หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
ไม่พบข้อมูล
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคารเขียว 5
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 7 หน้า 
เทคโนโลยีก่อสร้าง/การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน
 

 

 

มาตรฐานการควบคุมงานก่อสร้างอาคารเขียว 5

          (Construction Management for Green Buildings 5) 
 

        หลังจากที่อาคารได้กำหนดให้มีแผนการควบคุมการปลดปล่อยสารมลพิษออกจากสถานที่ก่อสร้าง กองเก็บวัสดุก่อสร้างอาคารแล้ว ในระหว่างทำการก่อสร้างอาคาร จำเป็นที่จะต้องควบคุมให้มีการทำตามแผนที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัดซึ่งต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบ (Inspection) เป็นระยะๆ รวมทั้งมีการปรับแผนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการการควบคุมจะเคร่งครัดมากเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน และจะลดความเข้มข้นลงเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง หรือเมื่อมีการฝังกลบหน้าดินเป็นที่เรียบร้อย


การตรวจสอบ (Inspection)


- แผนการควบคุมฯ ต้องบ่งแสดงความถี่ของการตรวจสอบข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

      -  ทุกๆ 7 วัน หรือ

      -  ทุกๆ 14 วัน และภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากมีฝนตกปริมาณอย่างน้อย 0.5 นิ้ว 


- ความถี่ของการตรวจสอบอาจจะลดลงเหลือเดือนละ 1 ครั้งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

      -  สถานที่ก่อสร้างได้เก็บงานหน้าดินแล้ว (Stabilized)

      -  เข้าช่วงฤดูแล้ง ที่มีฝนตกน้อยลง 



- การตรวจสอบต้องกระทำโดยผู้มีคุณสมบัติ และเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบ โดยจะต้องตรวจสอบทั้งในบริเวณก่อสร้าง และภายนอกบริเวณที่ใช้เป็นที่กองเก็บวัสดุและที่ทำการหล่อวัสดุ รวมทั้งถนนภายนอกที่อาจจะได้รับสารปนเปื้อนจากล้อรถ ในกรณีที่แหล่งที่ปล่อยน้ำฝนจนไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ต้องทำการตรวจสอบสถานที่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับผลกระทบจากจุดปล่อยน้ำที่ใกล้ที่สุด


- ในกรณีของการก่อสร้างเป็นแนวยาว เช่น การขุดเดินสายไฟฟ้าใต้ดินจนทำให้การตรวจสอบเข้าไม่ถึงอนุโลมให้ทำการตรวจสอบเฉพาะระยะจากจุดที่ถนนตัดผ่านออกไปเป็นระยะ 0.25 ไมล์ ก่อนและหลังจุดตัดผ่าน


- ผู้ตรวจสอบจะต้องทำบันทึกการตรวจสอบทุกครั้งโดยจะต้องกล่าวถึง

        - วันที่ทำการตรวจสอบ

        - ชื่อ ตำแหน่ง และคุณสมบัติของผู้ที่ทำการตรวจสอบ 
        - ลักษณะสภาพอากาศขณะทำการตรวจสอบ หรือการปลอดปล่อยที่อาจจะเกิดขึ้นขณะตรวจสอบ

        - บริเวณที่พบการปลดปล่อยสารแปลกปลอม

        - บริเวณที่ต้องทำการควบคุมการปลดปล่อย

        - บริเวณที่พบว่าการควบคุมการปลดปล่อยไม่ได้ผลสำเร็จ

        - บริเวณที่ต้องใช้มาตรการควบคุมการปลดปล่อยเพิ่มเติม

        - การแก้ไขที่ต้องเพิ่มเติมในแผนการควบคุมฯ (ถ้ามี)


การปรับแผนการควบคุมมลภาวะ
(Maintaining an Updated Plan)

- เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างที่อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการปลดปล่อยสารมลภาวะแผนการควบคุมฯ นี้จะต้องได้รับการปรับตาม 

- หากพบว่าแผนการควบคุมฯ ที่จัดทำขึ้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนให้สอดคล้อง 

- หากทำการตรวจสอบแล้วพบปัญหาที่จำเป็นต้องมีการเพิ่มเติม หรือปรับปรุงมาตรการใดๆ จะต้องทำการปรับปรุงภายใน 7 วัน 



การจัดเก็บและเตรียมแผนการควบคุมฯ (Making Plan Available)

- แผนการควบคุมฯ นี้จะต้องถูกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานควบคุมการก่อสร้าง เพื่อเตรียมพร้อม หากมีการตรวจสอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างจนถึงวันที่เก็บงานเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้หากไม่จัดเก็บไว้ที่สำนักงานควบคุมการก่อสร้างก็จะต้องเตรียม notice ที่บ่งชี้ว่าเก็บแผนนี้ไว้ที่ใด



การจัดการ (Management Practice)


- มาตรการควบคุมต่างๆ ต้องถูกใช้ตามความเหมาะสมตามมาตรฐานทางวิศวกรรม หากพบว่ามีการดำเนินมาตรการอย่างไม่ถูกต้อง ต้องทำการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมทันที


- ตะกอนตกค้างที่ตรวจพบภายนอกสถานที่ก่อสร้าง จะต้องถูกนำออกทันทีที่ตรวจพบ 

- ขยะ สารเคมี และเศษวัสดุก่อสร้าง ที่อาจถูกน้ำฝน จะต้องถูกควบคุมมิให้เกิดเป็น
สารมลภาวะที่จะถูกปล่อยออกไป

- หากส่วนใดของสถานที่ก่อสร้างได้หยุดการทำงานลงทั้งชั่วคราวหรือถาวร มาตรการเก็บงานหน้าดินต้องถูกบังคับใช้โดยเร็ว ทั้งนี้ไม่เกินระยะเวลา 14 วัน

- อ่างกรองตะกอน (Sediment Basin) นั้นจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 3,600 ลูกบาศก์ฟุตต่อพื้นที่ 4,050 ตารางเมตร ของพื้นที่ที่น้ำถูกระบายลง ไม่นับรวมพื้นที่ภายนอกสถานที่ก่อสร้าง หรือพื้นที่ในที่ก่อสร้างที่ไม่ได้ทำการเปิดหน้าดิน หรือว่าพื้นที่ที่มีการเก็บงานหน้าดิน (Final Stabilization) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การออกแบบอ่างกรองตะกอนนี้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย


- สำหรับพื้นที่รับน้ำที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 40,500 ตารางเมตรจนไม่สามารถสร้างอ่างกรอง

-  ตะกอนขนาดใหญ่ตามมาตรฐานได้ จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการควบคุมอื่นๆ ตามแต่จะเหมาะสมเช่น อ่างกรองตะกอนขนาดเล็กลงร่วมกับมาตรการควบคุมอื่นๆ 

- อุปกรณ์ลดความเร็วของน้ำอาจจำเป็น หากมีการปล่อยน้ำลงแหล่งน้ำด้วยความเร็วสูงจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อลักษณะทางกายภาพ หรือสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ






 
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 7 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่าน้ำจะท่วมในปี 2555 นี้เหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ?
 
 
ไม่เกิดขึ้นแน่นอน
เกิดขึ้นแน่นอน
ไม่แน่ใจ
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com