เรียน คุณหมอนพพรที่เคารพ
ผมอ่านคอลัมน์ของคุณหมอเป็นประจำ อ่านแล้วได้ความรู้ดี ผมเขียนจดหมายมาเพราะอยากให้คุณหมอลงเรื่องของผมไว้เตือนใจผู้อ่านที่เป็น ชายทั้งหลาย เรื่องของผมมีดังนี้ครับ ผมเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเที่ยวกลางคืนไม่ชอบเที่ยวผู้หญิง ผมมีครอบครัวแล้วและก็มีความสุขดี ภรรยาผมเป็นคนขยันทำงาน เวลาผมกลับบ้านมาตอนเย็นบางครั้งเธอยังทำงานอยู่ ทำให้ผมหงุดหงิดที่กลับมาแล้วภรรยาไม่มาทำหน้าที่แม่บ้านที่ดี คือ ไม่หาข้าวหาน้ำให้ดื่ม พอบ่อยๆเข้าผมก็ทำการประชดภรรยา โดยการออกไปดื่มเหล้านอกบ้านซึ่งก็เพียงครั้งเดียวเองครับ วันนั้นผมดื่มจนเมามากและได้พบกับเด็กเสิร์ฟคนหนึ่ง อายุประมาณ 17-18 ปี ผมดื่มจนร้านปิด เธอให้ผมไปส่งเธอที่บ้าน ระหว่างทาง เธอให้ผมแวะเข้าโรงแรม ซึ่งในการหลับนอนกันนั้น ผมสวมถุงยางอนามัยถึง 2 ชั้น เพื่อเป็นการป้องกัน ซึ่งร่วมกันได้สักพักผมก็หลับ (ผมไม่เสร็จครับเพราะเมามาก) ผมหลับไปสักพักก็รู้สึกตัวว่ามีอะไรอยู่บนตัวผม ทำให้ผมตื่นขึ้นมา ปรากฏว่าเธออยู่บนตัวผม และเมื่อผมมองหาถุงยางอนามัยที่ใส่อยู่ ได้ถูกถอดออกไปแล้ว เมื่อผมถาม เธอบอกว่าเห็นมันจะหลุดก็เลยถอดออก เมื่อผมตื่นขึ้นมาเธอรีบลุกขึ้นจากการนั่งคร่อมผมทันที เมื่อเราแยกกันแล้วผมมีอาการผิดปกติทางร่างกายซึ่งบ่งชี้ว่าผมน่าจะเป็นโรคเอดส์ ผมกลุ้มใจและเสียใจมากครับ จึงอยากจะเตือนผู้ชายทุกคนที่ชอบเที่ยวผู้หญิง หรือ อาจจะทำไปโดยรู้ไม่เท่าทัน ถึงคุณคิดป้องกันดีแล้ว แต่มีบางคนที่เขาแค้นสังคมต้องการ แก้แค้นคนในสังคม ที่อาจจะทำให้คุณและครอบครัวของคุณเดือดร้อนได้ ขอให้คุณจงรักครอบครัวของคุณระมัดระวังตัวให้ดีอย่าให้เป็นเหมือนผม ซึ่งทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย และไม่สามารถแก้ไขได้ (ซึ่งเป็นการทำผิดเพียงครั้งเดียวจริงๆ ครับที่คิดนอกใจภรรยา) ผมขอถามคำถามคุณหมอเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ 1. หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณ 10 วัน ผมมีไข้ขึ้นครับ แล้วหายไปโดยไม่ได้ทานยาอะไรและอีกประมาณ 1 เดือน ผมไปตรวจเลือด ปรากฏว่ายังไม่พบเลือดบวกครับ ผมเคยอ่านคอลัมน์ของคุณหมอ บอกว่าต้องหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วประมาณ 3 เดือน ถึงจะตรวจพบ 2. จากเหตุการณ์วันนั้นถึงวันนี้ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ แล้วครับ ตามตัวและแขนของผมมีตุ่มแปลกๆ เกิดขึ้นและคันด้วยครับ คุณหมอว่าผมควรไปหาหมอที่โรงพยาบาลดีหรือไม่ครับ และต้องรีบไปหาหรือไม่ครับ 3. ถ้าผมเป็นโรคเอดส์แล้ว ผมควรปฏิบัติตัวอย่างไรครับ ควรทานยาที่ต้านไวรัส HIV หรือเปล่าครับ ฐานะของผมพอจะซื้อรับประทานได้ครับ 4. ถ้าผมได้รับเชื้อ HIV แล้วตุ่มที่เกิดขึ้นเกิดจากเชื้อ HIV ใช่หรือไม่ครับ ทำไมจึงแสดงผลเร็วนักผมไม่กล้าที่จะบอกภรรยาเลยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น สงสารภรรยาและลูกครับ แต่ถ้าผลสุดท้ายแล้วถ้าผมเป็นโรคเอดส์จริงก็คงจะต้องบอกเธอ แต่ผมยังทำใจไม่ได้เลย สุดท้ายนี้ผมขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้คุณหมอและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญและปราศจากโรคภัยด้วย เทอญ
