หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
ไม่พบข้อมูล
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
กทม.แห้ว 2 รถไฟฟ้าสีเขียว มท.1 โดดขวาง ให้รฟม.ทำเอง
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 32 หน้า 
สกู๊ปข่าว/พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
 

กทม.แห้ว 2 รถไฟฟ้าสีเขียว มท.1 โดดขวาง ให้รฟม.ทำเอง
จับตารับเหมา-การเมืองทึ้งเค้กแสนล้าน




 


กทม.ชวดเค้กแสนล้าน ต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว 2 สาย หมอชิต -สะพานใหม่/แบริ่ง -สมุทรปราการ หลังชงครม. ขอดึงโครงการทำเอง "ชวรัตน์" มท1. ประกาศชัดทุกอย่างจบแล้วยืนมติรัฐบาลสมชาย "19 พ.ย. 51" ให้รฟม.ลงทุนทำเองเพื่อความเหมาะสม มั่นใจเดินหน้าได้ทันที ยันพรรคภูมิใจไทยไม่มีเอี่ยวผลประโยชน์



สืบเนื่องจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล (มท.1) เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอนำรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวทั้ง 2 สาย ได้แก่ โครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปรา การ มูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท กลับไปดำเนินการเองนั้น



นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่ากรณีที่กทม.ได้เสนอขอโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวทั้ง 2 สาย ได้แก่ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และส่วนช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เพื่อนำกลับไปดำเนินการเอง ขณะนี้ทุกอย่างจบแล้ว



ทั้งนี้เนื่องจากจะต้องพิจารณาตามมติครม.เดิม วันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สังกัดกระทรวงคมนาคม รับไปดำเนินการเพื่อความเหมาะสม และล่าสุดได้มีความคืบหน้าของผลการศึกษาตลอดจนแนวทางการลงทุน ดังนั้นจึงไม่ควรหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดซ้ำอีก



ต่อข้อถามที่ว่ากทม.ได้ยืนยันว่าสามารถทำได้คล่องตัวกว่า ประหยัดงบประมาณ และไม่ต้องกู้เงินเหมือนรัฐบาล กรณีนี้นายชวรัตน์ กล่าวว่ารฟม.ก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องรถไฟฟ้า ส่วนกทม. มีงานอื่นๆ ที่ต้องทมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างถนนหนทาง รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เหลืออยู่ การดูแลทุกข์สุข และการให้บริการประชาชน ฯลฯ ดังนั้นควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมดำเนินการ



เมื่อถามต่อว่าเป็นเพราะความขัดแย้งลึกๆ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน และเป็นลักษณะการดึงเค้กก้อนใหญ่ที่เป็นโครงการเมกะโปรเจ็กต์สำคัญไว้ในมือ หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับพรรค และไม่น่าจะมีความขัดแย้งกันตลอดจนผลประโยชน์เพราะทุกอย่าง ทำเพื่อประชาชน



ด้านนายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการ สำนักการจราจรและขนส่งกทม. กล่าวว่ากทม. สามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องกู้เงิน และสามารถประหยัดงบประมาณได้มาก ซึ่งส่วนต่อขยายทั้ง 2 สาย หากลงทุนจริงๆ จะใช้งบประมาณเพียง 60,000 ล้านบาท จากกว่า 100,000 ล้านบาท เพราะสามารถใช้ระบบเดียวกันกับรถไฟฟ้าสายสีลมที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน ที่สำคัญไม่ต้องเวนคืนทำที่จอดรถ และศูนย์ซ่อมบำรุงใหม่ เพราะสามารถใช้อาคารที่จอดรถ และศูนย์ซ่อมบำรุงที่มีอยู่แล้วคือ บริเวณหมอชิต รวมถึงไม่ต้องลงทุนขบวนรถเพิ่ม



