คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
สู่แดนสรวง 'ในหลวง' ส่งเสด็จฯ พระโสทรเชษฐภคินี
หน้าที่ 3 จากทั้งหมด 25 หน้า 
สกู๊ปข่าว / การก่อสร้างพระเมรุ สมเด็จพระพี่นางฯ
 

สู่แดนสรวง 'ในหลวง' ส่งเสด็จฯ พระโสทรเชษฐภคินี

4เหล่าพสกนิกรทั่วหล้าแห่แหนร่วมพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และตระการตาสมพระเกียรติ ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย โดยพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่และไม่มีปรากฏที่ไหนในโลก นอกจากจะจัดขึ้นที่มณฑลพิธีพระเมรุ ท้องสนามหลวง แล้ว ในทุกจังหวัดทั่วประเทศก็ยังมีการจัดงานอย่างพร้อมเพรียง ทั้งยังถ่ายทอดสดภาพของงานพระราชพิธีฯ ผ่านดาวเทียมไปสู่สายตาชาวโลกกว่า 171 ประเทศ แพร่ภาพแห่งความภักดีของชาวไทยที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพและเทิดทูนไว้สูงสุด

แห่จองที่แน่นตั้งแต่ก่อนสว่าง

ทั้งนี้ บรรยากาศรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงก่อนพระราชพิธีฯ อันยิ่งใหญ่จะเริ่มขึ้น ได้มีการปิดการจราจรโดยรอบในถนนทุกสายที่มุ่งหน้าสู่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่ เมื่อล่วงเข้าสู่วันใหม่ในวันที่ 15 พ.ย. อันเป็นสัญญาณการเริ่มต้นงานพระราชพิธีฯ จากนั้นก็มีประชาชนที่แต่งชุดดำ ทยอยหลั่งไหลเข้ามาเพื่อจับจองพื้นที่ตามจุดต่างๆ ที่สำนักพระราชวังจัดไว้ให้รอรับเสด็จ และร่วมชมริ้วขบวนพระอิสริยยศฯ กระทั่งเวลา 05.00 น. แทบจะทุกตารางนิ้วในบริเวณที่จัดไว้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ตั้งแต่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือตรงข้ามราชวัติพระเมรุ บริเวณหน้าศาลฎีกา ไปจดกรมการรักษาดินแดน และริมถนนมหาราช ตั้งแต่แยกท่าเตียนจนถึงท่าราชวรดิฐ บริเวณหน้าประตูเทวาภิรมย์ ขณะเดียวกัน ประชาชนทุกเพศทุกวัยยังอุ้มลูกจูงหลานเดินเท้าข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า เข้ามาร่วมในพระราชพิธีอย่างไม่ขาดสาย อย่างไรก็ตาม มีการตั้งเต็นท์บริการอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชน ทั้งมีการติดตั้งจอแอลซีดีขนาดยักษ์บริเวณสะพานผ่านพิภพลีลา ไปจนถึงสี่แยกคอกวัว จำนวน 6 จุด เพื่อให้เหล่าประชาชน ที่ไม่สามารถเข้ามาในเขตพื้นที่มณฑลพิธี สามารถได้ร่วม รับชมบรรยากาศของพระราชพิธีนี้อย่างใกล้ชิดด้วย

