คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
เรียน MBA ต่อยอด 'วิศวะ'
หน้าที่ 11 จากทั้งหมด 13 หน้า 
สกู๊ปข่าว / ไฮไลท์ Weekend
 

“จบวิศวะฯ มาจะไปทำงานอะไรก็ได้ เพราะเราถูกสอนมาให้คิดการใหญ่”

"มนตรี ศรไพศาล" ศิษย์เก่าคนดัง รุ่น 24 ที่ผันตัวเองมาทำงานในห้องสี่เหลี่ยมและมีจอหุ้นอยู่ข้างหน้า แทนที่จะออกไปคุมไซต์งานอยู่ข้างนอก เพราะทนความเย้ายวนของตลาดทุนในขณะนั้นไม่ไหว 

มนตรีซึ่งเคยสอบเข้าคณะวิศวะ จุฬาฯ ด้วยคะแนนสูงสุดของประเทศ แสดงความคิดเห็นว่า การเรียนวิศวะ เมื่อจบออกมาจะถูกจำกัดให้แคบอยู่เพียงแค่การผลิต ก่อสร้าง และควบคุม เท่านั้น ทั้งที่จริงๆ แล้วสามารถนำวิชาความรู้ไปทำอะไรได้มากมาย
 

บัณฑิตในรุ่นนั้นที่จบออกมาหลายคนจึงต้องต่อยอดองค์ความรู้ด้วยการเรียนต่อเอ็มบีเอซึ่งเป็นกระแสที่เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงแรกๆ 

“เศรษฐกิจไทยตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น วิศวกรหลายคนที่เรียนต่อด้านบริหารก็หันไปเป็นผู้บริหารกันเยอะ หรือไม่ก็ออกมาตั้งบริษัทเองเลย” 

ถือเป็น "พิมพ์นิยม" ของบัณฑิตวิศวกรรมยุคปัจจุบันที่หลายคนตั้งธงไว้กับตัวเองว่า เมื่อสั่งสมประสบการณ์ทำงานได้ระยะหนึ่ง จะต้องเรียนต่อเอ็มบีเอ เพื่อโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารในอนาคตหรือโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจเอง

อย่างเช่น "ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" ที่ได้ทุนธนาคารกสิกรไทยไปศึกษาต่อเอ็มบีเอ เมื่อจบกลับมาใช้ทุนของแบงก์ ก็ออกมาเป็นนายตัวเองด้วยการเปิดบริษัทแอสเซท พลัสฯ และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บล. เอเซีย พลัส 

โดยขณะนี้ดร.ก้องเกียรติ ได้นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นและนั่งเก้าอี้เป็นประธานกรรมการบริหาร 

“จบปริญญาตรีวิศวะฯ อย่างเก่งก็ได้แค่ทำงานอยู่ไซต์งาน แต่ถ้าจบเอ็มบีเอมาอาจมีโอกาสได้นั่งแท่นเป็นผู้บริหาร หรือจะออกมาตั้งบริษัทเองก็ได้” เป็นเสียงสะท้อนจากบัณฑิตวิศวะฯส่วนหนึ่ง


เหตุผลสำคัญนอกเหนือจากการมาเรียนเอ็มบีเอเพื่อสร้างดีกรีและองค์ความรู้ในการบริหาร การสมัครเข้าเรียนเพื่อมาสร้าง “สายสัมพันธ์” หรือคอนเนคชั่นระหว่างเพื่อนร่วมรุ่นด้วยกัน เพื่อจะได้รู้จักและช่วยเหลือกันในธุรกิจ ดูจะเป็นค่านิยมไม่แพ้การมาหาวิชาความรู้ไปเสียแล้ว


และดูจะเป็น “สูตรสำเร็จ” ของนักบริหารระดับสูงหรือทายาทธุรกิจตระกูลดัง ถ้าอยากได้ Business Connection ต้องมาหาที่สถาบัน “ศศินทร์” เท่านั้น


ทั้งนี้เพราะรูปแบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนที่ศศินทร์ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาได้ทำความรู้จักกันทั่วถึง เริ่มตั้งแต่จำนวนนักศึกษาแต่ละรุ่นที่รับเพียงแค่ 40-60 คน รวมถึงการเรียนที่มุ่งเน้น Case Study และทำรายงานกลุ่มร่วมกัน มากกว่านั่งเลคเชอร์ตามอาจารย์


ทั้งหมดนี้ทำให้ความสัมพันธ์ในคลาสแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น


ขณะที่ "อดิศร เสริมชัยวงศ์" ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ร่ำเรียนทางด้านวิศวะฯ และออกไปทำงานเป็นวิศวกรตามสายงานที่เรียนมา ก่อนที่จะเข้าเรียนเอ็มบีเอที่ศศินทร์ ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เพราะหลังจากจบด้านการเงินออกมาแล้ว ก็มีโอกาสได้ทำงานเป็น “ผู้จัดการกองทุน” ให้กับ GIC ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ และไต่เต้าขึ้นมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ บริหารกองทุนภายใต้การจัดการนับ “สามแสนล้าน”


ความสามารถรอบตัวและความกว้างขวางของ "อดิศร" เตะตา "วิชิต สุรพงษ์ชัย" ถึงขั้น “โปรโมท” ให้ขึ้นเป็นซีอีโอ บล. ไทยพาณิชย์ มาแล้ว ก่อนที่จะกลับมาเป็นนายแบงก์ในเวลาต่อมา


ปัจจุบัน อดิศร ยังนั่งตำแหน่ง นายกสมาคมศิษย์เก่า ศศินทร์ และเป็นผู้เริ่มต้นกิจกรรมพบปะรุ่นพี่กับรุ่นน้องเพื่อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าให้มีความสนิทชิดเชื้อกัน

 
หน้าที่ 11 จากทั้งหมด 13 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com