คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
"ในหลวง-ราชินี"บำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ เปิดชมพระเมรุถึง 30 พ.ย.แจกพันธุ์ไม้ประดับ 1 ธ.ค.
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 25 หน้า 
สกู๊ปข่าว / การก่อสร้างพระเมรุ สมเด็จพระพี่นางฯ
 

"ในหลวง-ราชินี"บำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ เปิดชมพระเมรุถึง 30 พ.ย.แจกพันธุ์ไม้ประดับ 1 ธ.ค. 

พระเมรุมาศ

"ในหลวง-ราชินี" บำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ทรงกราบพระบรมอัฐิ-พระอัฐิ ถวายพัดรองที่ระลึก"พระราชาคณะ" เปิดให้ชมพระเมรุ 18-30 พ.ย. เตรียมเปิดตัว2ใน7บุคคลในภาพ สำนักราชเลขาฯ มอบ "ดอกแก้วกัลยา" เป็นที่ระลึก ดอนตุง แจกพันธุ์ไม้ประชาชน1ธ.ค.

"ในหลวง-ราชินี" บำเพ็ญพระราชกุศล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ในการประกอบพิธีพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน โดยเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ และพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ที่เชิญออกประดิษฐาน ณ พระแท่นมุกราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งประดิษฐานในบุษบกทองพระแท่นสุวรรณเบญจดล ทรงกราบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบรมอัฐิที่พระแท่นมณฑลมุก ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชอาสน์

 


ถวายพัดรองที่ระลึก"พระราชาคณะ"

 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงถวายพัดรองที่ระลึกที่งานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แด่สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์รับอนุโมทนา 4 รูป และพระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 10 รูป พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ 30 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์ สดับปกรณ์พระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

 


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา จากนั้นทรงจุดเทียน ดูหนังสือเทศน์พระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่จงกลธรรมาสน์ ระหว่างนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระพรหมเมธี วัดเทพศิรินทราวาส ที่จะถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ทรงธรรม แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมเมธีถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว ถวายอนุโมทนา พระ 4 รูปรับอนุโมทนา พระพรหมเมธีลงมานั่งยังอาสนสงฆ์

 


ทรงกราบพระบรมอัฐิ-พระอัฐิ

 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์และรับอนุโมทนา พระ 5 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 10 รูป ขึ้นนั่งยังพระอาสนสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร ถวายพระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระอัฐิที่พระแท่นมณฑลมุก

 


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุพการีที่หน้าพระแท่นนพปฎลเศวตฉัตร แล้วทรงกราบพระอัฐิสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้ารับเสด็จ ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงลิฟต์ทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

 


มอบ"ดอกแก้วกัลยา" เป็นที่ระลึก

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระราชกุศลพระอัฐิในครั้งนี้ สำนักราชเลขาธิการได้มอบดอกแก้วกัลยา ซึ่งเป็นดอกไม้ประดิษฐ์สีฟ้า จัดทำโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นของที่ระลึกแก่แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน จำนวน 3,000 ดอก ทั้งนี้ ดอกแก้วกัลยาเป็นดอกไม้ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ดอกไม้ประดิษฐ์ซึ่งประดิษฐ์โดยคนพิการในศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพและพัฒนาคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ว่า "ดอกแก้วกัลยา" พระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนพิการและองค์กรคนพิการ

 


ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม เจ้าหน้าที่บริหารงานในพระองค์ ระดับ 5 ฝ่ายพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ผู้ควบคุมและดูแลงานเครื่องสดประกอบพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กล่าวว่า วันนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ได้นำยอดพระจิตกาธานที่เป็นเครื่องสด ในส่วนของดอกไม้สด งานแทงหยวก และงานแกะสลักของอ่อน ซึ่งรวมถึงฟักทองที่แกะสลักพระนามย่อ กว. นำไปจำเริญน้ำ หรือลอยน้ำ ที่กลางแม่น้ำบริเวณท่าราชวรดิฐ ซึ่งพิธีการดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามโบราณราชประเพณี ที่จะนำเครื่องสดพระจิตกาธานไปลอยน้ำหลังจากงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสร็จสิ้นลงไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ทั้งนี้ การลอยน้ำถือว่าเป็นการคืนสู่น้ำ น้ำคือความร่มเย็น มีความหมายเป็นดั่งตัวแทนของสรวงสวรรค์

 


เตรียมเปิดตัว2ใน7บุคคลในภาพ

 


นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการการจัดนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กล่าวถึงกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการโซนสมเด็จเจ้าฟ้าในใจประชา ที่จัดแสดงภาพตามหา 7 บุคคล ใน 6 ภาพ ที่เคยเข้าเฝ้าฯใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่ศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ขณะนี้ได้มีผู้แจ้งว่าเป็นบุคคลในภาพโดยมีหลักฐานที่แน่ชัด 2 ราย โดยรายแรกเป็นคนที่อยู่ในภาพที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงฉายพระรูปร่วมกับบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเป็นคนที่อยู่ด้านซ้ายมือของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวันพระราชทานปริญญา ส่วนรายที่สอง เป็นเด็กที่ใส่เสื้อสีเหลืองที่เข้าไปสวมกอดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยจะมีการเปิดตัวทั้ง 2 บุคคล รวมถึงบอกเล่าความประทับใจที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน หลังนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการ

 


"ยังมีอีกรายหนึ่งที่อ้างเข้ามาว่า เป็นเด็กในภาพที่ทรงฉายพระรูปร่วมกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในขณะที่ทรงสอนเด็กนักเรียน 7 คน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งหากผู้ใดรู้ว่าตนเองเป็นบุคคลในภาพ สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่หมายเลข 0-2559-0505 ต่อ 171 ภายในวันที่  25 พฤศจิกายน" นายกฤษณพร กล่าว

 


ให้ชมพระเมรุ 18-30 พ.ย.

 


นายกฤษณพรยังกล่าวถึงการจัดระเบียบการให้ประชาชนเข้าชมภายในนิทรรศการว่า จะเปิดให้ประชาชนเดินเข้าเป็นแถวเพื่อชมนิทรรศการ โดยมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในส่วนของการชมพระเมรุ จะมีการจัดระเบียบอย่างเคร่งครัดจะให้ประชาชนขึ้นชมพระเมรุเป็นทางเดียว หรือแบบวันเวย์ แล้วลงพระเมรุอีกทางหนึ่ง เพราะเกรงว่า พระเมรุจะรับน้ำหนักไม่ไหว

 


"สำหรับประชาชนที่เดินทางมาชมนิทรรศการ ขอให้โดยสารรถโดยสารประจำทาง เพื่อป้องกันการจราจรหนาแน่น และขอความร่วมมืออย่าเด็ดดอกไม้ เพราะต้องการให้ความสวยงามคงไว้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดนิรรศการ ส่วนในเรื่องของการแต่งกาย ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดไว้ทุกข์ เพราะถือว่าออกทุกข์แล้ว แต่ให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เพราะถือว่าเป็นเขตพระราชฐาน" นายกฤษณพรกล่าว

 


ทั้งนี้ ในส่วนของการเปิดนิทรรศการจะเปิดให้ประชาชนให้ชมในวันที่ 18 พฤศจิกายน หลังจากที่นายกรัฐมนตรีมาเปิดงาน เวลา 15.00 น. แล้ว โดยเปิดให้ชมจนถึงเวลา 21.00 น. และตั้งแต่วันที่ 19-30 พฤศจิกายน สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ส่วนราชรถ ราชยาน ไม่ได้นำมาไว้ที่พระเมรุ แต่ประชาชนสามารถเข้าชมได้ที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 18-30 พฤศจิกายน เวลา 10.00-21.00 น.

 


แจกพันธุ์ไม้ประชาชน1ธ.ค.

 


นายอภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า สศร.ได้ติดตั้งภาพศิลปกรรมพระประวัติ และพระกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ บริเวณทับเกษตรทั้ง 4 หลัง รอบพระเมรุ อีก 80 ภาพ จากเดิมที่ติดตั้งไว้ 4 ภาพ โดยทั้ง 84 ภาพ เป็นผลงานศิลปกรรมของศิลปิน 84 คน ซึ่งพร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่  18-30 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะนำภาพทั้งหมดไปจัดนิทรรศการในของส่วนภูมิภาคทั้ง 4 ภาค

 


"สศร.ได้นำผลงานศิลปกรรมทั้ง 84 ภาพ พิมพ์ 4 สี พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับภาพและศิลปิน จัดพิมพ์เป็นสมุดภาพประกอบนิทรรศการ 300,000 เล่ม คาดว่าจะพิมพ์เพิ่มเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่เข้าชมนิทรรศด้วย นอกจากนี้ ยังได้จัดพิมพ์เป็นหนังสือภาพ 4 สี ปกแข็ง ขนาด 18.5 x 26 เซนติเมตร หนา 204 หน้า จำนวน 20,000 เล่ม แจกให้กับสถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ" นายอภินันท์กล่าว

 


นายประวิทย์ บุญมี ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สำนักงานประสานงาน โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า หลังจากจบนิทรรศการก็จะแจกจ่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ ให้แก่ประชาชนในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.

 


 
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 25 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อคิดเห็นนี้
0087
ผู้แสดงความคิดเห็น  sdfgdfg  [ naraagjag@thaimail.com ]  วันที่ 18-11-2551 13:17:41
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com