มาไกลขอให้ได้เห็นด้วยตา

แต่ไม่ทันจะฟ้าสาง ปรากฏว่าบริเวณโดยรอบพื้นที่ สนามหลวง ก็มีประชาชนนับหมื่นชีวิตเข้ามาจับจองที่นั่งจนแน่นขนัดพื้นที่ริมฟุตปาท รวมถึงกลุ่มลูกเสือชาวบ้าน จ.กระบี่ จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จังหวัดละ 100 คน ได้เหมารถบัสมาเพื่อร่วมชมพิธี ซึ่งกลุ่มลูกเสือชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุระหว่าง 50-80 ปีที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ทางจังหวัดจัดพื้นที่ให้ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็อยากจะมาเห็นพิธีที่สำคัญและยิ่งใหญ่กับตา เช่นเดียวกับคุณย่าช้วน ทองมีศรี อายุ 94 ปี ที่นั่งอยู่บนรถเข็น ให้บุตร หลานพามาจากบ้านลาดพร้าว 101 มาร่วมชมพระราชพิธี ตั้งแต่ตี 5 และจะอยู่จนพระราชพิธีเสร็จสิ้นในช่วงค่ำคืน ส่วนที่บริเวณท่าข้ามเรือวังหลัง-ศิริราช มายังท่าช้างและท่าพระจันทร์ ก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่ต่อแถวรอเรือที่เปิดให้บริการฟรีตั้งแต่เวลา 05.00 น. ขณะเดียวกัน ก็มีพ่อค้าแม่ค้านำธงชาติ พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ มาเดินเร่จำหน่ายรูปละ 10 บาท ปฏิทิน 20 บาท เหรียญที่ระลึก 100 บาท หนังสือพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ วัฒนาฯ รวมถึงผ้ารองนั่ง ที่จำหน่ายผืนละ 20 บาท ซึ่งมีผู้สนใจอุดหนุนกันอย่างคับคั่ง

ถือฤกษ์ 03.55 น. บวงสรวงราชรถ

เวลา 03.45 น. ที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พลฉุดชักราชรถจากกรมสรรพาวุธทหารบก กองทัพบก จำนวน 340 นาย แต่งกายชุดทหาร ปัศตูแดงขลิบเหลือง รวมพลหน้าโรงราชรถ จากนั้น เวลา 03.55 น. พลฉุดได้ประกอบพิธีบวงสรวงขอขมา และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิพิธภัณฑ์ ครูช่าง ให้ปฏิบัติภารกิจลุล่วงด้วยดี รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพลฉุดชักทั้งหมด โดยมีพลโทคำนวณ เธียรประมุข เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นประธาน ต่อมาเวลา 04.05 น. เริ่มเคลื่อนพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย สะพานเกรินบันไดนาค พระยานมาศสามลำคาน เสลี่ยงกลีบบัว พระที่นั่งราเชนทรยาน ออกจากโรงราชรถ โดยได้เคลื่อนไปบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เพื่อรอตั้งริ้วขบวนพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

พระบรมฯ-พระเทพฯเสด็จฯแทนพระองค์

กระทั่งเวลา 07.06 น. วันที่ 15 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ครั้นเสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และเครื่องทองน้อยสักการะ หน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประดิษฐานพระโกศแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่หน้าพระแท่นราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก

ยิงปืนใหญ่สลุต 62 นัด

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพนักงานเปลื้องพระลองทองใหญ่ประกอบพระโกศออก เมื่อถวายตาดคลุมแล้ว ตำรวจหลวงเชิญพระโกศลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล นายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เชิญพระโกศลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางพระทวารมุขตะวันตกลง ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย จากนั้น เชิญพระโกศประดิษฐานเหนือพระเสลี่ยงแว่นฟ้า ไปยังเกยเพื่อประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน หน้าประตูกำแพงแก้วด้านตะวันตก ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขณะที่เชิญพระโกศออกจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ ถวายพระเกียรติ จำนวน 62 นัด นาทีละ 1 นัด ครั้นเมื่อพระโกศไปเทียบยังพระมหาพิชัยราชรถหน้าวัดพระ เชตุพนวิมลมังคลารามจึงหยุดยิง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางบันไดพระทวารมุขเหนือ ไปประทับที่ชานชาลาหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเชิญพระโกศขึ้นประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน นายวัชรกิตติ วัชโรทัย กรมวังผู้ใหญ่ นายจุมพล โตเมศร์ เจ้าหน้าที่ราชูปโภค ทำหน้าที่เจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นถวายบังคมประคองหน้าหลัง ข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่ ทหารนายพลราชองครักษ์เป็นคู่เคียง ขณะที่เปลื้องพระลองทองใหญ่ประกอบพระโกศ ณ ที่ประดิษฐานพระแท่นสุวรรณเบญจดล ภายใต้สัปตปฎลเศวตฉัตรนั้น ชาวพนักงานในริ้วขบวนจะได้ประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ตลอดเวลา เมื่อพร้อมแล้วเชิญพระโกศทองใหญ่ โดยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวังมีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงราชวงศ์ใหญ่ฝ่ายในนำ ขณะนั้นทหารกองเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย

5เชิญพระโกศออกพระบรมมหาราชวัง

เวลา 08.20 น. พระยานมาศสามลำคานเชิญพระโกศออกจากพระบรมมหาราชวัง ผ่านประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ เข้าริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ตั้งรออยู่ที่ถนนมหาราช เจ้าหน้าที่ยกสัปตปฎลเศวตฉัตรคันดาลถวายกางกั้นพระโกศ คู่เคียงข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่ ทหารนายพลราชองครักษ์ อินทร์ พรหม พระกลด บังสูรย์ พระประยูรญาติ เชิญเครื่องพระอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์เข้าประจำที่ในริ้ว พร้อมแล้วจึงยาตราขบวนพระอิสริยยศ 4 สาย มีเจ้าพนักงานนำริ้วธง 3 ชายคู่ แห่นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ ตำรวจหลวงถือหอก มหาดเล็กหลวง คู่แห่ พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฏฯนั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำ ข้าราชการพลเรือนชั้นผู้ใหญ่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นคู่เคียง อินทร์ พรหมนาลิวัน (พราหมณ์) ที่นำโดยพระราชครูวามเทพมุนี

ตั้งริ้วขบวนฯที่ 1 สมพระเกียรติ

เวลา 08.30 น. ขบวนพระอิสริยยศ ประกอบด้วย พระอภิรุมชุมสาย พระแสงหว่างเครื่อง แตรงอน แตรฝรั่ง สังข์ ปี่ กลองชนะ ประโคมแห่ เชิญพระโกศ ไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินตามพระโกศไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพน พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมถึงข้าหลวง มหาดเล็ก และข้าราชบริพารในพระองค์ อาทิ คุณหญิงดรุณี พูลทรัพย์ เลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นอกจากนี้ ยังประกอบด้วย พระประยูรญาติและราชสกุล 17 สาย อาทิ ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล พล.ต.ม.จ. เฉลิมศึก ยุคล ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ฯลฯ ทำหน้าที่อัญเชิญเครื่องพระราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ นอกจากนี้ยังมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง ร่วมในริ้วขบวนด้วย

ริ้วขบวนฯที่ 2 ยิ่งใหญ่งดงาม

เวลา 09.00 น. พระยานมาศสามลำคาน ถึงยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จประทับ ณ พลับพลายก จากนั้นขบวนหน้าริ้วขบวนที่ 1 เดินหลีกพระมหาพิชัยราชรถ ไปหยุดตั้งแถวตามลำดับต่อท้ายขบวนกองทหาร พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฏฯลงจากเสลี่ยงกลีบบัวเปลี่ยนไปขึ้นในบุษบกราชรถพระนำ พระยานมาศสามลำคานเทียบที่เกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลาเลื่อนพระโกศทองใหญ่ จากพระยานมาศสามลำคาน เข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค เจ้าหน้าที่เชิญสัปตปฎลเศวตฉัตร คันดาลถวายกางกั้นพระโกศทองใหญ่

จากนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงทอดผ้าไตรที่พระโกศทองใหญ่ท้ายเกรินบันไดนาค เที่ยวละ 5 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์จนครบ 20 รูปแล้ว เสด็จฯ ไปประทับพลับพลายก เจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งท้ายเกรินบันไดนาค ถวายบังคมประคองพระโกศ แล้วเลื่อนเกรินเชิญพระโกศขึ้นบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ขณะนั้นขบวนพระอิสริยยศ ประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ กองทหารถวายความเคารพ แตรวงโยธวาทิตบรรเลงเพลงมหาชัย

