คำค้นหา 
  หน้าแรก|บล๊อก|ข่าว|เว็บบอร์ด|บทความ Download|ประกาศย่อย|VDO|คลังรูปภาพ|ห้องสนทนา|แผนที่|ผลสำรวจ|ทำเนียบเว็บไซต์|พจนานุกรมศัพท์ช่าง|โฆษณา
 
แนะนำเว็บไซต์ให้เพื่อน
แนะนำติชมเว็บไซต์
ห้องสนทนา
วิเคราะห์ความแข็งแรงของดินไม่อิ่มตัว
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
ประสบการณ์งานดิน / วิเคราะห์ความแข็งแรงของดินที่ไม่อิ่มตัว
 

รศ.ดร.วรากร ไม้เรียง

ความแข็งแรงของดินไม่อิ่มตัวเพื่อการวิเคราะห์ความมั่นคงของลาดเขา
UNSATURATED SOIL STRENGTH FOR MOUNTAIN SLOPE STABILITY ANALYSIS

วรากร ไม้เรียง (Warakorn Mairaing)
รองศาสตราจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน Email: fengwkm@ku.ac.th

นงลักษณ์ ไทยเจียมอารีย์ (Nonglak Thaijeamaree)
ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

บทคัดย่อ : แผ่นดินถล่มเป็นภัยพิบัติที่ทำความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินซึ่งนับวันยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลาช่วง 10-20 ปีมานี้ ฝนตกหนักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดินบริเวณพื้นที่ภูเขาถล่มโดยการทำดินชุ่มน้ำ ในต้นฤดูฝนดินไหล่เขาที่ไม่อิ่มตัวและอยู่เหนือระดับน้ำใต้ดินมีแรงดันน้ำเป็นลบหรือเป็นแรงดูด(Suction)สูงจะยังคงมีความมั่นคง เมื่อความชื้นในมวลดินสูงขึ้นจากทฤษฎีของหน่วยแรงประสิทธิผล จะพบว่าความแข็งแรงของดินก็จะลดลงตามความชื้นในมวลดินที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมนี้เกิดจากการทำลายแรงดูดของน้ำและอากาศในช่องว่างระหว่างเม็ดดิน การศึกษาความแข็งแรงของดินภูเขาที่ไม่อิ่มตัวในประเทศไทยยังมีน้อยมากจึงได้มีการสำรวจและทดสอบดินเป็นกรณีตัวอย่าง จากการเกิดพิบัติดินถล่มที่ลุ่มน้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตัวอย่างดินคงสภาพที่ระดับความลึกและสภาพทางธรณีวิทยาต่างๆได้ถูกเก็บมาทดสอบที่สภาวะความชื้นในดินที่แตกต่างกันโดยวิธี Multi-stage Direct ShearTest พบว่าเมื่อความชื้นเกินกว่าร้อยละ 85 โดยน้ำหนักแล้วความเชื่อมแน่นจะสลายไปจนหมด และความแข็งแรงของดินจะสามารถแทนด้วยระนาบ 3 มิติ คล้ายทฤษฎีของ Mohr-Coulomb หากมีการเพิ่มอัตราส่วนความอิ่มตัวเป็นแกนตัวแปรอิสระขึ้น ผลของการศึกษาทำให้สามารถวิเคราะห์ความมั่นคงของลาดเขาที่ปริมาณน้ำฝนต่างๆได้และสามารถนำมาสร้างเป็นกราฟแสดงขอบเขตปริมาณน้ำฝนวิกฤตซึ่งจะใช้ในการวัดติดตามความเข้มของน้ำในสนามและเตือนภัยการเกิดแผ่นดินถล่มได้ล่วงหน้า
 
 
ABSTRACT : Landslides are the natural hazards causing loss of lives and casualties especially for Thailand during the last 10-20years. Normally heavy rains on the mountainous area are among the triggering factors. When rainy season started, unsaturated soil with high suction is still stable. The soil strength is decreased as the soil saturation increased due to percolating water. This behavior cause by the diminishing of the suction within the soil mass according to the theory of effective strength. Study of unsaturated soil strength in Thailand is very limited, thus the landslide on Nam Kor watershed area, Lum Sak, Phetchabun is set for the study case.The undisturbed soil samples from various depths and geology were obtained. And the soil strengths by multi-stage direct shear tests at the different water contents were performed. The results show that when percent of water contents in soil were more than 85, the soil cohesion is neglected. The soil strength can be represented by 3-D plane similar to Mohr-Coulomb Envelopes with the saturation ratio as the additional axis. This study also shows that the landslide prediction and warning can be done by using critical rainfall envelope calculated by various patterns of possible rainfall associated with stability analyses of the slopes on this location.

KEYWORDS : Landslide prediction, unsaturated soil, critical rainfall, Nam Kor watershed area.
 
