|
มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคารเขียว 5
(Construction Management for Green Buildings 5)
หลังจากที่อาคารได้กำหนดให้มีแผนการควบคุมการปลดปล่อยสารมลพิษออกจากสถานที่ก่อสร้าง กองเก็บวัสดุก่อสร้างอาคารแล้ว ในระหว่างทำการก่อสร้างอาคาร จำเป็นที่จะต้องควบคุมให้มีการทำตามแผนที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัดซึ่งต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบ (Inspection) เป็นระยะๆ รวมทั้งมีการปรับแผนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการการควบคุมจะเคร่งครัดมากเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน และจะลดความเข้มข้นลงเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง หรือเมื่อมีการฝังกลบหน้าดินเป็นที่เรียบร้อย
การตรวจสอบ (Inspection)
- แผนการควบคุมฯ ต้องบ่งแสดงความถี่ของการตรวจสอบข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ทุกๆ 7 วัน หรือ
- ทุกๆ 14 วัน และภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีฝนตกปริมาณอย่างน้อย 0.5 นิ้ว
- ความถี่ของการตรวจสอบอาจจะลดลงเหลือเดือนละ 1 ครั้งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
- สถานที่ก่อสร้างได้เก็บงานหน้าดินแล้ว (Stabilized)
- เข้าช่วงฤดูแล้ง ที่มีฝนตกน้อยลง
- การตรวจสอบต้องกระทำโดยผู้มีคุณสมบัติ และเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบ โดยจะต้องตรวจสอบทั้งในบริเวณก่อสร้าง และภายนอกบริเวณที่ใช้เป็นที่กองเก็บวัสดุและที่ทำการหล่อวัสดุ รวมทั้งถนนภายนอกที่อาจจะได้รับสารปนเปื้อนจากล้อรถ ในกรณีที่แหล่งที่ปล่อยน้ำฝนจนไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ต้องทำการตรวจสอบสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับผลกระทบจากจุดปล่อยน้ำที่ใกล้ที่สุด
- ในกรณีของการก่อสร้างเป็นแนวยาว เช่น การขุดเดินสายไฟฟ้าใต้ดินจนทำให้การตรวจสอบเข้าไม่ถึงอนุโลมให้ทำการตรวจสอบเฉพาะระยะจากจุดที่ถนนตัดผ่านออกไปเป็นระยะ 0.25 ไมล์ ก่อนและหลังจุดตัดผ่าน
- ผู้ตรวจสอบจะต้องทำบันทึกการตรวจสอบทุกครั้งโดยจะต้องกล่าวถึง
- วันที่ทำการตรวจสอบ
- ชื่อ ตำแหน่ง และคุณสมบัติของผู้ที่ทำการตรวจสอบ
- ลักษณะสภาพอากาศขณะทำการตรวจสอบ หรือการปลอดปล่อยที่อาจจะเกิดขึ้นขณะตรวจสอบ
- บริเวณที่พบการปลดปล่อยสารแปลกปลอม
- บริเวณที่ต้องทำการควบคุมการปลดปล่อย
- บริเวณที่พบว่าการควบคุมการปลดปล่อยไม่ได้ผลสำเร็จ
- บริเวณที่ต้องใช้มาตรการควบคุมการปลดปล่อยเพิ่มเติม
- การแก้ไขที่ต้องเพิ่มเติมในแผนการควบคุมฯ (ถ้ามี)
การปรับแผนการควบคุมมลภาวะ (Maintaining an Updated Plan)
- เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการปลดปล่อยสารมลภาวะแผนการควบคุมฯ นี้จะต้องได้รับการปรับตาม
- หากพบว่าแผนการควบคุมฯ ที่จัดทำขึ้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้อง
- หากทำการตรวจสอบแล้วพบปัญหาที่จำเป็นต้องมีการเพิ่มเติม หรือปรับปรุงมาตรการใดๆ จะต้องทำการปรับปรุงภายใน 7 วัน
การจัดเก็บและเตรียมแผนการควบคุมฯ (Making Plan Available)
- แผนการควบคุมฯ นี้จะต้องถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานควบคุมการก่อสร้าง เพื่อเตรียมพร้อม หากมีการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างจนถึงวันที่เก็บงานเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้หากไม่จัดเก็บไว้ที่สำนักงานควบคุมการก่อสร้างก็จะต้องเตรียม notice ที่บ่งชี้ว่าเก็บแผนนี้ไว้ที่ใด
การจัดการ (Management Practice)
- มาตรการควบคุมต่างๆ ต้องถูกใช้ตามความเหมาะสมตามมาตรฐานทางวิศวกรรม หากพบว่ามีการดำเนินมาตรการอย่างไม่ถูกต้อง ต้องทำการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมทันที
- ตะกอนตกค้างที่ตรวจพบภายนอกสถานที่ก่อสร้าง จะต้องถูกนำออกทันทีที่ตรวจพบ
- ขยะ สารเคมี และเศษวัสดุก่อสร้าง ที่อาจถูกน้ำฝน จะต้องถูกควบคุมมิให้เกิดเป็นสารมลภาวะที่จะถูกปล่อยออกไป
- หากส่วนใดของสถานที่ก่อสร้างได้หยุดการทำงานลงทั้งชั่วคราวหรือถาวร มาตรการเก็บงานหน้าดินต้องถูกบังคับใช้โดยเร็ว ทั้งนี้ไม่เกินระยะเวลา 14 วัน
- อ่างกรองตะกอน (Sediment Basin) นั้นจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 3,600 ลูกบาศก์ฟุตต่อพื้นที่ 4,050 ตารางเมตร ของพื้นที่ที่น้ำถูกระบายลง ไม่นับรวมพื้นที่ภายนอกสถานที่ก่อสร้าง หรือพื้นที่ในที่ก่อสร้างที่ไม่ได้ทำการเปิดหน้าดิน หรือว่าพื้นที่ที่มีการเก็บงานหน้าดิน (Final Stabilization) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การออกแบบอ่างกรองตะกอนนี้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย
- สำหรับพื้นที่รับน้ำที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 40,500 ตารางเมตรจนไม่สามารถสร้างอ่างกรอง
- ตะกอนขนาดใหญ่ตามมาตรฐานได้ จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการควบคุมอื่นๆ ตามแต่จะเหมาะสมเช่น อ่างกรองตะกอนขนาดเล็กลงร่วมกับมาตรการควบคุมอื่นๆ
- อุปกรณ์ลดความเร็วของน้ำอาจจำเป็น หากมีการปล่อยน้ำลงแหล่งน้ำด้วยความเร็วสูงจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อลักษณะทางกายภาพ หรือสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ
|