กระทั่งเวลา 09.35 น. ยาตราขบวนพระอิสริยยศ เชิญพระโกศโดยพระมหาพิชัยราชรถ มุ่งหน้าสู่พระเมรุ ท้องสนามหลวง ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ นาทีละ 1 นัด ขบวนพระอิสริยยศ มีสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะ ประโคมตลอดเวลา เมื่อประตูหลังขบวนพระอิสริยยศ ท้ายพระมหาพิชัยราชรถ เดินผ่านพลับพลายกที่ประทับ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี ทรงพระดำเนินร่วมในริ้วขบวนด้วย

ขรก.-นิสิต นศ.ร่วมขบวนนับพัน

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณพลับพลายก ด้านหน้าพระที่นั่งสุทไธยสวรรค์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริภาจุฑาภรณ์ ประทับยืนทอดพระเนตรริ้วขบวนพระอิสริยยศ ที่มีท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ร่วมชมริ้วขบวนพระอิสริยยศ ด้วย โดยขบวนพระอิสริยยศยาตราไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงพญาโศก และเดินด้วยจังหวะสืบเท้าแบบเปลี่ยนสูง ซึ่งช่วงนี้เองที่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เฝ้ารอชมอยู่ทั้งสองข้างทาง ต่างตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามอลังการของพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 นี้ นอกจากจะสวยงามที่สุดแล้ว ยังประกอบด้วยขบวนข้าราชบริพาร มูลนิธิ และองค์กรในพระอุปถัมภ์ ข้าราชการในพระองค์ นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาธรรมศาสตร์ นิสิตเกษตรศาสตร์ นักเรียนโรงเรียนราชินี โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนราชวินิตมัธยม โรงเรียน ภปร.ราชวิทยาลัย โรงเรียนจิตรลดา ฯลฯ รวมแล้วมีผู้ร่วมริ้วขบวนนับพันคน แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันเดินตามจังหวะได้อย่างพร้อมเพรียง

ผู้เฒ่าสุดกลั้นน้ำตายามเห็นพระโกศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อริ้วขบวนอัญเชิญพระโกศ ยาตรามาถึงบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เหล่าพสกนิกรที่นั่งเบียดเสียดเต็มพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนน ท่ามกลางแสงแดดที่เจิดจ้า แต่ไม่มีใครย่อท้อ พยายามลุกขึ้นยืนเพื่อถ่ายรูปไว้เป็นบุญตา แต่ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าห้ามปราม ขณะที่บางรายก็ยกสองมือพนมเหนือหัวพร้อมด้วยรูปสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นการสักการะครั้งสุดท้าย ขณะที่ผู้สูงวัยบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความอาลัยออกมา ขณะเดียวกัน ได้มีชาวต่างชาติจำนวนมากที่มานั่งรอชมริ้วขบวนอยู่ในหมู่ประชาชนคนไทยอีกด้วย

เคลื่อนพระโกศเวียนรอบพระเมรุ

จากนั้นเมื่อริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 เลี้ยวเข้าถนนตัดกลางท้องสนามหลวง เทียบราชรถพระนำที่มุมราชวัติ ต่อถนนพระจันทร์ ส่งพระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด บวรนิเวศวิหาร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฏฯลงราชรถพระนำ และพระมหาพิชัยราชรถเข้าเทียบสะพานเกรินบันไดนาคหน้าพลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุ ทหารกองเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับพลับพลายกทอดพระเนตรการเชิญพระโกศ ลงจากพระมหาพิชัยราชรถสู่พระยานมาศสามลำคานภายใต้สัปตปฎลเศวตฉัตร เพื่อตั้งขบวนพระอิสริยยศที่ 3 ในราชวัติ พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และรักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฏฯนั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรม

กระทั่งเวลา 11.13 น. ริ้วขบวนพระอิสริยยศ อัญเชิญพระโกศทองใหญ่ โดยพระยานมาศสามลำคานเริ่มต้นยาตราเวียนพระเมรุ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินเวียนพระเมรุ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ รวมถึงข้าราชบริพาร ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ร่วมในขบวน ซึ่งเมื่อริ้วขบวนฯเวียนซ้ายรอบพระเมรุครบ 3 รอบแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ขึ้นประทับ ณ มุขพระที่นั่งทรงธรรม

