ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า จูงวัวไปฆ่า ขี่ม้าไปขาย...เป็นถ้อยความที่แสนดี ท่องจำจนขึ้นใจตั้งแต่เด็ก จนถึงปัจจุบันที่อะไรต่อมิอะไรในร่างกายมันหย่อนยานลงไปทุกที หากแต่จะว่าส่วนที่ยังคงตึงในร่างกายคงพอมีอยู่บ้าง หากแต่คงเป็นสิ่งที่ไม่น่ารื่นรมย์ หรือเป็นที่ถูกใจของใครๆ รอบข้างนัก...เพราะเวลาจะพูดจะคุยอะไรกับแสนดี แทบทุกคน ต้องตะโกนกันจนคอเป็นเอ็น หนักเข้า ก็เอ่ยปากบอกด้วยความรักว่า หูเอ็งชักจะเต่งตึง สวนทางกับอวัยวะอื่นๆ มากขึ้นไปทุกที...
ใช่ครับ...หูเป็นอวัยวะเดียวที่ยังตึง...เต่งสุดขีด ในเวลานี้และอาจจะเป็นเพราะว่าหูมันอยู่ใกล้สมอง เลยทำให้แสนดี จำเรื่องราวความเจ็บปวดทางภาษีที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองในอดีตได้เป็นอย่างดี ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน... ซึ่งคงจะเป็นเหตุผลเดียวที่ยังพอจะทำให้มีใครต่อใครแวะเวียนมาฟัง...เรื่องราว...ความบอบช้ำทางภาษีที่เกิดกับแสนดี...แม้จะระอากับหูที่ตึง...ราวกับ เนื้อสาวของแสนดี ก็ตาม...
หูที่ตึงมันไปดึงสมองให้ขุดค้นเรื่องราวในอดีตให้ผุดขึ้นมาในความทรงจำได้เป็นระยะๆ ซึ่งในครั้งนี้ แสนดีจำได้ว่า...ในอดีตแสนดี...เป็นเจ้าของพื้นที่เช่าในห้างสรรพสินค้าสุดหรู...ซึ่งในเวลานั้น...ยังคิดไม่ตกว่า จะทำมา...ค้าขายอะไรดี...หากแต่ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ เห็นที่จะไม่เข้าท่า แสนดีจึงจัดแจงตกแต่ง และแบ่งพื้นที่เป็น...ล็อคเล็กๆ...นัยว่า เพื่อแบ่งปันให้คนอยากรวยได้มาเช่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ขายสินค้า
ไม่นานหลังจากตกแต่ง ปรากฏว่ามีผู้คนสนใจมาติดต่อขอเช่า...ล้นหลามและจากประสบ การณ์ทางภาษีที่ผ่านมาอย่างโชกโชน...ทำให้แสนดี วางแผนเรื่องภาษีอย่างมีระบบ โดยการเรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
- ค่าเช่าพื้นที่ เดือนละ 100,000 บาท
- ค่าไฟฟ้า, สาธารณูปโภค เดือนละ 30,000 บาท
โดยแสนดีมีพื้นที่ให้เช่ารวมทิ้งสิ้น 4 ห้อง หากเรียกเก็บค่าเช่ารวม 130,000 บาท ถูกประเมินเรื่องภาษีโรงเรือน...เท่ากับค่าเช่าประมาณ...เดือนครึ่ง ก็จะเป็นภาระที่หนักเกินไป...แสนดีจึงแบ่งค่าเช่าพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทำให้ค่าเช่าต่ำลง และทำให้ภาษีโรงเรือนที่ต้องชำระต่ำลง...ส่วนในเรื่องของค่าบริการ เมื่อนำมารวมทั้งปี จะพบว่า...ค่าบริการที่ได้รับ...ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี เท่ากับว่า...ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องควักเนื้อ ไปจ่ายภาษี...เพราะแสนดี เชื่อว่าหากไปเรียกเก็บภาษีจากผู้ให้เช่าอีก...มีหวังเป็น...ห้องร้างในเวลาอันใกล้
แสนดี...เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า การวางแผนภาษีอันแยบยลครั้งนี้ปลอดภัยไร้มลทิน...สุขใจทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่า เพราะแสนดี ท่องจำจนขึ้นใจว่า...
มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้
(1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้
(ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์
มาตรา 81/1 ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการที่อยู่ในบังคับจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้ได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
พระราชกฤษฎีกา ตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดจำนวนมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ให้แตกต่างกันในกิจการแต่ละประเภทไม่ได้ แต่จำนวนมูลค่าของฐานภาษีที่กำหนด จะต้องไม่น้อยกว่า 600,000 บาท ต่อปี
...ไม่พอ...ยังไม่อุ่นใจพอ แสนดี...ค้นหาจนได้ข้อสรุปชัดเจนว่า...หลุดรอดบ่วงภาษีแน่นอนเพราะ...มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 432...บอกไว้ว่า.
“มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี”
รายได้ค่าเช่าพื้นที่...คือ รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ได้รับยกเว้นส่วนรายได้จากการให้บริการ...ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ได้รับยกเว้น...เซียนเรียกพี่แท้ๆ...แสนดี...หลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน...แสนดี...ตะลุยหาผู้เช่า และเก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง...ควบคู่ไปกับการหาทำเลใหม่ เพื่อกอบโกยต่อ...ตามคำที่ว่า...น้ำขึ้น...ให้รีบตัก
แสนดี...ไม่รู้เหมือนกันว่า จะรวยจน...จุก หรือเสียภาษีจน...จุก กับแผนภาษีที่คิดว่าแยบยล หากจริงใจ...หวานใจ ตัวจริง...ไม่มาขัดจังหวะความรวยให้เสียอารมณ์ โดยจริงใจทักท้วง...เสียงดังว่า...รอบคอบ แต่ไม่รอบด้านแบบนี้...อย่ามานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า...เห็นแสนดี ทำหน้าราวกับไม่เชื่อ...จริงใจเลยสรุปให้ฟังว่า...สาระสำคัญของการเช่า คือ...ต้องมีการส่งมอบการครอบครองพื้นที่ แต่ไอ้พื้นที่หรือบู๊ทที่ให้เช่า...แม้จะเรียกว่าเช่า...แต่ก็ไม่มีการส่งมอบพื้นที่ แต่อย่างใด...เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้จะเรียกว่าเช่า...แต่ไม่ใช่เช่า...จริงใจยืนยันอย่างจริงจังด้วย
“การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ต) แห่งประมวลรัษฎากร หมายความว่า การให้บริการซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลง ให้อีกบุคคลหนึ่ง เรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้ หรือได้รับประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะจ่ายค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยผู้ให้เช่าต้องส่งมอบการครอบครองพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้เช่า”
ไม่ใช่ข้อความที่จริงใจคิดเอง แต่เป็นคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 90/2542 ที่สรุปความหมายของการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ไว้อย่างชัดเจน...เห็นอาการเซ ที่เกิดขึ้น ทำให้จริงใจรุกไล่ต่อ โดยส่งสาส์นให้อ่านต่อความว่า
“กรณีบริษัทฯ นำพื้นที่ในชั้นหนึ่งของศูนย์การค้าออกให้เช่า โดยแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆ (Zone) ซึ่งแต่ละส่วนได้มีการจัดแบ่งพื้นที่ย่อย โดยมีผนังกั้นห้องสำเร็จรูป (Partition) กั้นเป็นสัดเป็นส่วน ไม่มีประตูเปิด-ปิด และไม่มีการส่งมอบการครอบครองพื้นที่ให้แก่ผู้เช่าโดยเด็ดขาด... ซึ่งผู้เช่าจะต้องประกอบกิจการตามกำหนดวัน และเวลาเปิด-ปิด ทำการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ยังคงเป็นผู้ควบคุมดูแลอาคาร ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่า เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) บริษัทฯ ต้องนำค่าบริการที่ได้รับไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) และมาตรา 82/3 โดยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามมาตรา 78/1... (กค 0706/866 : 24 มกราคม 2546)”
“กรณีบริษัทฯ...ได้ใช้พื้นที่เพื่อวางขายสินค้า เป็นการชั่วคราวในห้างสรรพสินค้า โดยบริษัทฯ ได้จัดให้มีการให้บริการความร้อน ไฟฟ้า ประปา โดยหักค่าใช้จ่ายพื้นที่ และค่าบริการรวมกัน เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) อยู่ในบังคับ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม...ตามมาตรา 77/2 (1) และมาตรา 82 (1)... (กค 0811/พ.01735 : 23 กุมภาพันธ์ 2542)”
ตาโต...ตาแตก...เป็นถ้อยคำที่อธิบายอาการของแสนดี ได้เป็นอย่างดี อุตส่าห์วางแผนอย่างดี กะจะให้ประทับใจ กลับกลายเป็นประทับตราบาปให้กับตนเองอีกครั้ง ใครจะไปตรัสรู้ได้...เห็นเรียกกันปาวๆ ว่า... เช่า เลยคิดว่าได้ยกเว้น ใครจะไปคิดว่า...ต้องมีการส่งมอบสถานที่เช่า...ไม่ตายเพราะคุณสรรพ์...มีหวัง คางเหลืองเพราะจริงใจแน่...แม้จะต้องลิ้มรสมือจริงใจอีกครา แต่แสนดี เต็มใจ...เพราะรู้ดีว่า ที่พึ่งในยามยากคือ จริงใจ...คน...สาธุ