ตอบ คุณผู้ที่พลาดไปแล้ว
คุณแต่งงานและมีลูกแล้ว มีปัญหาว่าภรรยาทำงานมาก และ ไม่ค่อยมีเวลามาปรนนิบัติเอาใจคุณในฐานะภรรยาที่ดี คุณจึงประชดภรรยาด้วยการไปเที่ยวนอกบ้าน และมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า แม้คุณจะพยายามป้องกันแล้ว แต่ไม่เป็นผล เพราะความมึนเมา จึงเกิดปัญหาให้คุณต้องมาซึ่งความเสียใจจนทุกวันนี้ ในความเป็นจริงแล้ว คุณจะเห็นใจภรรยาที่ต้องทำงานมากและด้วยความขยัน เธอจึงกลับบ้านทีหลังคุณ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่คุณต้องการได้ ปัญหาของคุณขอตอบให้ดังนี้ 1. หลังจากเกิดเหตุ 10 วัน คุณมีอาการไข้และหายไปเอง ไปตรวจเลือดเอดส์ หลังจากนั้น 1 เดือน ก็ไม่พบ ถ้าคุณตรวจซ้ำ 3 เดือนไม่พบ คุณต้องตรวจอีกครั้งที่ 6 เดือน หลังเกิดเหตุการณ์ ถ้าไม่พบจึงเชื่อได้ว่าไม่ติดเชื้อจริง เพราะกว่าจะตรวจเลือดพบอาจต้องใช้ระยะเวลา 6 เดือน หลังรับเชื้อ 2. 2 เดือนกว่าหลังเกิดเหตุการณ์ คุณมีตุ่มขึ้นและคัน อาจจะเกี่ยวกีบเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นหรือไม่ก็ได้ ควรไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยให้แน่นอนจะดีกว่า ว่าเป็นโรคอะไร โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นอกจากเอดส์ ยังมี หนองใน ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ซึ่งซิฟิลิสนั้นก็เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีอาการมีผื่น ขึ้นได้ หลังสัมผัสเชื้อประมาณ 2 เดือน ผู้ที่เป็นซิฟิลิสสระยะที่ 2 อาจมีผมร่วงและต่อมน้ำเหลืองโตด้วย ถ้าระยะแรกอาจมีแผลที่อวัยวะเพศ ดังนั้นนอกจากเอดส์แล้วคุณควรตรวจเลือดหาโรคซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบีด้วย ส่วนหนองในมักมีอาการปัสสาวะผิดปกติ และมีหนองออกจากอวัยวะเพศหลังสัมผัสเชื้อไม่เกิน 2 สัปดาห์ครับ 3. ถ้าตรวจพบว่าเป็นโรคเอดส์ คุณควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาและดูว่ามีข้อบ่งชี้ต้องทานยาต้านไวรัสเอดส์หรือ ไม่ รวมทั้งตรวจระดับของภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อหาข้อบ่งชี้ที่ต้องรับประทานยาป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาสด้วย ขณะนี้คุณได้รับเชื้อมา 2 เดือน เป็นหรือไม่ยังไม่ทราบแน่ ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายเสมอ ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส ไม่เครียด ไม่กังวล เพราะถ้าเป็นเอดส์จริงก็อีกนานกว่าจะแสดงอาการ รักษาสุขภาพที่ดี ก็ทำให้อาการเกิดช้าลงได้4. ตุ่มที่เกิดขึ้นไม่น่าเกี่ยวข้องกับโรคเอดส์ อาจเป็นผื่นซิฟิลิสหรือเป็นผื่นอักเสบธรรมดาก็ได้ ไปพบแพทย์ทางโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจดูดีกว่า ตัวคุณจะได้สบายใจ และได้รับการรักษาที่ถูกต้องด้วยครับ
หน้าแรก l กองบรรณาธิการ l เกี่ยวกับเรา l คำแนะนำติชม l ติดต่อเรา l ลงโฆษณา l ลงข้อมูลในเว็บ l ทำงานกับเรา l คำถามตอบบ่อย l ข้อบังคับด้านกฎหมาย l Site Map l เว็บพันธมิตร