ขณะที่รัฐบาลมีงบประมาณที่จำกัด และต้องกู้เพื่อลงทุนมองว่าจะเกิดความล่าช้า ส่วนกทม. สามารถลงทุนได้เลยโดยมีเอกชนคือ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ซึ่งมีความพร้อม



ด้านแหล่งข่าวจาก รฟม. กล่าวว่าได้รับมอบให้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 2 สาย ทางตามมติครม. ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งในแง่ของการศึกษาและการกำหนดแนวสาย ทางการเสนอขอกู้เงินเพื่อลงทุนก่อสร้าง ซึ่งทั้งสองโครงการดังกล่าว เป็นโครงการเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องเร่งดำเนินการต่อจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ที่จะลงมือก่อสร้าง



อย่างไรก็ดี มองว่างบประมาณก่อสร้างของทั้งสองโครงการ ไม่ถึง 100,000 ล้านบาทตามที่กทม. ระบุเพราะค่าก่อสร้างน่าจะใกล้เคียงกันกับที่กทม.กำหนดไว้ได้แก่ โครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเข้มช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร มีค่าก่อสร้างงานโยธา 18,752 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2,390 ล้านบาท ค่างานระบบกับรถไฟฟ้า 14,283 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ 1,287 ล้านบาท รวม 36,685 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2553



แนวสายทางเริ่มต้นจากจุดสิ้นสุดของรถไฟฟ้าบีทีเอส บริเวณสถานีหมอชิต วิ่งไปตามแนวถนนพหลโย ธิน ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทล์ลเวย์ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ผ่านสี่แยกรัชโยธินเสนานิคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนไปถึงซอย พหลโยธิน 55 จากนั้นแนวสายทางจะเบี่ยงไปทางด้านขวาหลบอนุสาวรีย์หลักสี่ แล้วเข้าเกาะกลางถนนพหลโยธินไปสิ้นสุดที่ตลาดสะพานใหม่ มีทั้งหมด 12 สถานี มีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของสนามบินดอนเมือง ที่บริเวณซอยพหลโยธิน 50 และอาคารจอดแล้วจร 1 แห่ง ที่สำนักงานเขตบางเขน



ส่วนการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานีขึ้น-ลง ตลอดจนอาคารจอดและจร และศูนย์ซ่อมบำรุงมี 5 จุดใหญ่ได้แก่ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว สำนักงานเขตบางเขน ด้านหน้าโรงเรียนนิยมสงเคราะห์ หน้าตลาดยิ่งเจริญ และในซอยพหลโยธิน 50 คิดเป็นที่ดิน 57แปลง อาคาร 21 หลัง



ส่วนสายสีเขียวอ่อนช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 5 กิโลเมตรเศษ มีค่าก่อสร้างงานโยธา 17,230 ล้านบาท ค่างานระบบกับรถไฟฟ้า 9,207 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 675 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ 1,035 ล้านบาท รวมมูลค่า 28,147 ล้านบาท รวม 2 สายทางมีมูลค่า 64,832 ล้านบาท



สำหรับส่วนต่อขยายสายสีเขียว เดิมทีเป็นแผนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกทม. สมัยที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ กทม. ต่อมาเมื่อนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีแนวคิดโอนโครงการทั้งสองสายดังกล่าวให้รัฐบาลดูแล เนื่องจากอ้างว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ และแนวสายทางจะต้องเชื่อมต่อไปยัง จังหวัดปริมณฑล ไม่ใช่อยู่เฉพาะในเขตกทม.เท่านั้น และกระทรวงคมนาคมสมัยนั้นคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเห็นว่า รฟม.เหมาะสมที่จะรับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และเรื่องได้ผ่านความเห็นชอบในสมัยรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีมติครม.เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นมา


อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ





 
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 32 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่าน้ำจะท่วมในปี 2555 นี้เหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ?
 
 
ไม่เกิดขึ้นแน่นอน
เกิดขึ้นแน่นอน
ไม่แน่ใจ
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com