1. ภัยพิบัติของดินถล่มจากลาดเขาเมื่อฝนตกหนัก
1.1 ความเสียหายจากดินถล่มเนื่องจากฝนตกหนักดินถล่มจากลาดเขาเมื่อฝนตกหนักถือเป็นภัยพิบัติที่ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อมนุษย์ ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เปรู บราซิล จีน อินเดีย เนปาล พิลิปปินส์ ฮ่องกง เป็นต้น ล้วนเป็นประเทศที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเกือบทุกปี Christopher Kilburn (www.ucl.ac.uk/geolsci/runout)   ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายจากแผ่นดินถล่มในรอบปีไว้ดังในรูปที่ 1

  
 
รูปที่ 1ประเมินมูลค่าความเสียหายจากแผ่นดินถล่มในแต่ละปี  (www.ucl.ac.uk/geolsci/runout)

 
ในประเทศไทยในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาก็ได้รับความเสียหายไม่น้อยเช่นกันและนับวันดูเหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องมาจากการตั้งถิ่นฐานของประชาชนเข้าไปอยู่ในเขตที่มีอันตรายจากแผ่นดินถล่มมากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการพัฒนา ตารางที่ 1 เป็นตัวอย่างเหตุการณ์จากแผ่นดินถล่มและน้ำหลากอย่างรุนแรงในประเทศไทย
 
ตารางที่ 1 ตัวอย่างความเสียหายจากแผ่นดินถล่ม (วรากร และคณะ, 2546)

ช่วงเกิดเหตุการณ์
พื้นที่
ผู้เสียชีวิต
 
พฤศจิกายน 2513
อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์
12
 
มกราคม      2518
 
อ.ร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช
58
ธันวาคม      2525
กิ่งอ. ศรีพรรพต จ.พัทลุง
4
 
พฤศจิกายน 2531
 
อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช
>200
สิงหาคม      2542
 
อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
1
พฤษภาคม   2544
 
อ. วังชิ้น   จ. แพร่
> 30
สิงหาคม     2544
 
อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
135


1.2 แนวทางการแก้ไขและการวิจัยที่ดำเนินการในปัจจุบันเมื่อเกิดฝนตกหนักและแผ่นดินถล่มเกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำในหุบเขามักจะไม่มีการเตือนภัยหรือการแจ้งเตือนที่ไม่ทันเหตุการณ์โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนจึงเกิดความเสียหายที่ค่อนข้างรุนแรง ปริมาณน้ำฝนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการพิบัติเนื่องจากเมื่อซึมลงในชั้นดินจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางกลศาสตร์ของดินคือลดความแข็งแรง เพิ่มแรงดันน้ำในมวลดิน และทำให้เกิดการพองตัว เป็นต้น งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินถล่มในประเทศไทย ยังถึงว่ามีการดำเนินการน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศและมักจะทำการวิจัยภายหลังเกิดการพิบัติครั้งใหญ่และลดน้อยลงเมื่อไม่มีการพิบัติช่วงต่อๆ มาวรากรและคณะ (2546) ได้สรุu3611 _งานวิจัยที่เกี่ยวข้องไว้เป็น 4 กลุ่มคือ
1. งานวิจัยเพื่อวิเคราะห์สภาพและสาเหตุของการเกิดแผ่นดินถล่ม
2. งานวิจัยเพื่อปรับปรุงลาดดินให้มีความมั่นคงมากขึ้น
3. งานวิจัยเพื่อการจัดทำพื้นที่เสี่ยงภัย
4. งานวิจัยเพื่อหาแนวทางในการบรรเทาสาธารณภัยธรรมชาติจากแผ่นดินถล่ม 
โดยยังไม่มีการวิจัยเชิงพื้นฐานทางปฐพีกลศาสตร์ที่สามารถบอกถึงสาเหตุทางกลศาตร์ที่ก่อให้เกิดการพิบัติของลาดดินได้การวิจัยลักษณะดังกล่าวซึ่งต้องศึกษาพฤติกรรมทางกลศาสตร์และความแข็งแรงของดินลาดเขาที่ไม่อิ่มตัวและมีการเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากความชื้นจากการไหลซึมของน้ำฝนลงสู่มวลดิน
 
1.3 วัตถุประสงค์ในการศึกษาความแข็งแรงของดินไม่อิ่มตัวเพื่อเป็นพื้นฐานที่จะคาดการณ์การพิบัติของดินลาดเขาโดยการวิเคราะห์ความมั่นคง (Stability analysis) และนำไปสู่การเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต การศึกษาความแข็งแรงของดินไหล่เขาที่ไม่อิ่มตัวจึงมีความจำเป็น โดยการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้
1. ศึกษาวิธีการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินในสนามที่เหมาะสม
2. ศึกษาความแข็งแรงของดินธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามร้อยละของความอิ่มตัวต่างๆ กันที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างฝนตกหนัก
3. ศึกษาแนวทางการวิเคราะห์ความมั่นคงดินลาดเขาในรูปแบบของฝนต่างๆ ทั้งความเข็มและช่วงเวลาฝนตก
 

