คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
Give me a Lift
หน้าที่ 22 จากทั้งหมด 22 หน้า 
ประสบการณ์งานช่าง / ประสบการณ์งานช่าง 2
 
โดย อ.ประสงค์ ธาราไชย
ประธานบริษัท
โปรเจค แพลนนิ่ง เวอร์วิส บจก.



ระบบบริหารและควบคุมการก่อสร้างของโครงการก่อสร้างสถานทูตออสเตรเลียที่ถนนสาทรใต้นั้น ใช้ระบบโบราณ กล่าวคือ เจ้าของงานจะว่าจ้างผู้ออกแบบ แล้วให้ผู้ออกแบบจัดการเรื่องการประกวดราคาไปด้วยจนได้ตัวผู้รับจ้างก่อสร้าง หลังจากนั้นผู้ว่าจ้างจึงจะว่าจ้างให้มีบุคคลผู้หนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ว่าจ้าง โดยมีหน้าที่ควบคุมงานที่หน้างาน บุคคลผู้นี้จะถูกเรียกว่า “เ ส มี ย น ห น้ า ง า น” (Clerk of Work) ระบบแบบนี้เป็นระบบที่พวกอังกฤษได้วางไว้ ส่วนพวกอเมริกันซึ่งชอบที่จะสร้างอะไรๆ ของตนเองทุกๆ อย่าง (แม้ว่าบางครั้งจะเลียนแบบมาจากคนอื่นก็ตาม) หากดูจากกิจกรรมการเล่นกีฬาจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ชาวอเมริกันนั้นได้พัฒนาชนิดกีฬาของตนเองขึ้นใหม่ ไม่ให้เหมือนของอังกฤษ เพียงแต่มีลักษณะการเล่นที่คล้ายคลึงกันเท่านั้น เช่น กีฬารักบี้ของอังกฤษ กลายมาเป็นกีฬาอเมริกันฟุตบอลของชาวอเมริกัน เป็นต้น
          ของไทยเราเองนั้น ก็มีงานหลายๆ งานที่นำระบบนี้มาใช้ แต่เราเรียกผู้ที่ทำหน้าที่นี้ว่า Inspector ซึ่งตามความหมายที่จริงตามรากศัพท์แล้ว Inspector น่าจะมีความหมายแค่ผู้ตรวจงานเท่านั้น เพราะตามความเป็นจริงแล้วคนๆ เดียว คงจะไม่มีความสามารถไปเสียทุกเรื่องหรือทุกอย่างเป็นแน่ แต่ในทางปฏิบัติซึ่งกระทำกันมานมนานแล้วนั้น เราให้อำนาจกับผู้ตรวจงานมากจนเคยตัวทั้งสองฝ่าย จึงทำให้งานเกิดปัญหาไม่น้อย แต่ก็เป็นโชคดีของประเทศไทยที่ Inspector ส่วนใหญ่เป็นคนดี จึงทำให้งานส่วนใหญ่ไปได้ตลอดรอดฝั่ง
          
ขอย้อนกลับมาที่เรื่อง “เสมียนหน้างาน” ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างสถานทูตออสเตรเลียต่อ  บุคคลผู้นี้มีชื่อว่า Mr. Harry  แกเป็นคนดีแต่ค่อนข้างจะเคร่งครัดต่อหน้าที่เป็นอย่างมาก งานใดที่แกไม่เข้าใจแกจะไปค้นหารายละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องจนกว่าจะเข้าใจแล้วถึงจะยอมรับ  ผมนับถือแกมากในแง่ที่ว่า  แกไม่เคยวางตัวเป็นทุก ๆ อย่าง คือ  ทำตัวเหมือนเป็นวิศวกรที่เชี่ยวชาญในทุกสาขา หรือเป็นสถาปนิกผู้ชำนาญในทุกเรื่อง  แต่ Mr. Harry จะได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนของคณะบุคคลที่ว่านี้  โดยได้ให้เกียรติแกในการแสดงความคิดเห็นในกรณีต่าง ๆ ด้วยทุกครั้ง
         