ลำดับต่อมา เป็นการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นสู่พระจิตกาธาน โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สักการะพระศพแล้วเสด็จลงจากพระเมรุไปยังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จกลับด้วยรถยนต์พระที่นั่ง โดยมีทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมประจำทั้งกลางวันกลางคืน จนกว่าจะเชิญพระอัฐิขึ้นประดิษฐานที่บุษบกในพระที่นั่งทรงธรรม ชาวพนักงานประโคม สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประจำยามตามราชประเพณี

6สุดตื้นตันร่วมส่งนางฟ้าสู่สวรรค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ริ้วขบวนอิสริยยศ เคลื่อนผ่านไปในแต่ละช่วงนั้น เหล่าพสกนิกรที่รอชมบ้างก็ก้มลงกราบ บางรายก็พนมมือยกไหว้ท่วมศีรษะเป็นการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย จากการสอบถามผู้มารอชม ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจังหวัดไกลๆ อาทิ จ.ตาก ภูเก็ต ยะลา สงขลา กาฬสินธุ์ ฯลฯ และเป็นผู้สูงอายุเป็นส่วนมาก ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ได้มาเห็นริ้วขบวนด้วยตาตนเองและมีส่วนร่วมในงานพระราชพิธีฯครั้งสำคัญคราวนี้ โดยนางอาลัย ประทีป ณ ถลาง อายุ 80 ปี ชาว จ.ภูเก็ต สมาชิกลูกเสือชาวบ้าน จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เดินทางมากับเพื่อนๆ มาปักหลักจับจองพื้นที่สนามหลวงตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 14 พ.ย. พยายามนั่งใกล้พระเมรุให้มากที่สุด เพื่อเห็นขบวนพระศพเป็นครั้งสุดท้าย รู้สึกเสียใจต่อการจากไปของพระองค์ท่าน ที่เปรียบเสมือนนางฟ้าของเหล่าลูกเสือชาวบ้าน เช่นเดียวกับคุณยายฉลวย ชัยนาพงษ์ อายุ 75 ปี ชาวจังหวัดยะลา ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกตื้นตันใจที่ได้มาเห็นงานพระราชพิธีดังกล่าว และขอร่วมไว้อาลัยให้กับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ขอให้ท่านเสด็จสู่สรวงสวรรค์

คุณยายใจเด็ดฉายเดี่ยวมาแต่เช้า

ขณะที่คุณยายช่วย แพรเจริญ อายุ 88 ปี มาจาก อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กล่าวว่า เคยได้ร่วมส่งเสด็จสมเด็จย่ามาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ออกจากบ้านแต่เช้ามาคนเดียว นั่งเรือไปลงที่ท่าน้ำเมืองนนทบุรี ต่อรถประจำทางมาลงเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนฯและต่อเรือข้ามมายังพิธีท้องสนามหลวง รู้สึกอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แม้สังขารจะไม่ไหว แต่จิตใจยังนึกถึงพระองค์ท่านเสมอที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อปวงชนก่อนท่านจะเสด็จสวรรคต   จึงต้องเดินทางมาร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยให้ได้

หนุ่มเมืองน้ำดำปั่นสองล้อมางาน

ด้านนายบุญคม ชารีรักษ์ อายุ 48 ปี ชาวบ้านตำบลยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่ปั่นจักรยานคู่ชีพจากหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์มายังกรุงเทพฯ เพื่อร่วมพิธีและถวายดอกไม้จันทน์ กล่าวว่า ตนปั่นจักรยานมาจาก จ.กาฬสินธุ์ มาตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. ใช้เวลาสองวันสองคืน เพื่อมาถวายดอกไม้จันทน์ และถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เป็นการแสดงความจงรักภักดีและร่วมไว้อาลัยแด่พระองค์ท่าน

