซนต์ เป็นแบบนี้ผมเคยถามผู้มีประสบการณ์ผู้ใหญ่บางคน เค้าตอบว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา  หรือว่าคนอื่นที่เห็นว่าการที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวเป็นเรื่องธรรมดา หรือว่าผมคนเดียวที่คิดไม่ธรรมดา

ทุกวันนี้ผมยังให้คำตอบตัวเองยังไม่ได้ว่าจะเดินหน้าทำงานต่อไปบางคนบอกว่ามีแรงอยู่ก็สู้ต่อไป เป้าหมายมีไว้พุ่งชน มันก็ดี แต่มาฟัง อ้าย โจน จันได พูด มันเข้าถึงจุด หัวใจของผมผมถึงกลับน้ำตาไหลเพราะเวทนาตัวเองเข้ามาติดกับดักอย่างที่หาทางออกอยากมากทำงาน มีเงินแต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวไม่ได้เห็นหน้าลูก ขอลากลับบ้านแต่ละครั้ง ขอใช้สิทธิลาพักร้อนตามสิทธิตัวเองแทบต้องกลาบเท้าเค้าขอวิงวอนก่วาจะได้กลับบ้านหาลูกที่ต้องได้ทะเลาะกันกับเจ้านายเค้ากะไม่ไห้เรากลับไปเห็นหน้าครอบครัวเลยเค้าจะคิดแต่เรื่องธุรกิจของเค้าอย่างเดียวไม่สนเรื่องครอบครัวเลย

ก็เลยเกิดปัญหาขึ้นในสังคมไม่หยุดหย่อนเพราะสังคมไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถาบันที่เล็กที่สุด และสำคัญที่สุด ผมและคนต่างจังหัวัดอีกหลายๆ ไม่รู้ชีวิตจะติดในวังวนแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ฝากพี่โจน จันได ช่วยแนะนำด้วยครับ เพราะพี่มีปากมีเสียงช่วยให้คนอีสานกลับถิ่นบ้านเกิดของเราเพราะตอนนี้บ้านเรามีแต่คนแก่และก็เด็ก

ผู้แสดงความคิดเห็น  สายันต์ ตาริโก  [ tong73310@hotmail.com ]  วันที่ 01-05-2554 16:46:03
 
ความคิดเห็นที่ 12 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ชอบและชื่นชมพี่แกมากความคิดความอ่านเหมือนพี่โจจบดอกเตอร์แต่แกบอกว่าถ้าจบสูงไปไม่ได้ทำงานมันน่าอายกว่าคนที่จบน้อยแล้วทำอะไรได้มากกว่า..เป็นข้อคิดที่น่าคิดอีกประเด็นหนึ่ง..ทำให้อยากใช้ชีวิตง่าย ๆแบบนี้บ้าง..
ผู้แสดงความคิดเห็น  pu  [ pu-kr16@hotmail.com ]  วันที่ 23-04-2554 09:32:11
 
ความคิดเห็นที่ 11 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

มีความคิดและวิถีชีวิตที่งดงามมากเลยค่ะ...ครั้งหนึ่งฉันเคยมีวิถีและีชีวิตแบบคุณโจนในปัจจุบันนี้ แต่พ่อแม่ก็พยายามผลักดันให้เดินทางข้ามชนชั้นของความยากจนมาให้ได้ ด้วยความรู้สึกเสียเปรียบและต่ำต้อยทางสังคม ทำให้เราต้องหลบหลีกจากวิถีแบบพอเพียงมาสู่สังคมอุตสาหกรรม  แต่เมื่ออายุมากขึ้น มีพอแล้วเกือบทุกสิ่ง ชีวิตจะถวิลหาความสุขแบบเรียบง่าย การได้อยู่ร่วมกันกับครอบครัวทุกครั้งที่ต้องการแบบครอบครัวคุณโจน เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างแท้จริง...ฉันคิดถึงบ้านและกำลังวางแผนกลับบ้านเช่นกันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ดวงจันทร์ วงษ์สุวรรณ  [ daungjantp@gmail.com ]  วันที่ 20-04-2554 02:10:32
 