 ความคนตรงและเคร่งครัดของแกเป็นที่เลื่องลือเป็นอย่างมาก  แต่ไม่มีใครที่จะพูดถึงแกในแง่ร้ายเลย  เพราะแกค่อนข้างจะระมัดระวังตัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการนั่งรถของผู้รับเหมา  วันหนึ่ง… ผมเห็นแกยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถเมล์ริมถนน ผมจึงจอดรถชวนแกไปด้วย โดยใช้ภาษาอังกฤษแบบวิบัติ ว่า  “I will give you a ride ?”  ซึ่งผมก็คิดว่าแน่แล้วนะครับ  แต่ Mr. Harry กลับตอบว่า “Give me a lift !”  ผมฟังแล้วก็งง เพราะไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของประโยคทั้ง 2 นี้ ก็เลยต้องถามแกหลังจากที่เชิญให้แกขึ้นรถแล้วว่า ประโยคที่แกพูดนั้นต่างกับประโยคที่ชาวอเมริกันใช้ว่า “Give me a ride” อย่างไร ผมได้รับคำอธิบาย สรุปได้ว่า… อันว่าลิฟท์นั้น จะวิ่งอยู่ในช่องลิฟท์เท่านั้น ซึ่งจะไม่เคยเปลี่ยนเส้นทาง ดังนั้นถ้าจะขอโดยสารโดยไม่ต้องการให้เจ้าของรถต้องเปลี่ยนเส้นทางละก็… ต้องใช้คำนี้ ผมจึงเข้าใจทันทีว่า ทำไม Mr. Harry จึงไม่ยอมให้ผมเลี้ยวเข้าไปส่งแกที่ในซอยจนถึงบ้าน…  
ส่วน“Give me a ride” นั้น เป็นการโดยสารไปด้วย ซึ่งผู้ขับอาจเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่เปลี่ยนก็ไ ด้… (มั้ง?)
         
 เมื่อพูดถึงเรื่องลิฟท์แล้ว  ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะเล่าให้ฟัง… เรื่องก็มีอยู่ว่า… ผมได้สร้างตึก 6 ชั้น ไว้ให้เช่า โดยตึกนี้จะมีลิฟท์ 1 ตัว ลิฟท์ตัวนี้จะจอดทุก ๆ ชานพักบันได ผู้เช่าชั้นที่ 2 – 5 ไม่ต้องการชำระค่าใช้ลิฟท์ จึงขอต่อรองลดราคาค่าเช่าลงโดยแจ้งว่าจะไม่ใช้ลิฟท์ ส่วนผู้เช่าชั้น 6 ได้ยอมชำระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลิฟท์ ซึ่งผมต้องเสียค่าบำรุงรักษาลิฟท์เป็นรายเดือนให้กับบริษัทที่ติดตั้งลิฟท์ด้วย
          
วันหนึ่งภรรยาของผมไปดูแลตรวจตราความสะอาดของอาคาร  บังเอิญได้พบเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เช่าอาคารที่ชั้น 5 กำลังกดลิฟท์ เพื่อที่จะลงไปชั้นล่างทั้ง ๆ ที่ผู้เช่าท่านนี้ก็ได้แสดงความจำนงไว้แต่แรกแล้วว่า ไม่ต้องการใช้ลิฟท์ ภรรยาผมเกรงว่าท่านจะอาย จึงแกล้งทำเป็นไม่เห็น   แต่ท่านผู้นั้นคงจะจะหลบก็หลบไม่ทัน และคงจะรู้สึกละอายใจที่มีคนเห็นท่านใช้ลิฟท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เห็นเป็นภรรยาของเจ้าของอาคารนั้นเสียด้วย ท่านจึงพึมพำแก้เขินเบา ๆ ว่า “ลืมของ! …” แล้วรีบกลับเข้าบริษัทของตนเองทันที และไม่ยอมออกมาอีกจนกระทั่งแน่ใจว่าภรรยาของผมกลับไปแล้ว…

               โ ธ่ ! … น่ า จ ะ บ อ ก เ สี ย ตั้ ง แ ต่ แ ร ก ว่ า   “Give me a Lift ”  ก็ ไ ด้ นี่ ค รั บ …
 Clerk of Work นั้น จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเจ้าของงาน โดยเป็นผู้ควบคุมงานทุกๆ อย่างในสนาม โดยมีทีมงานของผู้ออกแบบ ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลเรื่องแบบอยู่ที่สำนักงานสนามเช่นกัน
 
หน้าที่ 22 จากทั้งหมด 22 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com