คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
อสังหาฯ ปรับสูตรธุรกิจเน้นโครงการเล็ก-ขายเร็ว
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 13 หน้า 
สกู๊ปข่าว / ไฮไลท์ Weekend
 

ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายเล็ก-กลาง พลิกตำราบริหารต้นทุน หันจับโครงการเล็ก ใช้เม็ดเงินลงทุนต่ำ สร้างเร็ว-ขายเร็ว ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ รับมือวิกฤติการเมือง-เศรษฐกิจ

ความเสี่ยงจากปัจจัยลบในตลาดทั้งวิกฤติการเมือง การเงิน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ต้องเร่งปรับตัวขนานใหญ่อีกระลอกเพื่อความอยู่รอด

นายสุรินทร์ องค์วาสิฎฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.แอล.เอสเตท จำกัด  เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจพัฒนาที่ดินใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยลบในตลาด

โดยเน้นซื้อที่ดินพัฒนาโครงการขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณ  15-20 ไร่ พัฒนาจำนวน 200 หน่วย ซึ่งจะใช้เงินทุนหมุนเวียนไม่เกิน 150 ต่อโครงการ ทดแทนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมมีแผนซื้อที่ดินขนาด 50-100 ไร่ ก่อสร้างจำนวน 500 หน่วย

การปรับลดขนาดการพัฒนาโครงการนอกจากจะใช้เงินทุนหมุนเวียนต่ำแล้ว ยังทำให้กำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการชัดเจน อยู่ที่ประมาณ 18 เดือน

ล่าสุด มีแผนพัฒนาโครงการย่านเกษตร-นวมินทร์ เนื้อที่ 20 ไร่ ต้นทุนที่ดินที่พัฒนาเป็นคลัสเตอร์โฮมราคา 4.5-4.9 ล้านบาท การขายสินค้าในระดับราคาดังกล่าวต้นทุนที่ดินอยู่ที่ 2.5 หมื่นบาทต่อตร.ว. ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อตร.ม. หากควบคุมต้นทุนต่างๆ ดังกล่าวได้จะทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12 %

“เวลานี้มีผู้ประกอบการที่ซื้อที่ดินไว้แล้วถอดใจไม่ทำเพราะแบกรับความเสี่ยงไม่ไหว แบงก์ไม่ปล่อยกู้โครงการ ทางออกก็คือนำที่ดินที่ซื้อไว้มาขายจึงทำให้ต้นทุนที่ดินที่จะซื้อมีราคาถูกลง“ นายสุรินทร์กล่าว

ตัวอย่างที่ดิน ย่านเกษตร-นวมินทร์ ก่อนหน้านี้มีราคาขายประมาณ 3 หมื่นบาทต่อตร.ว. แต่ขณะนี้ปรับระดับลงเหลือ 2 หมื่นบาทต่อ ตร.ว.

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ปรับลดขนาดพื้นที่ขาย จากเดิมบ้านเดี่ยวที่เปิดขาย เนื้อที่ตั้งแต่ 100 ตร.ว.ราคาขายเริ่มต้น 11-12 ล้านบาท ปรับลดเหลือแปลงละ 60 ตร.ว. ราคาขายเริ่มต้น 6.7 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ

ด้านนางชลิตา อังสนันรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านอังสนา จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นกว่า 25% จากเดิมคาดค่าก่อสร้างอยู่ที่ 400 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้แก้ปัญหาด้วยการปรับราคาขายขึ้น 10 % เพื่อชดเชยค่าก่อสร้างและรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับ 25 % ขณะเดียวกันเน้นควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง ลดความสูญเสีย เร่งงานก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนด

 

ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ฉบับประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2551

 
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 13 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com