ต่างชาติทึ่งคนไทยภักดีสถาบันฯ

ส่วนนายแดกซ์ วอร์เธอร์ ชาวอเมริกัน วัย 31 ปี ที่เดินทางมาจากรัฐอลาสกา เพื่อเข้าร่วมพิธีพระศพฯ เปิดเผยว่า รู้สึกประหลาดใจที่เห็นคนไทยจำนวนนับหมื่นนับแสนคนแต่งชุดดำทยอยมาส่งเสด็จฯ เห็นความจงรักภักดีของคนไทยแล้ว เชื่อว่าไม่มีคนชาติไหนที่รักสามัคคีแบบคนไทย นอกจากนี้ ตนยังมาต่อแถวขอรับหนังสือที่ระลึก เพื่อนำไปให้เพื่อนแปลไว้ศึกษา น่าจะเป็นคุณค่าทางวัฒนธรรมและประเพณีไทย ซึ่งรอนานกว่า 2 ชั่วโมง เช่นเดียวกับ น.ส.แคทเธอรีน บาเคลย์ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์อินเตอร์ เปิดเผยว่า มาเรียนอยู่เมืองไทย 1 ปี ทราบเรื่องราวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ว่าเป็นที่รักของคนไทย ที่สำคัญเป็นพี่สาวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้จึงมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และเมื่อได้เห็นความจงรักภักดีของคนไทยแล้ว ซาบซึ้งใจมาก ยิ่งได้เห็นขบวนอัญเชิญพระศพอย่างยิ่งใหญ่ แสดงถึงประเพณีโบราณอันหาดูได้ยาก เชื่อว่าไม่มีให้ดูที่ไหนในโลก สิ่งที่น่าทึ่งคือคนไทยรักสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มากเหลือเกิน

บ่นอุบหนังสือที่ระลึกฯไม่พอแจก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากริ้วขบวนอิสริยยศฯ เสร็จสิ้นแล้วในเวลาเที่ยงเศษ ประชาชนที่มาร่วมชมงานทยอยออกเดินชมพื้นที่โดยรอบ และบางส่วนมารอรับหนังสือ กัลยาณิวัฒนาคารวาลัย ราชประเพณี ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ์สี่สี ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มีต่องานด้านต่างๆ  รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประเพณี ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ตั้งแต่ต้นจนจบ

สำหรับแจกจ่ายประชาชนจำนวน 1 แสนเล่ม และนำไปแจกตามจุดต่างๆ เช่น ที่บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจำนวน 3 หมื่นเล่ม แต่ก็ไม่เพียงพอกับคนที่มารอรับเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนที่ไม่ได้รับแจกหนังสือต่างบ่นเสียดายด้วยความผิดหวัง

รอถวายดอกไม้จันทน์จนลมจับ

ขณะที่ตามซุ้มที่ กทม.จัดให้เป็นจุดถวายดอกไม้จันทน์ โดยทางด้านทิศเหนือของสนามหลวง 4 ซุ้ม แต่เดิมกำหนดให้ถวายดอกไม้จันทน์ในเวลา 12.30 น. แต่กลับมีประชาชนมาเข้าแถว เพื่อร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ก่อนเวลา จนแถวยาวเหยียดและมีการเบียดเสียดกันบ้าง ซึ่งการถวายดอกไม้จันทน์ ทาง กทม.จัดวางพานใส่ดอก ไม้จันทน์ให้ประชาชนหยิบ แล้วเดินไปยังจุด ซึ่งมีพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พร้อมพาน จากการที่ต้องยืนรอนาน ทำให้บริเวณ 4 ซุ้ม ประชาชนถึงกับเป็นลมนับ 100 คน ซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยพยาบาลสังกัด กทม.จาก รพ.วชิรพยาบาล และโรงพยาบาลกลาง ได้รับแจ้งว่าประชาชนที่เป็นลมส่วนใหญ่ เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เช้า ผนวกกับอากาศที่เริ่มร้อนขึ้น การเบียดเสียดยืนรอนาน จึงทำให้เป็นลม แต่ทางหน่วยได้ปฐมพยาบาลจนอาการเป็นปกติทุกราย