2. คุณสมบัติทางวิศวกรรมของดินไม่อิ่มตัว
 
2.1 บทบาทของดินไม่อิ่มตัวต่อความมั่นคงของลาดดินลาดดินไหล่เขาโดยเฉพาะมวลดินที่อยู่ส่วนบนเหนือกว่าระดับน้ำใต้ดินจะอยู่ในสภาวะไม่อิ่มตัวดังนั้นจะมีความดันน้ำที่เป็นลบ (Negative Pore Pressure) เนื่องแรงตึงผิวของความชื้นที่เกาะอยู่ระหว่างเม็ดดินโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ซึ่งจะเป็นตัวการที่เพิ่มความแข็งแรงของดินดังนั้นจะสังเกตเห็นว่าลาดดินตัดใหม่จะยังมั่นคงอยู่ได้แม้จะมีความชันมากดังแสดงในรูปที่ 2 แต่เมื่อมีฝนตกหรือระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้นความดันที่เป็นลบนี้จะถูกทำลายไปและอาจกลับเป็นความดันน้ำที่เป็นบวก (Positive Pore Pressure) ดังนั้นลาดดินดังกล่าวจะเกิดการพังทะลายได้ในช่วงที่มีฝนตกหนักและความชื้นในมวลดินสูงขึ้น
 

รูปที่ 2 ลาดดินธรรมชาติหรือที่กัดเซาะเป็นแนวดิ่ง
 
Fredlund and Rahardjo (1993) ได้ตั้งเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของลาดดินธรรมชาติที่ไม่อิ่มตัวไว้ดังนี้
 
1. ความดันน้ำในมวลดินจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในขณะที่ฝนตกเป็นระยะเวลานานๆและจะสามารถทำนายค่าความดันน้ำดังกล่าวได้อย่างไร
2. ตำแหน่งของผิวที่มีโอกาสพิบัติจะเปลี่ยนแปลงไปจากผลของฝนตกหรือไม่
3. ถ้าไม่นำความดันน้ำที่เป็นลบมาคิดจะมีผลต่อการวิเคราะห์ความมั่นคงของลาดดินหรือไม่
4. อัตราส่วนปลอดภัยที่วิเคราะห์ได้จะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาและฤดูกาลอย่างไร
5. จะมีการเคลื่อนตัวด้านข้างของลาดดินที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงความดันน้ำหรือไม่
 
 
2.2 ทฤษฎีของหน่วยแรงประสิทธิ์ผลของดินไม่อิ่มตัวตามทฤษฎีของหน่วยแรงประสิทธิ์ผลของ Terzaghi (1943)กำลังรับแรงเฉือนของดินอิ่มตัวที่อยู่ใต้ระดับน้ำจะขึ้นอยู่หน่วยแรงประสิทธิ์ผลที่ส่งผ่านในเนื้อดินและความเหนียวของดิน
 
τ = c + (σn + u) tan φ (1)
เมื่อ τ = Effective shear strength, c = Cohesion
σ = Total stress, u = Pore pressure,
φ = Angle of internal friction
 
ส่วนของชั้นดินที่อยู่เหนือระดับน้ำใต้ดิน (Vadose zone) จะประกอบทั้งดินอิ่มตัว (Capillary saturated zone) และดินที่ไม่อิ่มตัว(Unsaturated zone) ดังรูปที่ 3 หากไม่มีน้ำซึมลงมาหรือระเหยขึ้นไปจากผิวดินและระดับน้ำใต้ดินคงที่แล้วเส้นแรงดันน้ำจะสมดุลที่เส้น (1) ในขณะที่เส้น (2) และ (3) หมายถึงมีการระเหยในฤดูแล้งและมีน้ำซึมลงในฤดูฝนตามลำดับ ทั้งสามกรณีจะมีแรงดันน้ำที่เป็นลบทั้งสิ้น

 

                                 รูปที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของความดันน้ำเหนือระดับใต้ดิน

 
เมื่อพิจารณาความแข็งแรu3591 _ประสิทธิผลของดินที่ไม่อิ่มตัวซึ่งมวลดินก็จะประกอบด้วย เนื้อดิน (Solid) น้ำ (Water) อากาศ (Air)และผิวบางที่กั้นระหว่างน้ำและอากาศ (Contractile skin) ดังนั้นแรงดันในโพรงระหว่างเม็ดดินจึงประกอบด้วยแรงดันของทั้งน้ำ(uw) และอากาศ (ua) ผสมอยู่ด้วยกัน Bishop (1959) เสนอสมการกำลังรับแรงเฉือนประสิทธิผลของดินไม่อิ่มตัวในรูปแบบเดียวกับของ Terzaghi ไว้ดังนี้

