เทรนด์ ‘บ้าน’ แห่งทศวรรษใหม่ (ตอนจบ)
ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงปัจจัยแวดล้อมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกแบบบ้านในอนาคต จากเหตุ และปัจจัยที่กล่าวมาจะทำให้ลักษณะของอาคาร ในทศวรรษหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน เช่น
- ลักษณะบ้านจะมีความเป็นไทยร่วมสมัยมากขึ้นเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น - การก่อสร้างบ้านจะใช้วัสดุ และวิธีกรรมการก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะแรงงานขาดแคลน และมีอัตราค่าแรงมีมากขึ้น แรงงานที่ชำนาญน้อยลง และต้องการให้การก่อสร้างรวดเร็วขึ้น - การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและโลกจะได้รับความนิยมขึ้น หรือบางครั้งกลายเป็นมาตรฐาน หรือกฎหมายบังคับ เพราะกระแสการรักษาธรรมชาติ และสภาวะโลกร้อนจะถูกกระตุ้นความสำคัญมากขึ้น อย่างรวดเร็ว รวมถึงการใช้วัสดุประเภท Recycle ก็จะเป็นที่นิยมมากขึ้น และมีผลทางการตลาดด้วย - ระบบสื่อสารทุกประเภทจะต้องมีพร้อมในบ้านหลังเดียว และอาจจะมีการออกแบบบางห้องหรือบางบริเวณ ที่เป็น “พื้นที่ปลอดสัญญาณ” เพื่อให้เกิดความเป็น ส่วนตัว หรือเป็นพื้นที่แห่งความสงบภายในบ้านด้วย - บ้านจะยกพื้นสูงขึ้นและมีระบบป้องกันน้ำท่วม เพราะหากกระแสโลกร้อนทำให้ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นการออกแบบก่อสร้างที่ เตรียมพร้อมกับระดับน้ำของโลก ที่เปลี่ยนไป จึงเป็นทางแก้ที่ผู้ออกแบบ อาคารจะต้องจัดเตรียมเอาไว้ - บ้านจะเป็นมิตรกับผู้พิการ ผู้อาวุโส และเด็กมากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างสะดวกและปลอดภัย เช่น ระดับพื้นห้องน้ำ มือจับการเปิดปิดประตู ทางลาด บันได มีระบบสัญญาณเตือนภัยและสัญญานของความช่วยเหลือ เป็นต้น
- บ้านจะเริ่มมีการตรวจสอบตัวเองได้ เป็นการใช้เทคโนโลยีที่จะใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบบ้านขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องของไฟฟ้ารั่ว การจะใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง การเปิดไฟฟ้าแสงสว่างทิ้งเอาไว้ เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างทิ้งไว้ ถ้านานเกินไปน้ำรั่ว หน้าต่าง-ประตูเปิดค้างไว้ ท่อระบายน้ำกำลังจะอุดตัน มีคนบุกรุกเข้ามาในบ้าน ฯลฯ - บ้านจะมีพื้นที่ หรือภาชนะที่สามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้น - บ้านมือสองจะขายดีขึ้น หากปรับปรุงได้เหมาะสมกับกาลเวลา เพราะการย้ายถิ่นฐานของ คนไทยมีมากขึ้น - บ้านจะต้องบำรุงรักษาง่าย มีความน่าไว้ใจระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ในสังคมวัตถุนิยมจะมีน้อยลง - บ้านจะมีขนาดเล็กลง เพราะราคาที่อยู่อาศัยต่อตารางเมตรจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีการใช้ที่ว่างทางตั้งมากขึ้น (Vertical Used) เช่น ตู้สูง พื้นที่ใต้หลังคา พื้นที่ใต้ฝ้าเพดาน พื้นที่ใต้เตียง เป็นต้น ซึ่งทำให้พื้นที่ทางราบ Horizontal Area มีพื้นที่ที่เล็กลงได้ ทำให้จ่ายเงินน้อยลง - บ้านจะต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันภัยที่ดีขึ้น ทั้งลักษณะของอาคาร และอุปกรณ์อัตโนมัติ - หลังคาแบบ Roof Garden จะเป็นที่นิยมกันมากขึ้น เพราะพื้นที่อาคารพักอาศัยมีราคาแพงขึ้น ผู้อาศัยต้องการใช้พื้นที่ทุกส่วนอย่างมีประโยชน์มากที่สุด เมื่อร่วมกับกระแสโลกร้อน การปลูกต้นไม้จึงเป็นเรื่องจำเป็น - บ้านต้องสามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ง่ายขึ้น เพราะการใช้ชีวิตอาจจะต้องการความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การขยับห้อง เปลี่ยนแปลง ประโยชน์ใช้สอยและการก่อสร้างด้วยตัวผู้อยู่อาศัยเอง (D.I.Y.) จะมีความนิยมมากขึ้น การออกแบบจะต้องคำนึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากขึ้น - บ้านจะมีที่เก็บของตามจุดต่างๆ ของบ้านมากขึ้น เพราะว่าราคาค่าก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น คนไทยไม่ยอมทิ้งของ ที่ดินแพงขึ้น และบ้านเล็กลง ดังนั้น บ้านในทศวรรษหน้าจะมีระบบ Ligistic และการเก็บของมากขึ้น บ้านในอนาคตจึงจะเอาที่ว่างทุกอย่างไปเป็นที่เก็บของให้หมด อาทิเช่น ใต้หลังคา ใต้โต๊ะ ใต้เตียง ใต้บันได ใต้พื้นที่มีระดับต่างกัน ใต้ sink และอุปกรณ์อื่นๆ เป็นต้น - บ้านในทศวรรษหน้า จะมีระบบ ReCycle มากขึ้น เช่น น้ำจากเครื่องปรับอากาศที่รีดออกมา จะเอาไปใช้รดน้ำต้นไม้ได้ ความร้อนจาก เครื่องปรับอากศ จะมีการนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำน้ำอุ่นที่ใช้ในบ้าน น้ำใช้และน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วนำมาใช้ รดน้ำต้นไม้ หรือเพื่อล้างถนนหน้าบ้าน - บ้านจะมีห้องนอนน้อยลง เพราะอัตราการเจริญพันธุ์ของเมืองไทย มีอัตราการเจริญเติบโตที่ถดถอย ดังนั้นบ้านจะมีคนอยู่น้อยลง ทำให้ความต้องการห้องนอนในบ้านมีน้อยลง แต่อาจจะมีการเพิ่มห้องอื่นๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อความบันเทิงมากขึ้น
ที่มา www.posttoday.com
หน้าแรก l กองบรรณาธิการ l เกี่ยวกับเรา l คำแนะนำติชม l ติดต่อเรา l ลงโฆษณา l ลงข้อมูลในเว็บ l ทำงานกับเรา l คำถามตอบบ่อย l ข้อบังคับด้านกฎหมาย l Site Map l เว็บพันธมิตร