7ฮือฮาจันทร์ทรงกลดเหนือพระเมรุ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายไพบูลย์ ผลมาก รองอธิบดีกรมศิลปากร ว่าภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระบรมมหาราชวัง เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ย.แล้ว จากนั้นทุกพระองค์เสด็จฯไปมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทอดพระเนตรพระเมรุ และอาคารประกอบอื่นๆ อย่างละเอียด โดยในช่วงเวลาประมาณ 22.40 น. ได้มีเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อเกิดปรากฏการณ์พระจันทร์ทรงกลดบนท้องฟ้า สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธี โดยเฉพาะที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พระจันทร์ทรงกลดเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งเหนือยอดสัปตปฎลเศวตฉัตรพระเมรุนานถึง 15 นาที

เคยเกิดอัศจรรย์ครั้งงานสมเด็จย่า

รองอธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบันทึกภาพพระจันทร์ทรงกลดที่น่าอัศจรรย์ไว้ ในขณะที่ประชาชนต่างพากันบันทึกภาพความอัศจรรย์เก็บไว้เช่นกัน เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ส่วนตนได้ใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือบันทึกไว้ด้วย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องมงคลที่เหล่าปวงชนชาวไทยต่างมาร่วมบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯกันอย่างพร้อมเพรียง และด้วยพระบารมีของพระองค์ จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์นี้ขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาแล้ว

ปชช.ร่วมถวายดอกไม้จันทน์

สำหรับบรรยากาศตามวัด 46 แห่ง ทั่ว กทม.ที่จัดซุ้มรับดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีฯ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ ปรากฏว่าตั้งแต่เที่ยงวันเป็นต้นมา มีประชาชนแต่งชุดดำจากบริเวณใกล้เคียง เดินทางมาร่วมวางดอกไม้จันทน์ กันก่อนเวลาจนล้นหลาม ทำให้การจราจรบริเวณหน้าวัดและถนนโดยรอบติดขัดเป็นระยะ โดยที่วัดธาตุทอง นายวรพจน์ อินทุลักษณ์ ผอ.เขตวัฒนา เป็นประธานพิธีถวายดอกไม้จันทน์ โดยมีข้าราชการและประชาชนเดินทางไปร่วมถวายเป็นจำนวนนับหมื่นคน สำนักงานเขตได้จัดดอกไม้จันทน์ไว้ทั้งสิ้น 20,000 ดอก ตั้งซุ้มแจกดอกไม้ จันทน์ 10 จุด บริเวณรอบวัด ส่วนพระเมรุจัดสร้างจำลองจากพระเมรุมาศที่สนามหลวง ออกแบบโดยนายปริญญา สุขชิต ใช้แผ่นซีดีจำนวน 19,000 แผ่นประดับรอบพระเมรุ เมื่อแผ่นซีดีถูกแสงไฟสาดส่องก็จะเปล่งแสงเป็นสีรุ้งงดงาม ตามแนวคิดแสงหนึ่งคือรุ้งงามของพระพี่นางฯและยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือใช้ซุ้มดอกไม้ ผักมาประดับรอบทางขึ้น เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ไปร่วมงานถวายดอกไม้จันทน์ครั้งนี้อย่างมาก

ดอกไม้จันทน์เกลี้ยงในพริบตา

ส่วนที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน นางวะรียา พุทธชินวงศ์ ผอ.เขตบางเขน เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน นักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ร่วมถวายดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมากจนแน่น ขนัด ทางวัดต้องเปิดศาลาตั้งศพทุกศาลาเป็นที่นั่งของผู้ไปร่วมงาน ขณะเดียวกันจัดโรงทานบริการอาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้ไว้ 2 แห่ง โดยเตรียมดอกไม้จันทน์ ไว้ทั้งสิ้น 70,000 ชุด ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาทำพิธีดอกไม้ จันทน์ ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ได้มีการบรรเลงดนตรีไทย การแสดงโขนสด และการแสดงนาฏศิลป์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครหน้าพระเมรุด้วย

