.gif) |
|
สวัสดี...ดีๆ สวัสดีปีใหม่ สวัสดีในปีของไทย สวัสดีในปีใหม่เอย ปีที่ผ่านไปแล้ว ให้คลาดให้แคล้วให้มันพ้นภัย...เป็นบทเพลงที่สร้างความรื่นรมณ์ในอารมณ์ให้กับชาวไทยตาดำๆ ได้แทบทุกครั้งที่ได้ยินได้ฟัง ไม่ว่าน้ำมันจะแพงไปซักกี่บาท หรือข้าวสารไม่มีจะกรอกหม้อเพราะแพงเหลือใจ แต่ในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ จะอดใจไม่ฉลองรับวันปีใหม่ เห็นทีจะยอมไม่ได้
|
|
ปีเก่าที่กำลังจะผ่านพ้นไปจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงขอให้ฝันถึงความสุขข้างหน้าว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แม้เพียงแค่ฝันก็ยังเป็นกำลังใจให้ฮึดสู้กับชีวิตต่อไปได้ไม่มากก็น้อย แต่ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับปีนี้คงหนีไม่พ้นต้องผลัก และดันให้มันผ่านพ้นไปก่อน เพราะเพียงแค่เริ่มต้นเดือนพฤศจิกายน จดหมายจากบรรดาคู่ค้าทั้งหลายที่ส่งมาออดอ้อน ให้ช่วยสนับสนุนของรางวัลให้กับทีมงานของลูกค้าในเทศกาลปีใหม่ถูกส่งมาถึงแทบไม่เว้นแต่ละวัน
|
|
แสนดี...อดคิดไม่ได้ว่าทีมงานของตัวเองยังไม่เคยแจก แล้วเหตุใดจึงจะต้องแจกให้ทีมงานของลูกค้าด้วย หากในโลกของความเป็นจริงทำได้แค่เพียงคิด เพราะลายมือชื่อท้ายจดหมายล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีอิทธิพล...ทางการค้าตัวจริง ทั้งเถ้าแก่เนี้ย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายการเงิน ทำให้ไม่อาจปฏิเสธคำร้องขอ ดังกล่าวได้
|
|
ขอมาก็ต้องให้ ทำให้แสนดีต้องสั่งการให้ทีมงานจัดเตรียมของขวัญให้ตามที่ขอ เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 200,000 บาท ...เงินต้องเสีย แต่แลกกับรายได้เสน่หาจากการสั่งซื้อสินค้า ในอนาคตคาดว่าคุ้ม คิดเสร็จไม่ลืมกำชับให้ทีมงานขอใบกำกับภาษี/ ใบเสร็จรับเงินให้ครบถ้วน จะได้นำมาใช้เป็นหลักฐานส่งมอบให้บุญดีนำไปขอคืน และหากนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวนภาษีเงินได้ ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน
|
|
แค่คิด...ก็ผิดไปเรียบร้อยแล้ว แต่เห็นด้วยที่ต้องขอหลักฐานใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน แต่ไม่ใช่เพื่อให้ใครดูและพิสูจน์หลักฐานว่าจ่ายจริงคงหนีไม่พ้นจริงใจ...ขาใหญ่ประจำสำนัก เพราะเรื่องค่าของ...ขวัญ คุณสรรพ์...แกส่ายหน้าเป็นพัดลม บอกอย่างเดียวว่าไม่เกี่ยว ไม่ข้องอย่านำมาบรรทึกเป็นรายจ่าย หรือขอคืนเด็ดขาด เพราะจะโดนเด็ดชีพ...ซึ่งบุญดีก็เห็นดีด้วย เพราะเคยเห็นหลักฐานในที่เกิดเหตุระบุไว้อย่างชัดเจนว่า
|
|
มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวนกำไรสุทธิ
(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณะประโยชน์ตามที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
|
|
ฟ้าเบื้องบนกำหนดไว้อย่างชัดเจน และเมื่อย้อนกับมาดูการให้ในครั้งนี้ คงจะต้องบอกว่าเป็นการให้โดยเสน่หาอย่างแท้จริง เพราะผู้รับเหมาไม่ได้ทำคุณประโยชน์อื่นใดให้กับแสนดีเป็นการตอบแทน แม้สักนิดเข้าเกณฑ์ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน หรือเสน่หาอาลัยอย่างแท้จริงยังไม่พอ นอกเหนือจากมีคำสั่งว่าห้ามหักเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว ไปดูฟากของภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อของขวัญกันอีกครั้ง จะพบความจริงที่ว่า...ภาษีซื้อที่จ่ายไปห้ามขอคืนอีด 1 ดอก เพราะ
|
|
มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวนภาษีตามมาตรา 82/3
(3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ของผู้ประกอบการตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกำหนด
|
|
เฉียดไป...เฉียดมา แต่คงพอทำให้บุญทิ้งเข้าใจได้ชัดเจนว่า...ในตอนที่จ่าย เงินล่วงหน้าให้กับผู้รับเหมา...บุญทิ้ง ต้องทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย...ทันที และเมื่อผู้รับเหมาเรียกเก็บค่างวดในแต่ละงวด บุญทิ้ง...ยังคงต้องทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพียงแต่สามรถนำเงินล่วงหน้าที่จ่ายไว้มาหักออกจากเงินค่างวดที่ต้องจ่ายชำระ...ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย...เพื่อไม่ให้เกิดการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ซ้ำซ้อนกัน...เพื่อให้เข้าใจได้อย่างครบถ้วน บุญดีขอหยิบยกเงื่อนไขที่บุญทิ้งเจรจาไว้กับผู้รับเหมามาชี้ให้เห็นช่องโหว่กันแบบจะจะ...
