หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|คลังรูป|ห้องสนทนา|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง

 
| More
ไม่พบข้อมูล
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2554
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2554
» ประจำเดือน  มกราคม 2554
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2553
» ประจำเดือน  กันยายน 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2553
» ประจำเดือน  มีนาคม 2553
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2553
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2552
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2552
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2552
» ประจำเดือน  เมษายน 2552
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2552
» ประจำเดือน  มกราคม 2552
» ประจำเดือน  ธันวาคม 2551
» ประจำเดือน  พฤศจิกายน 2551
» ประจำเดือน  ตุลาคม 2551
» ประจำเดือน  กันยายน 2551
» ประจำเดือน  สิงหาคม 2551
» ประจำเดือน  กรกฎาคม 2551
» ประจำเดือน  มิถุนายน 2551
» ประจำเดือน  พฤษภาคม 2551
» ประจำเดือน  เมษายน 2551
» ประจำเดือน  มีนาคม 2551
» ประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2551
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
 
ผลประโยชน์ 15.2 ล้านล้าน โครงข่ายรถไฟฟ้า 12 สี พลิกโฉมระบบขนส่ง 'กทม.'
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 32 หน้า 
สกู๊ปข่าว/พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
 

ผลประโยชน์ 15.2 ล้านล้าน โครงข่ายรถไฟฟ้า 12 สี 
พลิกโฉมระบบขนส่ง 'กทม.'




โครงการศึกษาปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลถูกจัดทำขึ้นมาเพื่อทบทวนโครงการตามแผนแม่บทการขนส่งมวลชนระบบรางในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) แลพื้นที่ต่อเนื่อง (URMAP) ฉบับแรกตั้งแต่ปี 2537 เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแผนดังกล่าว จึงต้องนำมาปัดฝุ่นทบทวนใหม่อีกครั้ง


ขณะเดียวกันยังต้องมีการทบทวนความเหมาะสมของโครงข่ายการขนส่งมวลชนระบบราง และรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ รวมถึงการศึกษาในด้านอื่นๆ ที่จำเป็น ซึ่งตามแผนดังกล่าวกำหนดว่าภายในปี 2572 เมืองไทยจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งระบบรวม 486.9 กิโลเมตร 312 สถานี มูลค่าการลงทุน 838,300 ล้านบาท


จึงถือว่าเป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่มีบทบาทความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะมีการประเมินผล ประโยชน์ทางเศรษฐกิจตลอดอายุโครงการ พ.ศ. 2557-2591 ที่ให้ผลตอบแทนมากถึง 15.2 ล้านล้านบาท สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.) ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการแปลงแผนมาสู่การปฏิบัติ จึงจัดสัมมนารับฟังความเห็นข้อเสนอแนะ และความต้องการของประชาชนครั้งที่ 2 ขึ้น

++12 สี ลงทุนกว่า 8 แสนล้าน


ตามแผนแม่บทระยะ 20 ปี (พ.ศ.2553-2572) ระบบขนส่งมวลชนทางรางของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะถูกพลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยโครงข่ายเส้นทางครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 700 ตร.กม. มีประชาชนในเขตพื้นที่ถึง 5.13 ล้านคน จำนวนเส้นทางรถไฟฟ้ารวม 487 กม. 


ประกอบด้วย

1.   สายสีแดงเข้ม ธรรมศาสตร์ -มหาชัย ระยะทาง 85.3 กม.
2.   สายสีแดงอ่อน ศาลายา-หัวหมาก 58.5 กม.
3.   รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ช่วงพญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ 28.5 กม.
4.   สายสีเขียวเข้ม ลำลูกกา-สมุทรปราการ-บางปู ระยะทาง 66.5 กม.
5.   สายสีเขียวอ่อน ยศเส-บางหว้า 15.5 กม.
6.   สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระและหัวลำโพง-บางแค-พุทธมณฑล ระยะทาง 55 กม.
7.   สายสีม่วง บางใหญ่ -ราษฎร์บูรณะ และแคราย-ปากเกร็ด ระยะทาง 49.8 กม.
8.   สายสีส้ม บางบำหรุ -มีนบุรี ระยะทาง 32 กม.
9.   สายสีชมพู ปากเกร็ด -มีนบุรี ระยะทาง 29.9 กม.
10. สายสีเหลือง ลาดพร้าว - สำโรง ระยะทาง 30.4 กม.
11. สายสีเทา วัชรพล -สะพานราม 9 ระยะทาง 26 กม. และ
12. สายสีดำ ดินแดง -สาทร ระยะทาง 9.5กม. ใช้งบประมาณการลงทุน 838,300 ล้านบาท และรองรับผู้โดยสารเดินทางกว่า 7.7 เที่ยวต่อวัน

          
            ++ผลประโยชน์15.2ล้านล้าน


จากการวิเคราะห์ผลประโยชน์ของรถไฟฟ้าทั้ง 12 สีตลอดอายุโครงการ 35 ปี (พ.ศ.2557-2591) พบว่าจะให้ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจมากถึง 15.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าประหยัดเวลาในการเดินทาง 8.7 ล้านล้านบาท ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้ยานพาหนะ 3 ล้านล้านบาท การประหยัดมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 1.6 ล้านล้านบาท และประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านสิ่งแวดล้อมในการกำจัดมลพิษที่เกิดขึ้น 1.9 ล้านล้านบาท