พร้อมใจร่วมอาลัยแน่นขนัดทุกวัด

ที่วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เขตจอมทอง วัดหลวงชั้นใน สร้างสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงนำกฐินหลวงเสด็จทางเรือไปทอดเมื่อปี 2526 เนื่องจากน้ำท่วมวัด นายสุรศักดิ์ สอนเครือ ผอ.เขตจอมทอง เป็นประธาน ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 1,003 รูป เพื่อนำสิ่งของที่ได้ไปมอบให้แก่วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 266 วัด มีประชาชนและข้าราชการไปร่วมถวายดอกไม้จันทน์นับหมื่นคน ส่วนใหญ่ เป็นผู้สูงอายุเบียดเสียดกันถึงกับเป็นลม ส่วนที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน ใจกลางเมืองหลวง ที่ประชาชนทยอยไปถวายดอกไม้จันทน์กันตั้งแต่เช้า โดยทางเขตจัดเตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ทั้งสิ้น 30,000 ดอก แต่ไม่ เพียงพอ ขณะเดียวกันทางวัดจัดให้มีพิธีอ่านสังธยา พระไตรปิฎกสากล อุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯด้วย

ในหลวง-ราชินี พระราชทานเพลิงฯ

กระทั่งเวลาประมาณ 16.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มายังพระที่นั่งทรงธรรม ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ทันทีที่ขบวนเสด็จฯมาถึงนั้น ท้องฟ้าที่สว่างมีแดดจ้า ก็กลับเกิดร่มเงาขึ้นมาทันที และท้องฟ้าก็ค่อยๆสลัวลงมืดเร็วกว่าปกติ

ลำดับต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม และโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพทรงธรรมที่พระเมรุ พระพรหมมุนี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาใน บท อปฺปมาธมฺมกถาพระราชาคณะ 50 รูป สวดศราทธพรต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ พระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต

ทรงยืนสงบนิ่งนานหลายนาที

จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จขึ้นพระเมรุ โดยหลังจากทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับยืนสงบนิ่งหน้าพระจิตกาธาน อยู่นานหลายนาที ทรงมีสีพระพักตร์สงบนิ่ง สายพระเนตรทอดตรงไปยังเปลวเพลิงที่ดอกไม้จันทน์บนพระจิตกาธาน เหมือนจะทรงส่งเสด็จพระโสทรเชษฐภคินีสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางเสียงประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปีพาทย์ จากชาวพนักงาน ส่วนด้านนอก ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ เป่าแตรงอน และยิงปืนเล็กยาวเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทหารปืนใหญ่ยิงสลุตถวายพระเกียรติ 21 นัด แล้วเสด็จฯประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ขณะที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงกราบที่หน้าพระจิตกาธาน ทรงถวายดอกไม้จันทน์ โดยมีท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และ ร.อ.จีทัศ ศรสงคราม พระนัดดา ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ด้วย

8พสกนิกรถวายดอกไม้จันทน์ล้นหลาม

ต่อด้วยบุคคลสำคัญตามลำดับคือ สมเด็จพระราชาคณะและบรรพชิต ประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ฯลฯ ตลอดจน ทูตานุทูต รัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร พลเรือน ผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ ขณะเดียวกันโดยรอบพระเมรุ ก็มีประชาชนต่อแถวหนุนเนื่องกันเข้ามาถวายดอกไม้จันทน์อย่างไม่ ขาดสาย กระทั่งเวลาประมาณ 19.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯกลับ และเสด็จฯมายังพระที่นั่งทรงธรรมอีกครั้งในเวลาประมาณ 22.00 น. เพื่อพระราชทานเพลิงพระศพฯ จริง

แสดงมหรสพสมโภชฯ 3 เวที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลา 19.30 น.แล้ว ในช่วงค่ำบริเวณเวทีกลางแจ้ง มณฑลพิธีท้องสนา