 
ในขณะที่ Fredlund et al. (1978) เสนอความสัมพันธ์ของกำลังรับแรงเฉือนของดินเป็นเทอมที่เกี่ยวข้องกับ ความเหนียวแรงเสียดทานจาก net normal stressและ แรงเสียดทานจากmatric suction เป็น

 

 

 
3. การสำรวจและทดสอบดินไม่อิ่มตัว
 
3.1 การสำรวจและเก็บตัวอย่างดินในสนาม
การสำรวจและเก็บตัวอย่างดินลาดเขาโดยเฉพาะที่เกิดการพิบัติจากฝนตกหนักในพื้นที่รับน้ำจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่ซึ่งส่วนมากจะต้องใช้วิธีการเดินเท้าและนำเครื่องมือเท่าที่จำเป็นเข้าไปเท่านั้น การเตรียมการก่อนเข้าพื้นที่สำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะการศึกษาเส้นทางและบริเวณการเกิดดินถล่มจาก แผนที่ทหาร แผนที่กลุ่มดิน แผนที่ธรณีวิทยาและภาพถ่ายดาวเทียม ได้มีการประยุกต์จากคำแนะนำของ
Geotechnical Control Office (GCO, 2000) ของฮ่องกง มาใช้ในการดำเนินการ โดยจะยกกรณีศึกษาของ พื้นที่บริเวณลุ่มน้ำก้อต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.ชัยภูมิ
 
การสำรวจพื้นที่ภูมิประเทศบริเวณดินถล่มจะต้องมีการคัดเลือกพื้นที่ที่เป็นตัวแทนของการถล่มทั้งบริเวณได้โดยการพิจารณาทั้งลักษณะทางธรณีวิทยา ภูมิประเทศ สภาพพืชปกคลุมและทางน้ำ แล้วทำการสำรวจภูมิประเทศโดยสำรวจด้วยกล้องสำรวจและกำหนดจุดการเก็บตัวอย่างดินในสนาม โดยตำแหน่งของการเก็บตัวอย่างต้องสามารถเป็นตัวแทนของดินที่มีการพิบัติแล้วหรือดินเดิมตามธรรมชาติได้ ดังเช่นแสดงในรูปที่ 5 ก และ 5 ข

 

                                               (ก) ลาดดินถล่มบริเวณลำน้ำแสนสุระ



                            (ข) วิธีการสำรวจด้วยกล้อง theodolite

รูปที่
5 การสำรวจภูมิประเทศและการกำหนดตำแหน่งการเก็บตัวอย่างดิน
 
 
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
 
 
 
กฎและกติกาการแสดงความคิดเห็น
  1. กรุณาใช้คำสุภาพในการแสดงความคิดเห็น งดใช้คำหยาบ ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายต่อบุคคลอื่น,สร้างความแตกแยก หรือ กระทบกับสถาบันอันเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย
  2. หากทีมงานเว็บไซต์ ตรวจพบ หรือ มีผู้แจ้ง ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบออก โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้แสดงความคิดเห็น
  3. ทุกคำที่แสดงความคิดเห็นนั้น เป็นความรับผิดชอบของผู้แสดงความคิดเห็นแต่เพียงผู้เดียว ทุกความเห็นที่แสดงความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับทางเว็บไซต์นี้โดยเด็ดขาด
  4. สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎ และถูกดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจติดต่อขอ IP เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามดำเนินคดีได้
 
 
แสดงความคิดเห็น
ผู้แสดงความเห็น :*
อีเมล์ :*
ข้อความ :*
 
 
 
 
VOTE
 
ท่านคิดว่า ท่านจะทำอย่างไรให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของท่านอยู่รอดในปี 52 นี้
 
 
ต้องจ่ายเงินค่าฮั้วงานมากขึ้นว่าเดิม
ต้องไปสมัครเป็นนักการเมือง จะได้รวยขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ให้แข็งแร่งขึ้น
ไม่ทำอะไรเลย ก็ดีอยู่แล้ว
หยุดกิจการไปเลย
 
 
 
 

หน้าแรก  l  กองบรรณาธิการ  l  เกี่ยวกับเรา l  คำแนะนำติชม l  ติดต่อเรา  l  ลงโฆษณา  l  ลงข้อมูลในเว็บ  l  ทำงานกับเรา  l  คำถามตอบบ่อย  l  ข้อบังคับด้านกฎหมาย  l  Site Map  l  เว็บพันธมิตร

© 2007 All Right Reserved. thaicontractors.com