|
|
เจ็บไม่พอ...จะขออีกสักที เพราะภาษีซื้อก็ขอคืนไม่ได้ แถมทั้งค่าของขวัญ และค่าภาษีที่จ่ายไปก็ไม่สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวนภาษีได้...เรียกว่า...เจ็บซ้ำ เจ็บซ้อน เจ็บลึกจริงๆ ยืนยันความเจ็บให้มันด้านชาไปเลยว่า
|
|
“กรณีบริษัทฯ จ่ายเงินสนับสนุนให้แก่ลูกค้าเพื่อจัดงานปีใหม่ เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายอันมี ลักษณะเป็นการให้โดยเสน่หา และไม่ใช่รายจ่ายเพื่อกิจการการค้าของบริษัทฯ โดยเฉพาะ จึงนำมาถือเป็นรายจ่ายไม่ได้ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร... (กค 0706/5823 : 13 มิถุนายน 2550)
|
|
หากแสนดีไม่ยอมจำนน จะโต้เถียงว่ารายจ่ายเกี่ยวกับของขวัญ ถือเป็นรายจ่ายเกี่ยวกับการรับรอง อันนี้ไม่อยากขัดแต่อยากให้เหลือบดูประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 17 กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่ารับรองไว้ชัดเจนว่า
|
|
ข้อ 5 ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ตามมาตรา 82/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
(ก) ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่าย เพื่อการรับรอง หรือให้บริการแก่บุคคลใดๆ และไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน
(ข) ค่าสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการตาม (ก) และบุคคลอื่น
|
|
ถูกทุกข้อ เอ๊ย ข้อ ก. ไก่ ข้อเดียวก็ม้วยมรณาแล้ว เพราะคำสั่งระบุชัดเจนว่า จะต้องเป็นรายจ่ายเพื่อการรับรอง แต่เงินที่ควักจ่ายออกไป...ดูเหลี่ยมไหนมุมไหนก็ไม่ให้มีใครรับรองใคร...แต่เอาเป็นว่าหากหลักฐานในที่เกิดเหตุและปากคำจากปากของแสนดีบอกว่าป็นการเลี้ยงรับรอง...บุญดีขอครุ่นคิดก่อนว่าเป็นค่ารับรองจริงหรือไม่ หากใช่
|
|
- ภาษีซื้อเกี่ยวกับค่ารับรองก็ยัง...ขอคืนไม่ได้ แต่หักเป็นค่าใช้จ่ายได้
- รายจ่ายเกี่ยวกับของขวัญ ถือเป็น ค่ารับรอง แต่ไม่เกิน 2000 บาทต่อคนต่อครั้ง
- รายจ่ายเกี่ยวกับค่ารับรอง ไม่เกิน 0.3 % ของรายได้ หรือทุนจดทะเบียน แล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า และไม่เกิน 10 ล้านบาท
|
|
ขณะที่หากบันทึกเป็น เงินสนับสนุนปีใหม่...จะโดนสองเด้ง เอาไว้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะประกาศให้ทราบ ตอนนี้ขอไปตรวจสอบถุงเท้าที่ปลายเตียงก่อนว่ามี...ของขวัญชิ้นใหญ่อยู่ข้างในหรือเปล่า
|
|
ด้วยรัก
นายภาษี
|