แต่หากประเมินกรณีดำเนินการก่อสร้างตามแผน 20 ปี โดยไม่รวมผลของมาตรการสนับสนุนอื่นๆ ในปี 2562 ก็จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ารวม1.06 แสนล้านบาท ส่วนในปี 2572 จะมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ารวม 2.53 แสนล้านบาท ในการคิดที่อัตราราคาน้ำมันคงที่ 28 บาทต่อลิตร

           ++แนะสร้างพร้อมกัน 12 สี


มุมมองของรศ.มานพ พงศทัต อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นว่าการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งหมดควรดำเนินการไปพร้อมกัน แต่แบ่งสายแต่ละเส้นทางออกเป็นเฟสๆ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกันในทุกเส้นทาง พร้อมกับเสนอให้สร้างเส้นทางสายที่ 13 สาย สุวรรณภูมิ-ท่าเรือคลอง เตย-สนามบินดอนเมือง เพื่อเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 2 สนามบิน


ขณะเดียวกันการวางเส้นทางโครงข่ายของเส้นทางรถไฟฟ้า ก็ควรจะคำนึงถึงการวางผังเมืองรวมของ กรุงเทพมหานคร ที่อีก 2 ปีข้างหน้าที่จะมีการปรับเปลี่ยนใหม่ด้วย ที่สำคัญการวางระบบขนส่งมวลชนแบบรางจะต้องดำเนินการทั้ง 3 ระบบ คือ บนดิน ลอยฟ้า และใต้ดิน เชื่อมโยงกัน และจะต้องเชื่อมโยงกับ 6 จุดศูนย์กลางความเจริญเติบโตของเมือง ได้แก่ จตุจักร, ศูนย์ราชการ, มักกะสัน, ตากสิน, พระราม 3 และเกาะรัตนโกสินทร์

++ก.คลังหนุนเอกชนร่วมทุน


นายธีรัชย์ อัตนาวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารการระดมทุนโครงการลงทุนภาครัฐ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เสนอให้เอกชนเข้ามามีบทบาทต่อการลงทุนภาครัฐ โดยในโครงการขนาดใหญ่ ภาครัฐอาจจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเอกชนเป็นผู้บริหารการจัดการเดินรถ เป็นต้น ซึ่งรูปแบบการสัมปทานอาจจะต้องมองหารูปแบบใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน เช่น รัฐรับความเสี่ยงทางด้านค่าโดยสารแทนเอกชน หรือการที่รัฐบาลกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ผู้เดินทางรับได้ หรือการใช้นโยบายตั๋วร่วม เป็นต้น


หากให้เอกชนเข้ามามีส่วนในการลงทุนจะช่วยลดภาระการลงทุนภาครัฐ แม้ว่าจะมีงบประมาณแต่ก็มีข้อจำกัดการใช้ ส่วนการกู้เงินจากต่างประเทศ รัฐบาลก็ต้องบริหารหนี้สาธารณะให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม


            ++"โสภณ"สั่งเร่งสายชมพู-ส้ม


สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าเร่งด่วนที่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คือ สายสีชมพู ช่วงปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 29.9 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นเส้นทางที่จะตัดผ่านศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ที่กำลังจะเปิดให้บริการในกลางปีหน้า และสีส้ม ช่วงบางบำหรุ-มีนบุรี ระยะทาง 32 กิโลเมตร


ด้วยเหตุของการจราจรที่คับคั่งอย่างหนักของถ.รามคำแหง จึงต้องเร่งรัดให้สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ปรับปรุงรายละเอียดและเรียงลำดับความสำคัญทั้ง 12 เส้นทาง ให้มีความเหมาะสมโดยเร็ว หากได้รับความเห็นชอบก็เตรียมให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำงบประมาณที่ใช้ศึกษารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายวงแหวนรอบในจำนวน 400 ล้านบาท มาศึกษาทั้ง 2 เส้นทาง


แม้ว่าโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 12 สายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้ามหานครกรุงเทพชนิดหน้ามือเป็นหลังมือจากปัจจุบันที่เป็นอยู่ แต่มูลค่าการลงทุนที่มหาศาลขนาดนี้ ก็คงต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบที่สุด ที่สำคัญผลกระทบกับผู้โดยสาร อย่างอัตราค่าโดยสารที่ยังไม่ได้กำหนดออกมาว่าจะเก็บในอัตราเท่าไร และอีกสารพันคำถามที่รอคำตอบ ซึ่งผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะรัฐบาลคงต้องให้ความกระจ่าง และสร้างความเข้าใจโดยเร็ว

 


อ้างอิง :จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2446 23 ก.ค.  - 25 ก.ค. 2552 







 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 32 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่าน้ำจะท่วมในปี 2555 นี้เหมือนปีที่แล้วหรือไม่ ?
 
 
ไม่เกิดขึ้นแน่นอน
เกิดขึ้นแน่นอน
ไม่แน่ใจ
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007-2011 All Right Reserved. thaicontractors.com