ความคิดเห็นที่ 10 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

พี่แกเป็นคนที่มีแนวคิด ปรัชญาในการดำรงชีวิตดีมากค่ะ  ไม่เคยรู้จักไม่เคยดูข่าวของแกมาก่อน แต่เมื่อวานได้ดูรายการครอบครัวเดียวกัน แล้วทึ่งมาก ๆ 
ผู้ชายธรรมดาคนนึง แต่มีความคิดแปลก ๆ แตกต่าง แต่เป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่มองข้าม แต่พี่แกก็คิดได้  อยากใช้ชีวิตพอเพียง แบบพี่เค้าจริง ๆ เลย
ตอนนี้ก็ได้เริ่มต้นแล้วค่ะ  เริ่มจากการปลูกพืชผัก การทำปุ๋ยหมักใช้เอง  เราทั้งหลายก็ควรหันหน้ากลับคืนสู่ธรรมชาติกันได้แล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  คนเดินดิน  [ gan_land@hotmail.com ]  วันที่ 10-04-2554 15:35:15
 
ความคิดเห็นที่ 9 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ขณะนี้เกษียณอายุราชการแล้ว พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง อยากใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบสุข
อย่างคุณโจนบ้างจัง

ผู้แสดงความคิดเห็น  มนตรี เปลินศิริ  [ montri.dang@live.com ]  วันที่ 29-12-2553 17:44:02
 
ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ดูจากช่องทีวีไทยเหมือนกันค่ะ น่ายกย่องมากค่ะ ได้ข้อคิดดี ๆเยอะมาก ที่ไม่เคยมีใครสอน 

ผู้แสดงความคิดเห็น  ดอกสะเลเต  [ rujji111@hotmail.com ]  วันที่ 22-11-2553 23:45:46
 
ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

เช้าวันนี้ผมดูทีวีช่องทีวีไทยมาชอบมากๆๆ เลยเขาพูดถึงเรื่องเมล็ดพันธุ์ พูดได้น่าคิดมากเลยในเรื่องของการผูกขาดทางการตลาดของเมล็ดพันธุ์ เรื่องพืชจีเอ็มโอ

ผู้แสดงความคิดเห็น  kunrayclub  [ teerasak.1218@live.com ]  วันที่ 19-11-2553 20:58:40
 
ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
ข่าวไทยรัฐเกี่ยวกับคนอีสาน

http://www.thairath.co.th/column/ent/tv/51357
ผู้แสดงความคิดเห็น  แมลงสาบแห่งที่ราบสูง  [ intermezzo_8@hotmail.com ]  วันที่ 08-12-2552 20:31:29
 
ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

ผมชอบชีวิติแบบที่พี่โจนใช้นะครับ
แต่ผมยังไม่มีเวลาใด้ลงมาใช้ชีวิติแบบนี้ซักที
ผมเชื่อว่าความุขมันหากันใด้ง่ายๆ
เคยลองหามาหลายวิธีแล้วครับ
แต่ยังไม่เคยมีเวลาใด้ลองใช้ชีวิติแบบพี่ซักที
ผมหวังว่าคงจะใด้มีโอกาศไปศึกษาเอาจากพี่บ้างครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น  hmee64  [ look.mee@hotmail.com ]  วันที่ 29-10-2552 16:43:42
 
ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้

อยากไปเที่ยวที่นั้นจัง เพราะเชื่อว่าอยู่ใกล้คนที่มีแนวคิวแบบนี้คงจิตใจสงบดีค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น  ลัดดาวรรณ แสนเสน  [ absolute.s@windowslive.com ]  วันที่ 20-10-2552 21:53:22
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านยังมีทีมช่างและกรรมกร เป็นลูกน้องประจำบริษัท อยู่หรือไม่ ?
 
 
ตัดเหมาย่อยไปหมดแล้ว
ยังมีทีมทำเองทั้งหมดอยู่
ทำเองบางส่วน ตัดเหมาบางส่วน
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com